ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/221

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ได้พิสูจน์อักษรแล้ว
206

มาจากที่อื่นและไม่ต้องปลูกฝีต่อกันดังแต่ก่อน การปลูกฝีก็แพร่หลายไปตามหัวเมือง ด้วยจ่ายพรรนหนองออกไปไห้แพทย์ประจำเมืองเปนพนักงานปลูกฝีด้วย

ถึงรัชกาลที่ 6 เมื่อ พ.ส. 2455 เกิดโรคฝีดาดชุกชุม คล้ายกับเปนโรคระบาด และไนสมัยนั้นการบำรุงอนามัยได้โอนจากกะซวงธัมการไปเปนหน้าที่กะซวงปกครองท้องที่ คือ กะซวงนครบาล บำรุงอนามัยไนมนทลกรุงเทพฯ กะซวงมหาดไทย บำรุงอนามัยตามหัวเมืองมนทลอื่น ๆ กรมพยาบาลคงเปนแต่จัดการโรงเรียนแพทย์กับโรงพยาบาลสิริราชซึ่งเปนที่ฝึกสอนนักเรียนแพทย์ เปนเช่นนั้นมาแต่ไนรัชกาลที่ 5 เมื่อเกิดโรคฝีดาดชุกชุมขึ้น พระบาทสมเด็ดพระมงกุตเกล้าเจ้าหยู่หัวจึงดำหรัดสั่งไห้เสนาบดีกะซวงมหาดไทยกับเสนาบดีกะซวงนครบาลปรึกสากันจัดการป้องกันโรคระบาดด้วยปลูกฝีชาวเมืองไห้มากเท่าที่จะทำได้ ถ้าหากจะต้องไช้เงินเกินกว่าที่มีหยู่ จะซงพระกรุนาโปรดพระราชทานเงินส่วนพระองค์ช่วยจนพอแก่การมิไห้ติดขัด เมื่อปรึกสาถึงวิธีที่จะจัดการปลูกฝีตามรับสั่ง กะซวงนครบาลเห็นว่า จะต้องตั้งข้อบังคับไห้พลเมืองที่ยังไม่ออกฝีดาดปลูกฝีทุกคน แล้วประกาสเรียกพลเมืองมาปลูกฝีตามข้อบังคับนั้น กะซวงมหาดไทยเห็นว่า การตั้งข้อบังคับพลเมืองนั้นจำต้องกำหนดโทสผู้ขัดขืน แม้หย่างต่ำเพียงปรับไหมก็เปนความเดือดร้อน จะทำไห้คนเกิดหวาดหวั่นเสียแต่แรก ก็การปลูกฝีนั้นที่จิง