มือเหมือนสีแห่งท้องสังข์ เอวเหมือนเอวเสือดาว บาทเหมือนดอกบัว พร้อมด้วยลักษณะนางงามอย่างแขก ซึ่งไทยเราที่แต่งกาพย์กลอนก็พลอยเอาอย่างมาเห็นงามไปด้วย
พระชายาองค์ใหม่งามเช่นนี้ พระภรรตฤราชก็ลุ่มหลง แต่นางมิได้จงใจภักดีต่อพระสามี กลับไปมีใจรักใคร่กับอำมาตย์หนุ่มคนหนึ่งชื่อมหิบาล มิช้าก็เกิดเหตุ
ในที่ใกล้พระราชวัง มีพราหมณ์คนหนึ่งกับภริยาเปนคนจนยากแค้นแสนเข็ญ ไม่รู้จะทำอะไรก็ทำตบะ คืออดเข้าแลทรมานตัวต่าง ๆ น่าหนาวลงแช่น้ำ น่าร้อนนั่งผิงไฟรอบตัว จนเทวดาเบ็ดเตล็ดพากันยำเกรงทั่วไป ในที่สุดเทวทูตลงมาจากสวรรค์ ยื่นผลไม้ให้ผลหนึ่ง บอกว่า เปนผลไม้อำมฤต ถ้ากินแล้วจะยืนชีวิตอยู่ค้ำฟ้า
ครั้นเทวทูตอันตรธานไปแล้ว พราหมณ์ก็อ้าปากซึ่งฟันหมดไปแล้วเพื่อจะกัดแลกินผลอำมฤต พอนางพราหมณีร้องห้ามว่า "ท่านเอย ท่านจงยั้งชั่งใจดูก่อน ความตายนั้นเปนทุกข์ชั่วขณะเดียว ความมีชีวิตยากแค้นเช่นเรานี้เปนทุกข์ยาวนาน ท่านอยากจะมีทุกข์เช่นนี้จนค้ำฟ้าหรือ ความยากจนนี้เปนบาปที่เราทำไว้ในหนหลัง ท่านจะยืดทุกข์คือชีวิตไปทำไมเล่า ผลไม้นั้นท่านอย่ากินเลย"
พราหมณ์ได้ยินภริยาท้วงดังนั้นก็ลังเลในใจ นั่งนิ่งปากอ้าตาเพ่งอยู่สักครู่หนึ่งจึงกล่าวแก่ภริยาว่า "ข้าได้รับผลไม้นี้ไว้จากเทวทูตด้วยหมายจะกิน เมื่อเจ้าคัดค้านฉนี้ ข้าก็สงสัยในใจ เจ้าผู้มีปัญญาจะเห็นควรให้ข้าทำอย่างไรต่อไปเล่า"
นางพราหมณีตอบว่า "ท่านกับข้าพเจ้าเวลานี้ก็แก่แล้ว ความชราย่อมเกียจกันความสุขซึ่งมีในใจหนุ่มแลสาว คนแก่จะอยู่ปรำปรา