กาพย์ห่อโคลงเห่เรือ

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา


แบบสอนอ่าน จินตกระวีนิพนธ์
กรมศึกษาธิการ
ตราแผ่นดิน
กาพย์ห่อโคลงเห่เรือ

เจ้าฟ้าพระองค์ ๑ (กุ้ง?) ครั้งกรุงเก่า ทรงนิพนธ์
พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๒ แทรกบ้างบางบท
พิมพ์ครั้งที่สี่ ๑๐,๐๐๐ ฉบับ
ร.ศ. ๑๒๗
ปกผ้า ราคาเล่มละ ๑๐ อัฐ
โรงพิมพ์อักษรนิติ์



แบบสอนอ่าน จินตกระวีนิพนธ์
กรมศึกษาธิการ
ตราแผ่นดิน
กาพย์ห่อโคลงเห่เรือ

เจ้าฟ้าพระองค์ ๑ (กุ้ง?) ครั้งกรุงเก่า ทรงนิพนธ์
พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๒ แทรกบ้างบางบท
พิมพ์ครั้งที่สี่ ๑๐,๐๐๐ ฉบับ
ร.ศ. ๑๒๗
ปกผ้า ราคาเล่มละ ๑๐ อัฐ
โรงพิมพ์อักษรนิติ์



คำนำ

หนังสือฉบับนี้เปนหนังสือที่กรมศึกษาธิการได้จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อให้เปนหนังสืออ่านประกอบประโยชน์แก่การศึกษาทางหนึ่ง มีหลายเรื่องในพวกเดียวกัน จัดเปนสำรับหนึ่ง ให้ชื่อว่า "หนังสือสอนอ่าน จินตกระวีนิพนธ์" เพราะเปนหนังสือที่ท่านจินตกระวีแต่เก่าก่อนได้ร้อยกรองไว้ด้วยถ้อยคำอันไพเราะ ได้เลือกที่โวหารและวิธีประพันธ์แปลก ๆ คัดตัดตอนมาพิมพ์ขึ้นเฉภาะเปนเล่มเล็ก ๆ เพื่อให้เบาราคาแก่นักเรียนที่จะซื้อหาไปเล่าเรียน และได้ตั้งใจตรวจอักษรและวรรคตอนโดยกวดขัน อาจารย์จะใช้สำหรับให้นักเรียนหัดอ่านก็ได้ ให้เรียนศัพท์ก็ได้ บอกให้เขียนหรือเลือกใช้เปนแบบฝึกหัดไวยากรณ์ ฝึกหัดการย่อความเรียงความในการแต่งหนังสือก็ได้ ทั้งจะได้เปนเครื่องบำรุงความรู้ให้เจริญกว้างขวาง คือ เมื่อมีหนังสืออ่านหนังสือเรียนมากอย่าง นักเรียนก็จำต้องได้เห็นมากได้ยินมากไปตั้งแต่เวลาเล่าเรียน แต่ให้ผู้ใช้ถือเอาเปนแบบเรียนแต่เฉภาะฉบับที่กรมศึกษาธิการได้จัดพิมพ์ขึ้น เพราะเจ้าพนักงานต้องตรวจแก้ใบพิมพ์เสมอทุก ๆ คราวที่จะสั่งให้พิมพ์ จึงจะยอมให้เปนฉบับสำหรับเล่าเรียน ห้ามมิให้นักเรียนทั้งหลายใช้หนังสือเรื่องเดียวกันซึ่งไม่ได้พิมพ์ด้วยคำสั่งของกรมศึกษาธิการ อันกรมศึกษาธิการไม่ได้รับรองว่าถูกต้องนั้น เปนฉบับเรียนเปนอันขาด


  • กรมศึกษาธิการ
  • วันที่ ๑ สิงหาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๑
  • วิสุทธสุริยศักดิ์
  • อธิบดี



เห่เรือ

 ปางเสด็จประเวศด้าว ชลาลัย
ทรงรัตนพิมานไชย กิ่งแก้ว
พรั่งพร้อมพวกพลไกร แหนแห่
เรือกระบวนต้นแพร้ว เพริดพริ้งพายทอง
กาพย์
 พระเสด็จโดยแดนชล ทรงเรือต้นงามเฉิดฉาย
กิ่งแก้วแพร้วพรรณราย พายอ่อนหยัย[วซ 1] จับงามงอน
 นาวาแน่นเปนขนัด ล้วนรูปสัตว์แสนยากร
เรือริ้วทิวธงสลอน สาครลั่นครั่นครื้นฟอง
 เรือครุธยุดนาคหิ้ว ลิ่วลอยมาพาผันผยอง
พลพายกรายพายทอง ร้องโห่[วซ 2] เห่โอ้เห่มา
 สรมุขมุขสี่ด้าน เพียงพิมานผ่านเมฆา
ม่านกรองทองรจนา หลังคาแดงแย่งมังกร
 สมรรถไชยไกรกาบแก้ว แสงแวววับจับสาคร
เรียบเรียงเคียงคู่จร ดั่งร่อนฟ้ามาแดนดิน
 สุวรรณหงษ์ทรงภู่ห้อย งอน[วซ 3] ชดช้อยลอยหลังสินธู์
เพียงหงษ์ทรงพรหมินทร์ ลินลาศเลื่อนเตือนตาชม
 เรือไชยไวว่องวิ่ง รวดเร็วจริงยิ่งอย่างลม
เสียงเส้าเร้าระดม ห่มท้ายเยิ่นเดินคู่กัน
 คชสีห์ที่[วซ 4] ผาดเผ่น ดูดังเปนเห็นขบขัน
ราชสีห์ที่[วซ 4] ยืนยัน คัน[วซ 5] สองคู่ดูยิ่งยง
 เรือม้าหน้ามุ่งน้ำ แล่นเฉื่อยฉ่ำลำระหง
เพียงม้าอาชาทรง องค์พระพายผายผันผยอง
 เรือสิงห์วิ่งเผ่นโผน โจนตามคลื่นฝืนฝ่าฟอง
ดูยิ่งสิงห์ลำพอง เปนแถวท่องล่องตามกัน
 นาคาหน้าดังเปน ดูเขม้น[วซ 6] เห็นขบขัน
มังกรถอนพายพัน ทันแข่งหน้าวาสุกรี
 เลียงผาง่าเท้าโผน เพียงโจนไปในวารี
นาวาหน้าอินทรี ทีปีกเหมือนเลื่อนลอยโพยม
 ดนตรีมี่อึงอล ก้องกาหฬพลแห่โหม
โห่ฮึกครึกครึ้นโครม โสมนัศชื่นรื่นเริงพล
 กรีธาหมู่นาเวศ จากนัคเรศโดยสาชล
เหิมหื่นชื่นกระมล ยลมัจฉาสารพันมี
 พิศพรรณปลาว่ายเคล้า คลึงกัน
ถวิลสุดาดวงจันทร์ แจ่มหน้า
มัศยาย่อม[วซ 7] พัวพัน พิศวาส
ควรพี่[วซ 8] พรากน้องช้า ชวดเคล้าคลึงชม
กาพย์
 พิศพรรณปลาว่ายเคล้า คิดถึงเจ้าเศร้าอารมณ์
มัศยายังรู้ชม สมสาใจไม่พามา
หน้า:กาพย์ห่อโคลงเห่เรือ - ๒๔๕๑.pdf/8หน้า:กาพย์ห่อโคลงเห่เรือ - ๒๔๕๑.pdf/9หน้า:กาพย์ห่อโคลงเห่เรือ - ๒๔๕๑.pdf/10หน้า:กาพย์ห่อโคลงเห่เรือ - ๒๔๕๑.pdf/11หน้า:กาพย์ห่อโคลงเห่เรือ - ๒๔๕๑.pdf/12หน้า:กาพย์ห่อโคลงเห่เรือ - ๒๔๕๑.pdf/13หน้า:กาพย์ห่อโคลงเห่เรือ - ๒๔๕๑.pdf/14หน้า:กาพย์ห่อโคลงเห่เรือ - ๒๔๕๑.pdf/15หน้า:กาพย์ห่อโคลงเห่เรือ - ๒๔๕๑.pdf/16หน้า:กาพย์ห่อโคลงเห่เรือ - ๒๔๕๑.pdf/17เห่และเรือ เห่ละเห่เห เห่โหวเหโหว เห่โหวเห่เห้ เห่เห่ เห่เหเห โอละเห่ สาละวะเห่ โหเห่เห เหเห่ เหเห่เห โอละเห่

ชาละวะเห่ เห่เห เห่เหเห่ โอละเห่ เจ้าเอ๋ย เจ้าก็พาย พี่ก็พาย พายเอ๋ยพายลง พายลงให้เต็มพาย โอวโอวเห่

ชาละอะเห่ โหเห่เห เหเห เหเห่เห โอละเห่ มูละเห่ มูละเห่เห้ โอเห้มารา โอเห้เจ้าข้า โอเห้เจ้าข้า มาราไชโย สีเอยไชย สีไชยแก้วเอย ไชยเอยแก้ว ไชยแก้วพ่อเอย โอวโอว

 แกงไก่มัศหมั่นเนื้อ นพคุณ[วซ 9]
หอมยี่หร่ารศฉุน เฉียบร้อน
ชายใดบริโภคภุญช์ พิศวาศหวังนา
แรงอยากยอหัดถ์ข้อน อกให้[วซ 10] หวนแสวง
กาพย์
 มัศหมั่นแกงแก้วตา หอมยี่หร่ารศร้อนแรง
ชายใดได้กิน[วซ 11] แกง แรงอยากให้ใฝ่ฝันหา
 ยำใหญ่ใส่สารพัด วางจานจัดหลายเหลือตรา
รศดีด้วยน้ำปลา ยี่ปุ่นล้ำย้ำยวนใจ
 ตับเหล็กลวกหล่อนต้ม เจือน้ำส้มโรยพริกไทย
โอชาจะหาไหน ไม่มีเทียบเปรียบมือนาง
 หมูแนมแหลมเลิศรศ พร้อมพริกสดใบทองหลาง
พิศห่อเห็นรางชาง ห่างห่อหวนป่วนใจโหย
 ก้อยกุ้งปรุงประทิ่น วางถึงลิ้นดิ้นแดโดย
รศทิพย์หยิบมาโปรย รือจักเปรียบเทียบทันขวัญ
 เทโพพื้นเนื้อท้อง เปนมันย่องล่องลอยมัน
น่าซดรศครามครัน ของสวรรค์เสวยรมย์
 ความรักยักเปลี่ยนท่า ทำน้ำยาอย่างแกงขม
กล่อมรศ[วซ 12] กล่อมเกลี้ยงกลม ชมไม่วายคลับคล้ายเห็น
 เข้าหุงปรุงอย่างเทศ รศพิเศษใส่ลูกเอ็น
ใครหุงปรุงไม่เปน เช่นเชิงมิตรประดิดทำ
 เหลือรู้หมูป่าต้ม แกงขั้ว[วซ 13] ส้มใส่ระกำ
รอยแจ้งแห่งความขำ ช้ำทรวงเศร้าเจ้าตรากตรอม
 ช้าช้าพล่าเนื้อสด ฟุ้งปรากฎรศหื่นหอม
คิดความยามถนอม สนิทเนื้อเสาวคนธ์[วซ 14]
 ล่าเตียงคิดเตียงน้อง นอนเตียงทองทำเมืองบน
ลดหลั่นชั้นชอบกล ยลอยากนิทร์คิดแนบนอน
 เห็นหรุ่มรุมทรวงเศร้า รุม[วซ 15] รุ่มเร้าคือไฟฟอน
เจ็บไกลใจอาวรณ์ ร้อนรุมรุ่มกลุ้มกลางทรวง
 รังนกนึ่งน่าซด โอชารศกว่าทั้งปวง
นกพรากจากรังรวง เหมือนเรียมร้างห่างห้องหวน
 ไตปลาเสแสร้งว่า ดุจวาจากระบิดกระบวน
ใบโศกบอกโศกครวญ ให้พี่เศร้า[วซ 16] เจ้าดวงใจ
 ผักโฉมชื่อเพราะพร้อง เปนโฉมน้องฤๅโฉมไหน
ผักหวานซ่านทรวงใน ใคร่ครวญรักผักหวานนาง
 ผลชิดแช่อิ่มโอ้ เอมใจ
หอมชื่นกลืนหวานใน อกชู้
รื่นรื่นรศรมย์ใด รือดุจ นี้แม่
หวานเลิศเหลือรู้รู้ รศล้ำน้ำตาล[วซ 17]
กาพย์
 ผลชิดแช่อิ่มอบ หอมตระหลบล้ำเหลือหวาน
รศไหนไม่เปรียบปาน หวานเหลือแล้วแก้วกลอยใจ
 ตาลเฉาะเหมาะใจจริง รศเย็นยิ่งยิ่งเย็นใจ
คิดความยามพิสมัย หมายเหมือนจริงยิ่งอยากเห็น
 ผลจากเจ้าลอยแก้ว บอกความแคล้ว[วซ 18] จากจำเปน
จากช้ำน้ำตากระเด็น เปนทุกข์ท่าหน้านวลแตง
 หมากปรางนางปอกแล้ว ใส่โถแก้วแพร้วพรายแสง
ยามชื่นรื่นโรยแรง ปรางอิ่มอาบทราบ[วซ 19] นาสา
 หวนห่วงม่วงหมอนทอง อีกอกร่องรศโอชา
คิดความยามนิทรา อุราแนบแอบอกอร
 ลิ้นจี่มีครุ่นครุ่น เรียกส้มฉุนใช้นามกร
หวนถวิลลิ้นลมสมร[วซ 20] ชอ้อนถ้อยร้อยกระบวน
 พลับจีนจักด้วยมีด ทำประณีตน้ำตาลกวน
คิดโอษฐ์อ่อนยิ้มยวน ยลยิ่งพลับยับยับพรรณ
 น้อยหน่านำเมล็ดออก ปล้อนเปลือกปอกเปนอัศจรรย์
มือไพร่[วซ 21] ไหนจักทัน เทียบเทียมที่ฝีมือนาง
 ผลเกดพิเศษสด โอชารศล้ำเลิศปาง
คำนึงถึงเอวบาง สางเกษเส้นขนเม่นสอย
 ทับทิมพริ้มตาตรู ใส่จานดูดุจเม็ดพลอย
สุกแสงแดงจักย้อย อย่างแหวนก้อยแก้วตาชาย
 ทุเรียนเจียนตองปู เนื้อดีดูเหลืองเรืองพราย
เหมือนสีฉวีกาย สายสวาดิ์พี่ที่คู่คิด
 ลางสาดแสวงเนื้อหอม ผลงอมงอมรศหวานสนิท
กลืนพลางทางเพ่งพิศ คิดยามสารทยาตรามา
 ผลเงาะไม่งามแงะ มล่อนเมล็ดและเหลือปัญญา
หวนเห็นเช่นรจนา จ๋าเจ้าเงาะเพราะเห็นงาม
 สละสำแลงผล คิดลำต้นแน่นหนาหนาม
ถ้า[วซ 22] ทิ่มปิ้มปืนกาม นามสละมละเมตตา
 สังขยาน่าไข่คุ้น เคยมี
แกมกับเข้าเหนียวสี โสกย้อม
เปนนัยนำวาที สมรแม่ มาแม่
แถลงว่าโศกเสมอพร้อม เพียบเว้[วซ 23] อกอร
กาพย์
 สังขยาหน้าตั้งไข่ เข้าเหนียวใส่สีโสกแสดง
เปนนัยไม่เคลือบแคลง แจ้งว่าเจ้าเศร้าโศกเหลือ
 ซ่าหริ่มลิ้มหวานล้ำ แซกใส่น้ำกระทิเจือ
วิตกอกแห้งเครือ ได้เสพย์หริ่มพิมเสนโรย
 รำเจียกชื่อขนม นึกโฉมฉมหอมชวยโชย
ไกลกลิ่นดิ้นแดโดย โหยไห้หาบุหงางาม
 มัดสะกอดกอดอย่างไร น่าสงสัยใคร่ขอถาม
กอดเคล้นจะเห็นความ ขนมนามนี้ยังแคลง
 ลุดตี่นี้น่าชม แผ่แผ่นกลมเพียงแผ่นแผง
โอชาน่าไก่แกง แคลงของแขกแปลกกลิ่นอาย
 ขนมจีบเจ้าจีบห่อ งามสมสอ[วซ 24] ประพิมประพาย
นึกน้องนุ่งฉีก[วซ 25] ทวาย[วซ 26] ชายพกจีบกลีบแนบเนียน
 รศรักยักลำนำ ประดิดทำขนมเทียน
คำนึงนิ้วนางเจียน เทียนหล่อเหลาเกลากลึงกลม
 ทองหยิบทิพย์เทียมดัด[วซ 27] สามหยิบชัดน่าเชยชม
หลงหยิบว่ายาดม ก้มหน้าเมินเขินขวยใจ
 ขนมผิงผิงเผ่าร้อน เพียงไฟฟอนฟอกทรวงใน
ร้อนนักรักแรมไกล เมื่อไรเห็นจะเย็นทรวง
 รังไรโรยด้วยแป้ง เหมือนนกแกล้งทำรังรวง
โอ้อกนกทั้งปวง ยังยินดีด้วยมีรัง
 ทองหยอดทอดสนิท ทองม้วนมิดคิดความหลัง
สองปีสองปิดบัง แต่ลำพังสองต่อสอง
 งามจริงจ่ามงกุฎ ใส่ชื่อดุจมงกุฎทอง
เรียมร่ำคำนึงปอง สอิ้งน้องนั้นเคยยล
 บัวลอยเล่ห์บัวงาม คิดบัวกามแก้วกับตน
ปลั่งเปล่งเคร่งยุคล สถนนุชดุจประทุม
 ช่อม่วงเหมาะมีรศ หอมปรากฎกลโกสุม
คิดสีสะไบคลุม หุ้มห่มม่วงดวงพุดตาน
 ฝอยทองเปนยองใย เหมือนเส้นไหมไข่ของหวาน
คิดความยามเยาวมาลย์ เย็บชุนใช้ไหมทองจีน
 หวนเห็นหีบหมากเจ้า จัดเจียน มาแม่
พลูจีบต่อยอดเนียน น่าเคี้ยว
กลี่กล่องกระวานเขียน มือยี่ ปุ่นเฮย
บุหรี่ใส่กล่องเงี้ยว ลอบให้เหลือหาญ
กาพย์
 หมากเจียนเจ้างามปลอด พลูต่อยอดน่าเอ็นดู
กระวานอีกกานพลู บุหรี่ให้ใจเหลือหาญ
 เช็ดหน้าชุบน้ำอบ หอมตระหลบดอกดวงมาลย์
บังอรซ้อนใส่พาน ส่งมาให้ไม่เว้นวัน
 เดือนสามสำเภามา มีใบชาชาติจุหลัน
ถ้ำคู่อยู่เคียงกัน กับให้เห็นเปนปฤษณา
 เดือนห้าหน้าร้อนจัด เจ้าให้พัดด้ามจิ้วมา
เรื่องร้อนผ่อนเพทนา เพื่อพนิดาไม่ละเลย
 คำนึงถึงเดือนหก ทั่วทายกตามโคมเคย
งามสุดนุชพี่เอ๋ย[วซ 28] ได้เห็นกันวันบูชา
 เดือนแปดวันเพ็ญเจ้า ย่อมไปเข้าพระพรรษา
รับศีลอย่างสีกา ด้วยเจตนาจำนงใน
 เห็นนวลครวญครุ่นคิด กำเริบจิตรวาบวับใจ[วซ 29]
ไปได้ก็จะไป โอบเอวอุ้มพุ่มพวงพยุง
 ยามฝนดลเดือนสิบ เริ่มเข้าทิพเจ้าจะหุง
หาของต้องการปรุง มุ่งใจจิตรประดิดประดอย
 เดือนสิบเอ็ดเด็ดแดดิ้น ยามกระฐินทุกวันคอย
เห็นเรือไล่ถี่ซอย กลอยกลับเห็นเช่นแรกสม
 คิดรูปน่ารักเหลือ คิดนุ่มเนื้อน่าเชยชม
คิดเนตรขำค้อนคม ผมหอมชื่นรื่นรศสุคนธ์[วซ 30]
 ฤดูเดือนสิบสอง หญิงชายซ้องแซ่อึงอล
ขึ้นล่องท่องเที่ยวชล ยลผ้าป่าราตรีกาล
 เซ็งแซ่เสียงเภรี ปานเรียมตีทรวงประหาร
พาทย์ฆ้องก้องกังวาล สารดุจน้องร้องเรียกเรียม
 ทุกลำลอบเล็งลักษณ์ ไม่พบภักตร์เจ้างามเสงี่ยม
ดูไหนไม่เทียบเทียม ร่วมรักเรียมรูปร่างรัด
 เดือนยี่พิธีพระยา โยนชิงช้าชนแออัด
สาวหนุ่มกำหนดนัด ทัศนาแห่แลหากัน
 เรียมเตร่ตรวจทุกช่อง ไม่เห็นน้องเนื้อนวลจันทร์
ว้าวิ่นดิ้นแดยัน หันเห็นท่าชิงช้าโยน
 เชี่ยวชาญกระดานต้น โยกเยกยลคนหกโหน
ถือท้ายกายอ่อนโอน โดย[วซ 31] คิดได้ตั้ง[วซ 32] ใจถวิล
 แรมค่ำร่ำไห้หวน แห่อิศวรย่ำยามยิน
เคยเห็นเปนอาจิณ ช้าหงษ์เห่เล่ห์ลมพราหมณ์
 โอมอวดสวดสำเนียง ไม่เหมือนเสียงนางนงราม
ล้ำเลิศเฉิดโฉมงาม ยามเย็นเช้าเจ้าอ่านฉันท์
 อ่อนหวานสารเสนาะ เพราะอักษรกลอนพาดพัน
แจ้วเจื้อยใจจาบัลย์ ทุกวันหวังฟังเสียงสมร
 ห้าค่ำย่ำยามปลาย แห่นารายน์เร่งอาวรณ์
อยู่ใกล้จะใคร่จร ไปรับเจ้าเคล้าคลอมา
 เดือนแรมเหมือนเรียมค้าง เรียม[วซ 33] รักร้างแรมขนิษฐา
แรมรศแรมพจนา แรมเห็นหน้านิ่งนอนแรม
 ดลเดือนบะหะหร่ำ[วซ 34] เจ้า เซ็นปี ใหม่แม่
มะหง่นประปราณทวี เทวศไห้
ห่อนเห็นมิ่งมารศรี เสมอชีพ มานา
เรียมลูบอกไล้ไล้ คู่ข้อนทรวงเซ็น
กาพย์
 ดลเดือนเรียกบะหะหร่ำ[วซ 34] ขึ้นสองค่ำแขกตั้งการ
เจ้าเซ็นสิบวันวาร ประหารอกฟกฟูมไฟ[วซ 35]
 บะหะหร่ำ[วซ 34] เรียมคอยเศร้า[วซ 36] ไม่เห็นเจ้าเศร้าเสียใจ
ลูบอกโอ้อาไลย ลาลดล้ำกำศรวญเซ็น

ในหนังสือเรื่องนี้ คำโคลงที่เอก, โท, พลาดจากข้อบังคับ และที่เรียกว่า เอกโทษ, โทโทษ, มีอยู่หลายแห่ง แต่มิใช่พิมพ์ผิด เปนของเดิมเช่นนั้น เพราะแต่ครั้งโบราณไม่ใคร่ถือกันเปนอย่างกวดขัน อนึ่ง ความในหน้า ๓ บรรทัด ๑๓ แล ๑๔ นั้น เปนพระราชนิพนธ์ทรงแปลง และความในหน้า ๔ ตั้งแต่บรรทัด ๓ ถึงบรรทัด ๑๖ นั้น เปนพระราชนิพนธ์ทรงแปลง และความในหน้า ๔ ตั้งแต่บรรทัด ๓ ถึงบรรทัด ๑๖ นั้น เปนพระราชนิพนธ์แทรก


เชิงอรรถของวิกิซอร์ซ[แก้ไข]

  1. ต้นฉบับน่าจะพิมพ์ "หยับ" ผิด
  2. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 1), ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 1), ประชุมกาพย์เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ (2468, น. 1), และ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศฯ (2505, น. 25) ว่า "โห" ส่วน กาพย์เห่เรือ (2513, น. 2) ว่า "โห่"
  3. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 1), ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 2), ประชุมกาพย์เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ (2468, น. 2), และ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศฯ (2505, น. 25) ก็ว่า "งอน" ส่วน กาพย์เห่เรือ (2513, น. 2) ว่า "งาม"
  4. 4.0 4.1 ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 2), ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 2), ประชุมกาพย์เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ (2468, น. 2), เจ้าฟ้าธรรมธิเบศฯ (2505, น. 26), และ กาพย์เห่เรือ (2513, น. 2) ว่า "ที"
  5. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 2), ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 2), ประชุมกาพย์เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ (2468, น. 2), เจ้าฟ้าธรรมธิเบศฯ (2505, น. 26), และ กาพย์เห่เรือ (2513, น. 2) ว่า "คั่น"
  6. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 2), ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 2), ประชุมกาพย์เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ (2468, น. 2), เจ้าฟ้าธรรมธิเบศฯ (2505, น. 26), และ กาพย์เห่เรือ (2513, น. 3) ว่า "ขะเม่น"
  7. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 3) และ ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 4) ว่า "ยัง" ส่วน ประชุมกาพย์เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ (2468, น. 3), เจ้าฟ้าธรรมธิเบศฯ (2505, น. 27), และ กาพย์เห่เรือ (2513, น. 4) ว่า "ย่อม"
  8. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 3), ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 4), ประชุมกาพย์เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ (2468, น. 3), เจ้าฟ้าธรรมธิเบศฯ (2505, น. 27), และ กาพย์เห่เรือ (2513, น. 4) ว่า "ฤ"
  9. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 16), ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 24), และ กาพย์เห่เรือ (2513, น. 24) ว่า "นพคุณ พี่เอย"
  10. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 16), ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 24), และ กาพย์เห่เรือ (2513, น. 24) ว่า "ไห้"
  11. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 16), ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 24), และ กาพย์เห่เรือ (2513, น. 24) ว่า "กลืน"
  12. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 16), ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 25), และ กาพย์เห่เรือ (2513, น. 25) ว่า "กลอ่อม"
  13. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 17) ว่า "คั่ว" ส่วน ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 25) และ กาพย์เห่เรือ (2513, น. 25) ว่า "ขั้ว"
  14. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 17), ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 25), และ กาพย์เห่เรือ (2513, น. 25) ว่า "สนิทเนื้อเจือเสาวคนธ์"
  15. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 17), ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 25), และ กาพย์เห่เรือ (2513, น. 25) ว่า "รุ่ม"
  16. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 17), ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 26), และ กาพย์เห่เรือ (2513, น. 26) ว่า "เคร่า"
  17. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 18), ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 27), และ กาพย์เห่เรือ (2513, น. 27) ว่า "แต่เนื้อนงพาล"
  18. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 18), ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 27), และ กาพย์เห่เรือ (2513, น. 27) ว่า "แล้ว"
  19. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 18), ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 27), และ กาพย์เห่เรือ (2513, น. 27) ว่า "ซาบ" แต่ "ทราบ" ในที่นี้อาจเป็นการสะกด "ซาบ" แบบเก่า หรือกลับกัน
  20. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 18), ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 27), และ กาพย์เห่เรือ (2513, น. 28) ว่า "งอน"
  21. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 18), ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 28), และ กาพย์เห่เรือ (2513, น. 28) ว่า "ใคร"
  22. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 19), ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 28), และ กาพย์เห่เรือ (2513, น. 29) ว่า "ท่า" แต่ "ถ้า" ในที่นี้อาจเป็นการสะกด "ท่า" แบบเก่า หรือกลับกัน
  23. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 20), ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 29), และ กาพย์เห่เรือ (2513, น. 30) ว่า "แอ้"
  24. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 20), ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 30), และ กาพย์เห่เรือ (2513, น. 31) ว่า "ส่อ"
  25. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 20), ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 30), และ กาพย์เห่เรือ (2513, น. 31) ว่า "จีบ"
  26. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 20) ก็ว่า "ทวาย" ส่วน ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 30) และ กาพย์เห่เรือ (2513, น. 31) ว่า "ถวาย"
  27. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 20 ), ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 30), และ กาพย์เห่เรือ (2513, น. 31) ว่า "ทัด"
  28. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 22), ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 32), และ กาพย์เห่เรือ (2513, น. 33) ว่า "เอย"
  29. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 22), ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 33), และ กาพย์เห่เรือ (2513, น. 34) ว่า "หวั่นไหว"
  30. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 23) และ ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 33) ว่า "รศคนธ์" ส่วน กาพย์เห่เรือ (2513, น. 34) ว่า "รสคนธ์"
  31. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 23), ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 34), และ กาพย์เห่เรือ (2513, น. 35) ว่า "โดน"
  32. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 23), ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 34), และ กาพย์เห่เรือ (2513, น. 35) ว่า "ดั่ง"
  33. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 24), ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 34), และ กาพย์เห่เรือ (2513, น. 35) ว่า "เรื่อง"
  34. 34.0 34.1 34.2 ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 24), ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 35), และ กาพย์เห่เรือ (2513, น. 36) ว่า "มหะหร่ำ"
  35. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 24) และ ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 35) ว่า "ไนยน์" ส่วน กาพย์เห่เรือ (2513, น. 36) ว่า "นัยน์"
  36. ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460, น. 24), ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464, น. 35), และ กาพย์เห่เรือ (2513, น. 36) ว่า "เคร่า"

บรรณานุกรม[แก้ไข]

เอกสารต้นฉบับ
  • แบบสอนอ่าน จินตกระวีนิพนธ์ กรมศึกษาธิการ: กาพย์ห่อโคลงเห่เรือ. (2451). (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์อักษรนิติ์.
เอกสารอ้างอิง
  • กาพย์เห่เรือ. (2513). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์พระจันทร์. (พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพนางองุ่น วานิชสุวรรณ ณ เมรุวัดพระพิเรนทร พระนคร วันที่ 23 มีนาคม พุทธศักราช 2513).
  • เจ้าฟ้าธรรมธิเบศ พระประวัติและบทร้อยกรอง. (2505). กรุงเทพฯ: ห้างหุ้งส่วนจำกัดศิวพร. [พิมพ์ในการพระราชทานเพลิงศพพระยาเลขวณิชธรรมวิทักษ์ฯ ม.ว.ม. ป.ช. (เยี่ยม เลขะวณิช) ณ เมุรหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2505].
  • ประชุมกาพย์เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์. (2468). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร. (พิมพ์ในงารพระราชทานเพลิงศพหม่อมเจ้าหญิงประมวนทรัพย์ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย เมื่อปีฉลู พ.ศ. 2468).
  • ประชุมกาพย์เห่เรือ. (2460). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร. [พิมพ์เปนของแจกในงานศพนายพลเรือตรี พระยาราชสงคราม (กร หงสกุล) ปีมเสง นพศก พ.ศ. 2460].
  • ประชุมกาพย์เห่เรือ. (2464). (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร. [พิมพ์เปนของแจกในงานศพนายพลเรือตรี พระยาราชสงคราม (กร หงสกุล) ปีมเสง นพศก พ.ศ. 2460].

งานนี้ ปัจจุบันเป็นสาธารณสมบัติแล้ว เพราะลิขสิทธิ์ได้หมดอายุตามมาตรา 19 และมาตรา 20 ของพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ซึ่งระบุว่า

ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นบุคคลธรรมดา
  1. ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย
  2. ถ้ามีผู้สร้างสรรค์ร่วม ลิขสิทธิ์หมดอายุ
    1. เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายถึงแก่ความตาย หรือ
    2. เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก ในกรณีที่ไม่เคยโฆษณานั้นเลยก่อนที่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายจะถึงแก่ความตาย
ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล หรือถ้าไม่รู้ตัวผู้สร้างสรรค์
  1. ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น
  2. แต่ถ้าได้โฆษณางานนั้นในระหว่าง 50 ปีข้างต้น ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก