งานแปล:แรงงานรับจ้างและทุน/บทที่ 8

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
แรงงานรับจ้างและทุน (ค.ศ. 1847) โดย คาร์ล มาคส์, ตรวจแก้โดย ฟรีดริช เอ็งเงิลส์, แปลจากภาษาอังกฤษ โดย วิกิซอร์ซ
บทที่ 8: ผลประโยชน์ของทุนและแรงงานรับจ้างนั้นอยู่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง
Chapter 8
THE INTERESTS OF CAPITAL AND WAGE-LABOR ARE DIAMETRICALLY OPPOSED -- EFFECT OF GROWTH OF PRODUCTIVE CAPITAL ON WAGES
บทที่ 8
ผลประโยชน์ของทุนและแรงงานรับจ้างนั้นอยู่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง -- ผลของการเติบโตของทุนในการผลิตต่อค่าจ้าง

We thus see that, even if we keep ourselves within the relation of capital and wage-labor, the interests of capitals and the interests of wage-labor are diametrically opposed to each other. เราจึงเห็นได้ว่า ต่อให้เราจำกัดตัวเองไว้เฉพาะในความสัมพันธ์ระหว่างทุนกับแรงงานรับจ้าง ผลประโยชน์ของทุนและผลประโยชน์ของแรงงานรับจ้างนั้นอยู่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง
A rapid growth of capital is synonymous with a rapid growth of profits. Profits can grow rapidly only when the price of labor -- the relative wages -- decrease just as rapidly. Relative wages may fall, although real wages rise simultaneously with nominal wages, with the money value of labor, provided only that the real wage does not rise in the same proportion as the profit. If, for instance, in good business years wages rise 5 per cent, while profits rise 30 per cent, the proportional, the relative wage has not increased, but decreased. การเติบโตอย่างรวดเร็วของทุนนั้นคืออย่างเดียวกันกับการเติบโตอย่างรวดเร็วของกำไร กำไรจะเติบโตอย่างรวดเร็วได้ก็ต่อเมื่อราคาของแรงงานนั่นคือค่าจ้างสัมพัทธ์นั้นลดลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน ค่าจ้างสัมพัทธ์อาจลดลง แม้ว่าค่าจ้างจริงจะเพิ่มขึ้นไปพร้อมกันกับค่าจ้างเป็นตัวเงินหรือมูลค่าเป็นตัวเงินของแรงงาน โดยค่าจ้างจริงนั้นจะไม่เพิ่มขึ้นในอัตราส่วนเดียวกันกับกำไร ตัวอย่างเช่น หากในปีที่ธุรกิจเป็นไปได้ดีแล้วค่าจ้างเพิ่มขึ้น 5 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่กำไรเพิ่มขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์ ค่าจ้างสัมพัทธ์ที่อิงตามสัดส่วนนั้นไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่กลับลดลง
If, therefore, the income of the worker increased with the rapid growth of capital, there is at the same time a widening of the social chasm that divides the worker from the capitalist, and increase in the power of capital over labor, a greater dependence of labor upon capital. ดังนั้นหากรายได้ของคนทำงานได้เพิ่มขึ้นไปพร้อมกับการเติบโตอย่างรวดเร็วของทุน ในขณะเดียวกันก็มีช่องว่างทางสังคมที่ขยายใหญ่ขึ้นซึ่งแบ่งแยกคนทำงานออกจากนายทุนและเพิ่มอำนาจของทุนเหนือแรงงาน หรือการพึ่งพาทุนของแรงงานที่มากกว่าเดิม
To say that "the worker has an interest in the rapid growth of capital", means only this: that the more speedily the worker augments the wealth of the capitalist, the larger will be the crumbs which fall to him, the greater will be the number of workers than can be called into existence, the more can the mass of slaves dependent upon capital be increased. การกล่าวว่า "คนทำงานได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตอย่างรวดเร็วของทุน" นั้นหมายความว่าอย่างนี้เท่านั้น: ว่ายิ่งคนทำงานเพิ่มพูนความมั่งคั่งของนายทุนอย่างรวดเร็วเท่าใด เศษขนมปังที่ตกหล่นมาถึงเขาก็จะชิ้นใหญ่ขึ้น จำนวนคนทำงานที่สามารถกำเนิกขึ้นมาก็จะมากขึ้น มวลมหาทาสซึ่งพึ่งพาทุนก็จะเพิ่มจำนวนมากขึ้น
We have thus seen that even the most favorable situation for the working class, namely, the most rapid growth of capital, however much it may improve the material life of the worker, does not abolish the antagonism between his interests and the interests of the capitalist. Profit and wages remain as before, in inverse proportion. เราจึงได้เห็นว่าแม้ในเหตุการณ์ที่น่าพึงพอใจมากที่สุดสำหรับชนชั้นแรงงานก็ตาม กล่าวคือการเติบโตของทุนอย่างรวดเร็วที่สุด ไม่ว่ามันจะพัฒนาชีวิตวัตถุสภาพของคนทำงานมากขึ้นเท่าใด ก็ไม่ได้ล้มล้างความเป็นปรปักษ์ระหว่างผลประโยชน์ของเขากับผลประโยชน์ของนายทุน กำไรและคำจ้างยังคงเป็นดังเดิม เป็นสัดส่วนผกผันกัน
If capital grows rapidly, wages may rise, but the profit of capital rises disproportionately faster. The material position of the worker has improved, but at the cost of his social position. The social chasm that separates him from the capitalist has widened. หากทุนเติบโตอย่างรวดเร็ว ค่าจ้างอาจเพิ่มขึ้น แต่กำไรของทุนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วขึ้นอย่างไม่สมสัดส่วน ตำแหน่งเชิงวัตถุสภาพของคนทำงานดีขึ้น แต่ด้วยราคาที่ตามมาของตำแหน่งทางสังคมของเขา ช่องว่างทางสังคมซึ่งแบ่งแยกเขาจากนายทุนได้กว้างขึ้น
Finally, to say that "the most favorable condition for wage-labor is the fastest possible growth of productive capital", is the same as to say: the quicker the working class multiplies and augments the power inimical to it -- the wealth of another which lords over that class -- the more favorable will be the conditions under which it will be permitted to toil anew at the multiplication of bourgeois wealth, at the enlargement of the power of capital, content thus to forge for itself the golden chains by which the bourgeoisie drags it in its train. สุดท้าย การกล่าวว่า "เงื่อนไขที่น่าพึงพอใจที่สุดสำหรับแรงงานรับจ้างนั้นคือการเติบโตของทุนในการผลิตอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้" นั่นก็คืออย่างเดียวกันกับการกล่าวว่า: ยิ่งชนชั้นแรงงานเพิ่มจำนวนและเพิ่มพูนอำนาจซึ่งเป็นศัตรูกับมัน หรือความมั่งคั่งของอีกส่วนซึ่งปกครองเหนือชนชั้นนั้น อย่างรวดเร็วเท่าใด เงื่อนไขซึ่งมันจะได้รับอนุญาติให้ทำงานอีกรอบเพื่อเพิ่มพูนความมั่งคั่งของชนชั้นกระฎุมพีจะยิ่งเป็นที่น่าพึงพอใจยิ่งกว่า ด้วยการขยายอำนาจของทุน จึงอิ่มเอมใจที่จะหลอมโซ่ทองให้กับตนเองซึ่งโซ่นี้เองที่ชนชั้นกระฎุมพีใช้ลากมันไปในขบวนของพวกมัน
Growth of productive capital and rise of wages, are they really so indissolubly united as the bourgeois economists maintain? We must not believe their mere words. We dare not believe them even when they claim that the fatter capital is the more will its slave be pampered. The bourgeoisie is too much enlightened, it keeps its accounts much too carefully, to share the prejudices of the feudal lord, who makes an ostentatious display of the magnificence of his retinue. The conditions of existence of the bourgeoisie compel it to attend carefully to its bookkeeping. We must therefore examine more closely into the following question: การเติบโตของทุนในการผลิตและการขึ้นค่าจ้าง สิ่งเหล่านี้หลอมรวมกันอย่างแยกจากกันไม่ได้อย่างที่นักเศรษฐศาสตร์กระฎุมพีกล่าวยันเช่นนั้นเชียวหรือ เราจะต้องไม่เชื่อคำพูดของพวกเขาแต่อย่างเดียว เรากล้าที่จะไม่เชื่อพวกเขาแม้พวกเขาอ้างว่ายิ่งทุนอ้วนท้วนเท่าใดทาสของมันก็จะได้รับการปรนเปรอยิ่งขึ้นเท่านั้น พวกกระฎุมพีนั้นตรัสรู้มากเกินไป มันเก็บบันทึกของมันอย่างรอบคอบเกินไป มากเกินไปที่จะมีความเดียดฉันท์เช่นอย่างขุนนางศักดินาซึ่งแสดงความโอ่อ่าของบริวารของเขาอย่างโอ้อวด เงื่อนไขในการมีอยู่ของชนชั้นกระฎุมพีบังคับให้มันต้องใส่ใจในการทำบัญชีของมันอย่างรอบคอบ เราจึงจำเป็นต้องพิจารณาคำถามดังต่อไปนี้อย่างละเอียด
In what manner does the growth of productive capital affect wages? การเติบโตของทุนในการผลิตส่งผลกับค่าจ้างในรูปแบบใด
If as a whole, the productive capital of bourgeois society grows, there takes place a more many-sided accumulation of labor. The individual capitals increase in number and in magnitude. The multiplications of individual capitals increases the competition among capitalists. The increasing magnitude of increasing capitals provides the means of leading more powerful armies of workers with more gigantic instruments of war upon the industrial battlefield. โดยรวมแล้วหากทุนในการผลิตของสังคมกระฎุมพีเติบโต ก็จะเกิดการสะสมแรงงานในหลายด้านยิ่งขึ้น ทุนปัจเจกเพิ่มในจำนวนและปริมาณ การเพิ่มพูนของทุนปัจเจกเพิ่มการแข่งขันระหว่างนายทุน ปริมาณที่เพิ่มขึ้นของทุนที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยในการนำกองทัพของคนทำงานที่ทรงพลังกว่าเดิมพร้อมอุปกรณ์ทำสงครามขนาดมหึมากว่าเดิมท่ามกลางสมรภูมิอุตสาหกรรม
The one capitalist can drive the other from the field and carry off his capital only by selling more cheaply. In order to sell more cheaply without ruining himself, he must produce more cheaply -- i.e., increase the productive forces of labor as much as possible. นายทุนคนหนึ่งสามารถขับไล่คนอื่นออกจากสนามรบและชิงชัยทุนของเขาได้ด้วยการขายของในราคาถูกกว่าเดิมเท่านั้น เพื่อขายของในราคาถูกขึ้นโดยไม่ทำลายตนเอง เขาจะต้องผลิตด้วยต้นทุนที่ถูกลง นั่นคือการเพิ่มแรงในการผลิตของแรงงานให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้
But the productive forces of labor is increased above all by a greater division of labor and by a more general introduction and constant improvement of machinery. The larger the army of workers among whom the labor is subdivided, the more gigantic the scale upon which machinery is introduced, the more in proportion does the cost of production decrease, the more fruitful is the labor. And so there arises among the capitalists a universal rivalry for the increase of the division of labor and of machinery and for their exploitation upon the greatest possible scale. แต่แรงในการผลิตของแรงงานนั้นจะเพิ่มขึ้นเหนือสิ่งอื่นใดด้วยการแบ่งงานกันทำในระดับที่สูงขึ้น และการนำมาใช้โดยทั่วไปยิ่งขึ้นและการพัฒนาอย่างคงที่ของเครื่องจักร ยิ่งกองทัพของคนทำงานซึ่งมีการแบ่งงานกันทำมีขนาดใหญ่ขึ้นเท่าใด การนำเครื่องจักรมาใช้จะเกิดขึ้นในมาตราส่วนที่มโหฬารยิ่งขึ้น อัตราส่วนของต้นทุนการผลิตจะลดลง และแรงงานจะออกดอกออกผลมากขึ้น และที่นั้นเองซึ่งการแข่งขันโดยทั่วไปเพื่อแย่งชิงการแบ่งงานกันทำและเครื่องจักร และการใช้ประโยชน์สิ่งเหล่านี้ ถือกำเนิดขึ้นในมาตราส่วนที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ระหว่างนายทุน
If, now, by a greater division of labor, by the application and improvement of new machines, by a more advantageous exploitation of the forces of nature on a larger scale, a capitalist has found the means of producing with the same amount of labor (whether it be direct or accumulated labor) a larger amount of products of commodities than his competitors -- if, for instance, he can produce a whole yard of linen in the same labor-time in which his competitors weave half-a-yard -- how will this capitalist act? แล้วด้วยการแบ่งงานกันทำมากขึ้น ด้วยการพัฒนาเครื่องจักรใหม่ ๆ ด้วยการใช้ประโยชน์ของแรงในธรรมชาติอย่างได้เปรียบในมาตราส่วนที่ใหญ่กว่าเดิม หากนายทุนได้ค้นพบวิธีการผลิตด้วยแรงงานปริมาณเท่าเดิม (ไม่ว่าด้วยแรงงานสะสมหรือโดยตรง) ให้ได้ผลผลิตของโภคภัณฑ์ในปริมาณที่มากกว่าคู่แข่งของเขา ตัวอย่างเช่น หากเขาสามารถผลิตผ้าลินินหนึ่งหลาในเวลาแรงงานเดียวกันซึ่งคู่แข่งเขาทอได้ครึ่งหลา นายทุนคนนี้จะปฏิบัติอย่างไร
He could keep on selling half-a-yard of linen at old market price; but this would not have the effect of driving his opponents from the field and enlarging how own market. But his need of a market has increased in the same measure in which his productive power has extended. The more powerful and costly means of production that he has called into existence enable him, it is true, to sell his wares more cheaply, but they compel him at the same time to sell more wares, to get control of a very much greater market for his commodities; consequently, this capitalist will sell his half-yard of linen more cheaply than his competitors. เขาจะขายผ้าลินินครึ่งหลาของเขาต่อไปในราคาตลาดอันเก่าก็ได้ แต่นี่จะไม่ทำให้คู่แข่งของเขาหายไปจากสนามรบและขยายตลาดของเขาเอง แต่ความต้องการตลาดของเขาได้เพิ่มขึ้นในระดับเดียวกับที่พลังการผลิตของเขาได้ขยายตัว ปัจจัยการผลิตที่ทรงพลังและแพงกว่าเดิมซึ่งเขาได้ให้กำเนิดนั้นทำให้เขาสามารถขายของได้ถูกลงจริง แต่ในขณะเดียวกันก็บังคับให้เขาต้องขายของมากขึ้น ต้องควบคุมตลาดที่ใหญ่ขึ้นสำหรับโภคภัณฑ์ของเขา ด้วยเหตุนี้ นายทุนคนนี้จะขายผ้าลินินครึ่งหลาในราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งของเขา
But the capitalist will not sell the whole yard so cheaply as his competitors sell the half-yard, although the production of the whole yard costs him no more than does that of the half-yard to the others. Otherwise, he would make no extra profit, and would get back in exchange only the cost of production. He might obtain a greater income from having set in motion a larger capital, but not from having made a greater profit on his capital than the others. Moreover, he attains the object he is aiming at if he prices his goods only a small percentage lower than his competitors. He drives them off the field, he wrests from them at least part of their market, by underselling them. แต่นายทุนคนนี้จะไม่ขายทั้งหนึ่งหลานั้นในราคาถูกเท่ากับที่คู่แข่งของเขาขายครึ่งหลา แม้ว่าการผลิตทั้งหนึ่งหลานั้นมีต้นทุนไม่มากไปกว่าการผลิตครึ่งหลาของคนอื่น ไม่อย่างนั้นแล้ว เขาจะไม่ได้กำไรเพิ่ม และจะได้กลับมาพอแลกกับต้นทุนการผลิตเท่านั้น เขาอาจได้รายได้มากกว่าเดิมจากการเคลื่อนกำลังทุนที่มากกว่าเดิม ไม่ใช่จากการสร้างกำไรจากทุนของเขามากกว่าผู้อื่น มากไปกว่านั้น เขาจะบรรลุเป้าหมายที่เขามุ่งไว้เพียงแค่เขาตั้งราคาสินค้าให้ถูกกว่าคู่แข่งเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ก็พอ เขาขับพวกเขาออกจากสนามรบและชิงตลาดของพวกเขามาส่วนหนึ่งเป็นอย่างน้อย ด้วยการขายตัดราคา
And finally, let us remember that the current price always stands either above or below the cost of production, according as the sale of a commodity takes place in the favorable or unfavorable period of the industry. According as the market price of the yard of linen stands above or below its former cost of production, will the percentage vary at which the capitalist who has made use of the new and more faithful means of production sell above his real cost of production. และสุดท้าย เราจำได้ว่าราคาปัจจุบันจะอยู่เหนือหรือใต้ต้นทุนการผลิตเสมอ เป็นไปตามการขายโภคภัณฑ์เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่น่าพึงพอใจหรือไม่ของอุตสาหกรรม เปอร์เซ็นต์ที่นายทุนซึ่งได้นำปัจจัยการผลิตที่ใหม่และเชื่อถือได้ยิ่งขึ้นมาใช้จะขายเหนือต้นทุนการผลิตจริงของเขานั้นแปรไปตามราคาตลาดของผ้าลินินหนึ่งหลาซึ่งอยู่เหนือหรือใต้ต้นทุนการผลิตเก่าของมัน
But the privilege of our capitalist is not of long duration. Other competing capitalists introduce the same machines, the same division of labor, and introduce them upon the same or even upon a greater scale. And finally this introduction becomes so universal that the price of the linen is lowered not only below its old, but even below its new cost of production. แต่อภิสิทธิ์นี้ของนายทุนนั้นอยู่ไม่นาน นายทุนคนอื่นซึ่งแข่งขันกันก็นำเครื่องจักร นำการแบ่งงานกันทำแบบเดียวกันมาใช้ และนำมาใช้ในมาตราส่วนที่เท่ากันหรือใหญ่กว่า และในที่สุดการนำมาใช้อย่างนี้ก็เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายจนราคาของผ้าลินินนั้นไม่ได้แต่เพียงลดลงจากแต่ก่อน แต่ยังต่ำกว่าต้นทุนการผลิตอันใหม่เสียอีก
The capitalists therefore find themselves, in their mutual relations, in the same situation in which they were before the introduction of the new means of production; and if they are by these means enabled to offer double the product at the old price, they are now forced to furnish double the product for less than the old price. Having arrived at the new point, the new cost of production, the battle for supremacy in the market has to be fought out anew. Given more division of labor and more machinery, and there results a greater scale upon which division of labor and machinery are exploited. And competition again brings the same reaction against this result. พวกนายทุนจึงตกอยู่ในสภาวะดังเดิม ในความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันของพวกเขา ก่อนที่มีการนำปัจจัยการผลิตแบบใหม่มาใช้ และหากปัจจัยเหล่านี้ทำให้พวกเขาสามารถขายของในจำนวนสองเท่าในราคาเท่าเดิม พวกเขาถูกบังคับให้ต้องผลิตเป็นจำนวนสองเท่าแต่ขายในราคาต่ำกว่าเดิม เมื่อมาถึงจุดใหม่นี้แล้ว ต้นทุนการผลิตอันใหม่ การสู้รบแย่งชิงตำแหน่งของความยิ่งใหญ่ในตลาดจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง หากมีการแบ่งงานกันทำมากขึ้นและเครื่องจักรมากขึ้น แล้วจะทำให้มีการใช้ประโยชน์จากการแบ่งงานกันทำและเครื่องจักรในมาตราส่วนที่ใหญ่ขึ้น และการแข่งขันนั้นจะก่อให้เกิดปฎิกิริยาเหมือนเดิมอีกครั้งต่อผลลัพธ์นี้