จารึกสุโขทัย

| เลข ลำดับ |
ชื่อหนังสือ | บาท | ส.ต. | บาท | ส.ต. |
|---|---|---|---|---|---|
จารึกสุโขทัย. ๑ เล่ม. |
—
|
๕๐
|
|||
รวม
|
— | — | — | ๕๐ | |
นามเจ้าพนักงานผู้รับเงิน
|
|||||
หมื่นคำนึงฯ
|

เจ้าคุณนายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารบกขอให้ข้าพเจ้าหาเรื่องเก่า ๆ สักเรื่องหนึ่งเพื่อพิมพ์ในงานกฐินพระราชทานกองทัพบก ข้าพเจ้าได้พบจารึกภาษาไทยสมัยสุโขทัยฉะบับหนึ่งซึ่งเข้าใจว่า เป็นของพระเจ้าเลอไทย ราชโอรสของพ่อขุนรามคำแหง ว่าด้วยกฎหมายลักษณโจร พ.ศ. ๑๘๘๗ ซึ่งข้าพเจ้าเห็นควรให้พิมพ์ในงานนี้
จารึกเรื่องนี้ นายฉ่ำ ทองคำวรรณ เปรียญ ข้าราชการในกรมศิลปากร ได้อ่านและถอดมาให้ข้าพเจ้าไว้นานแล้ว ฟุตโน๊ตข้างล่างก็เป็นของนายฉ่ำ ทองคำวรรณ เอง ข้าพเจ้าคิดว่า จะทำคำวิจารณ์เหมือนอย่างที่ทำมาแล้วในจารึกพ่อขุนรามคำแหง แต่ก็ไม่มีเวลาจะทำได้จนบัดนี้ แต่เท่านี้อ่านดูเห็นว่า ถ้อยคำเข้าใจง่ายกว่าจารึกพ่อขุนรามคำแหง และนักศึกษาโดยทั่วไปอาจอ่านเข้าใจได้ จึงเห็นควรพิมพ์เสียครั้งหนึ่งก่อน เพราะหนังสือเรื่องนี้ย่อมมีประโยชน์แก่นักศึกษา ไม่ฉะเพาะแต่อักษรศาสตร์หรือโบราณคดี ยังเป็นประโยชน์แก่นักศึกษานิติศาสตร์ให้ทราบตัวบทกฎหมายของเราเมื่อ ๕๕๐ ปีมาแล้วด้วย
ตั้งแต่บันทัดที่ ๑ ถึงบันทัดที่ ๑๓ ชำรุดมาก แต่ในบันทัดที่ ๒ มีศักราชปรากฏอยู่ คือ ม.ศ. ๑๒๖๖ (พ.ศ. ๑๘๘๗) ตรงกับสมัยของพระเจ้าเลอไทย ราชโอรสของพ่อขุนรามคำแหง
| ๑๔ | . . . . . . . . . . หนักหนา จึงทานใหตราพระราชบรชญบติ[1] | |
| ๑๕ | . . . . . . . . . . ใหลูกขุนมุนอวานบริพารไพรฝ๋าทังหลายถวนเมืองเลกเมื | |
| ๑๖ | องใหญ่ . . . . . . . . . . ราชศีมาทังหลายนีใสกลางเมืองสุโขไทยอันเปนประธานกิ่งในเ | |
| ๑๗ | อง . . . . . . . . . . ทํเนปร[2] ชลยง[3] กำแพงเพชร ทุงย๋าง[4] ปากยํ[5] สองแคว | |
| ๑๘ | . . . . . . . . . . เมืองนันพ่านหนีไปสูอยาวเรือนตนแมนซี[6] ผู๋นันกลาย . . . . . . . . . . | |
| ๑๙ | . . . . . . . . . . ไดไวข๋าท่านพ่นสองวัน คันรูวาข๋าทานไปสูตนวันนันจวนค่ำ แลบทันสงขึน[7] ข๋าทานกลา | |
| ๒๐ | ยบเรงเอาไปเวนแก่ . . . . . . . . . . วาข๋าทำบดี ท่านจกกรู๋ไปหาให๋แก่เจ๋าข๋า พระราชบรญบัติ | |
| ๒๑ | อนึงใสแมนผูใด . . . . . . . . . . ใหญสูงแลบสงขึนข๋าทาน แลไวข๋าทานพันยาจญาทาน[8] . . . . . . . . . . | |
| ๒๒ | . . . . . . . . . . เลยวาทานจัก . . . . . . . . . . ดวยในขนาดในราชศาสตรธรรมศาสตรแลแ | |
| ๒๓ | ลทานจักทอดสินใหมดุจดังค่โมยอันลักคนท่านแลไป[9] ทันเอาออกจากเมืองนันแล แล | |
| ๒๔ | . . . . . . . . . . หนีไปไวในกลางเมือง ๐ มาตรานึง โสดลูกขุนมุนนาย | |
| ๒๕ | . . . . . . . . . . แลผู๋ใดอันอยูพายบานนอก . . . . . . . . . . เมืองเลก ตนยังไกลจาก . . . . . . . . . . | |
| ๒๖ | . . . . . . . . . . แควนเมืองใหญทังหลายทํเนปรชลยง | |
| ๒๗ | . . . . . . . . . . แกถินถานบานนาอันอาไสรยประ . . . . . . . . . . | |
| ๒๘ | . . . . . . . . . . ชวววนนกดี แลครึงวนนกดี ผิมีข๋าอันขึ๋นปิกทาน . . . . . . . . . . | |
| ๒๙ | . . . . . . . . . . ข๋าชีบา พระอุปัธญาจารยกดีอันหนีพ่านไปสูบานสูชองตนไปสูอยูอยาวเรื | |
| ๓๐ | อน . . . . . . . . . . กดีคนเอาข๋าทานหนีไปสูจุงขึน[10] ใหไดไวข๋าทาน | |
| ๓๑ | . . . . . . . . . . ทานนันพิด[11] . . . . . . . . . . แกพระเจ๋าแผนดินแกเจ๋าบ๋านเจ๋าเมือง . . . . . . . . . . จริงแมนเจ๋าไทบญังใส[12] ให๋ไป . . . . . . . . . . | |
| ๓๒ | . . . . . . . . . . เมือง . . . . . . . . . . จักบงงคบบให๋เจ๋าข๋านัน . . . . . . . . . . ไพยอนนกลววพระ | |
| ๓๓ | . . . . . . . . . . คนทานแลเอามามิให๋พ๋นอาชญาทานนัน ขนาดราชศาสตรธรรมศาสตรทาน . . . . . . . . . . แต่งให๋ได๋ | |
| ๓๔ | แกมนนแลแกผู๋เอาข๋าทานมานันสีแล ในดังนี๋ผิผู๋ใดหากลเบวส[13] แลไว๋ข๋ทานพ๋นศามวันคน | |
| ๓๕ | ผู๋ . . . . . . . . . . นนใสทานจักให๋ใหมแลวันแลหมึนพนนไปจุงเถิงห๋าวัน พ๋[14] เปนห๋าหมึนห๋าพนน | |
| ๓๖ | . . . . . . . . . . วนนไปเชนพ๋นขนาดดิถีพ๋เปนแปดวันในดังอนนแลญังไว๋ข๋าทานพ๋นในแปดวัน | |
| ๓๗ | สินใหมห๋าหมึนห๋าพัน แมนชีพ๋นวันนึงกดี ทานจกกทอดสินใหมแกมัน | |
| ๓๘ | ผู๋นันโดยขนาดดังลกกศินทาน แลไปบ๋านกเอาไปจากวยงนันแลเหินแผนกตนมันอันลเมอส | |
| ๓๙ | . . . . . . . . . . ทานจกกใหมตนคูทานโดยศักดิ ดังขนาดธรรมศาสตรราชศาสตรโสดแล ๐ มา | |
| ๔๐ | ตรานึงโสด ในบ๋านผู๋จักกล่าวนี๋แล แลมีคโมยลกกผู๋คนทานไปจอดตนกดี ไปกลายบ๋านของตนกดี | |
| ๔๑ | คโมยอนนลกกววควายช๋างม๋าสชช . . . . . . . . . . อนนใด ไปจอดไปกลายตนกดีให๋นายเจ๋าบ๋านเจ๋า | |
| ๔๒ | เรือน . . . . . . . . . . พิจารณา คันรูวาคโมยจริง เอาจุงได๋แลเอาคโมยนันอีกของ . . . . . . . . . . | |
| ๔๓ | . . . . . . . . . . เจ๋าไทวาข๋าจริงจริง ขนาดออนเจ๋าของบมิได๋ให๋ คงไปตามหาสกกอนน ดัง . . . . . . . . . . | |
| ๔๔ | —————— ชำรุด —————— | |
| ๔๕ | —————— ชำรุด —————— |
| ๑ | นึงให๋ได๋แกมนนผู๋ชอยนันผิผู๋ชอย[15] ค่โมยจกกไปแลได๋ดวยค่โมยผู๋นัน | |
| ๒ | ใสท่านบ่มิได๋ให๋แก่ผู๋มนนชอยค่โมยคนนันชืวามนนเหนคนชืนันหลากดังชืนัน | |
| ๓ | แลมนนเอาพิจารณาโดยพระปรชญบติท่านจึงพ๋เจ๋าของบ๋านนีดวยบ๋านนีดังชืนันดวย | |
| ๔ | ก๋ดีตนจเพิงได๋บํเนจแลฤๅอันนีไปอุเบกษาแลอยูตวง[16] เจ๋าของไปเถิงแลจึงจักเอามัน | |
| ๕ | มา ท่านแตงให๋เชนดงงเพือนนันขนาดนึงใสท่านแตงโดยอันวาภาคอุเบกษาอยูแ | |
| ๖ | ลไปเองกอนนันแลแมนญังมีสัญาดวยค่โฒยใสท่านญังบังคับเมือหน๋า ๐ มาตรานึงโส | |
| ๗ | ดค่โมยตนก๋จับกุํได๋เข๋าของทํเนปรข๋าคนวัวม่ป๋ฝิ่นอันใดตนก๋ได๋ดังอัน[17] แลกลายไปไว๋ | |
| ๘ | เมืองฝูงนันพี๋นองจญาทานไว๋ริมวันผิดังอันของฝูงนันท่านก๋มิให๋ได๋สักอันเลยบูรา | |
| ๙ | ณท่านจักให๋โทสดังขนาดผู๋ลักแลขนาดอำ[18] ลักอันมีในพระราชศาสตรดังฤๅใสท่านจัก [เอา | |
| ๑๐ | โทส] โดยนันแล ๐ มาตรานึงโสดในบ๋านของคนกลาวนีแล๋แล่มีโจรลักวัวม่ป๋ฝิ๋นทาน | |
| ๑๑ | ไปกลายตนก่ดีไปจอดเรือนก่ดีคล๋อยผู๋นันอุเบกษาแลบ่มีเอาแลละให๋ปล่อยไปอน— | |
| ๑๒ | นนึงโสดพิจารณาก่รู๋วาค่โมยแลพ่อค่โมยนนนพี๋นองตนกลายแส๋งละให๋ปลอยไป | |
| ๑๓ | อนนนึงโสดเหนค่โมยนนนเปนข๋าผู๋ใหญกลายกลววแกศักดิผู๋ใหญแลปลอยไ— | |
| ๑๔ | ป ๐ อนนนึงโสดเอาค่โมยนนนแล๋แล่กลายค่โมยนนนจ๋างผู๋อันตนกลายเหนแก | |
| ๑๕ | สินจ๋างค่โมยนนนแลปลอยไป ๐ อนนนึงโสดพ่อเจ๋าของเจ๋าข๋าไลค่โมยไปเถิงบ๋านตน | |
| ๑๖ | ผู๋กลายเจ๋าของร๋องให๋ชอยกุํพ่อเจ๋าบ๋านเจ๋าเรือนนนนก่ญังบ๋าน[19] แลกลายบมีฝูงชอย | |
| ๑๗ | แลละค่โมยนนนปลอยไปก่ดีทังบ่วาประการนึงอนนกลาววาอูเบกษาแลบ่เอาผู๋นนนแล๋แล่ | |
| ๑๘ | วาพ่อพีน๋องตนแล๋ละอนนกลาววาข๋าผู๋ใหญแล๋ละอนนกลาววากินสินจ๋างค่โมยแล๋ | |
| ๑๙ | ละอนนกลาววาคล๋อยบ่กุํมแล๋ละ [อคติ] ทังนีแลมีเมือใดในบ๋านในนายใดเรือนใด | |
| ๒๐ | ในฝูงดังนีท่านจักให๋โทส [ดุจลักชะญา] แลคนท่านของท่านชีฤๅก่ดีอันค่โมยอันเอาแล๋ | |
| ๒๑ | แลท่านจักให๋ใช๋จุงสิ๋นหนี๋สิน [ดังท่าน] จักใหมค่โมยนันท่านจักทอดให๋ใช๋สินจ๋าง | |
| ๒๒ | แลจักใหมตนคูมนนโดย [ศักดิญศ] แลเพื่อฤๅ จักให๋ดังอันแมนท่านหนีไปสูตนก่ดี | |
| ๒๓ | ฝูงอันค่โมยลักไป แลตนจสง [ไปให๋โดย] ปรสงสินชีฤๅก่ดี แลตนพาไปถวายไปเวนแกเจ๋าไท | |
| ๒๔ | ท่านจักให๋พ๋นอาชญาท่านดังอนนขนาดราชศาสตรธรรมศาสตรอนนท่านแตงได๋ค่าสิน | |
| ๒๕ | จ๋างตนก่ได๋ได๋ค่าตนคูก่ได๋ค่าได๋ของฝูงนันนก่ได๋สิ่งรู๋ว่าเจ๋าใหญจักบำเนจดังท่านแตงให๋ | |
| ๒๖ | ไว๋ดังอันแลเปนดังฤๅ [ภาคอัน] อูเบกษาเหนแกค่โมยกวาอาชญาบรญบติเจ๋าไทดังอันผิ | |
| ๒๗ | ให๋ร๋ายท่านผู๋ทุกโทสมิให๋จำเรอญแกมันเพือนมัน ๐ มาตรานึงโสดอนึงผู๋วาชึนีลักของใน | |
| ๒๘ | บ๋านท่านก่ดีลักข๋าอันนท่านผู๋ใดผู๋นึงชวนตนไปลักท่านก่ดีไปลกกดวยกนนแลวก่ดี | |
| ๒๙ | แลรู๋วาผู๋เนิงลกกลยมสึงสินท่านอนนนานพ๋นในปรมานสิบปีอันลักในหนี๋นัดนีก่ดีใน | |
| ๓๐ | ลกกฝูงนีอันหาผู๋รู๋ผู๋เหนบ่มิได๋สักอันดังอันก่ดีใสคนผู๋นันใสใจแลเอาโจรกลายมันออก | |
| ๓๑ | ไมทูลแกเจ๋าไทมาบอกแกปรฏาคหบดีท่านใหมซิดัง [มันคน] ลักรังตนมันโดยคูในมันอน— | |
| ๓๒ | นึงผู๋นันเอาหนี๋สินใหมฝูงนันท่านจักแตงให๋ได๋แกมันโดยขนาดราชศาสตรธรรมศาสต— | |
| ๓๓ | รโสด [สึง] ท่านจักย[20] มันผู๋นัน [มาถึ] ลูก [ชะญา] ท่านแล ๐ มาตรานึงโสด ผิมีคนจกกไปราวีพิรามชิง | |
| ๓๔ | เอาเข๋าเอาของท่านแมนช๋ลูกลลูก [หลาน] ท่านคนใดก่ดีอันเจ๋าของบ่มิให๋แลอันนึงไม | |
| ๓๕ | มีคนทังหลายชอยกุํชอยเอาจุงได๋ แมนผู๋ไลผู๋นันมันถึหอกดาบตราบเครึองเหลกใ— | |
| ๓๖ | หญโตให๋เอามันจุงได๋แลให๋ไปถวายแกท่าน ท่านบาดใหมให๋เปนรังวันผู๋ [ได๋มนนแมนมน— | |
| ๓๗ | น] เพิงกทำทีนันวันใด ให๋เปนขนาดแก่ทังหลายท่านจักกทำ ๐ ผู๋ใดอนน [อุเบกษาบ่เอา] | |
| ๓๘ | คนผู๋ร๋ายนนนให๋ปลอยบ่ชอยไลชอยกุํผู๋ร๋ายนนนดงงอนนใสท่านจักใหมมันโดยขนาด | |
| ๓๙ | แลหนี๋อันแตสินอันเสียในผู๋ร๋ายอันชิงเอานันเทาใดใส ท่านจักให๋ใช๋จุงสิ๋นแลญาอูเบก | |
| ๔๐ | ษา ๐ มาตรานึงโสด ผิผู๋ใดจักมีการอันกทำ [แลการอันใดอันนึง] ก่ดีแลจข๋าวัวข๋าควายไม | |
| ๔๑ | ให๋เอาวัวควายนันอนนจักข๋ามัน ชีให๋กันเหนทังหลายแมนมุนนายใส . . . . . . . . . . | |
| ๔๒ | . . . . . . . . . . ไพรใสให๋มุนนายรู๋เพือนตนแลเพือนของตนรู๋ใจผู๋กทำ . . . . . . . . . . | |
| ๔๓ | นึงสูกินบังอันท่านบ่ห๋ามสูทันเหนพระปรญบติเพิอ [โบยผู๋] ทำปลยนปลอม | |
| ๔๔ | ผู๋ร๋ายมันชกลักท่านกิน ปลอมทังท่าน . . . . . . . . . . คันรู๋ทังหลายเพือนัน [พระปรญบติอัน] | |
| ๔๕ | นีแลผู๋ใดหากลเบเวสแลหา [กุํข๋ากุํร๋ายไพร] ทังหลายใสแมนซึของมัน . . . . . . . . . . | |
| ๔๖ | มาคว้ามาชกท่านกินแล . . . . . . . . . . ทังหลายนีแลผู๋ใดใสใจ . . . . . . . . . . | |
| ๔๗ | . . . . . . . . . . เจ๋าใหญได๋แกฝูงอัน . . . . . . . . . . | |
| ๔๘ | . . . . . . . . . . ไปทูลแก่ท่าน . . . . . . . . . . คนผู๋นัน . . . . . . . . . . ใจซีแกเจ๋าไท | |
| ๔๙ | . . . . . . . . . . เจ๋าไทดวยซีใสท่านรังวันแก่ผู๋นันจึงให๋ใช๋แลหนี๋สิน . . . . . . . . . . | |
| ๕๐ | . . . . . . . . . . โสดคนผู๋ดังนีคีวาพระราชภูบดีจักชอบหอมบ๋านหอมเมืองแก่ . . . . . . . . . . | |
| ๕๑ | . . . . . . . . . . ในฝูงดังนีใสอันท่านเจ๋าไทมักให๋ผิดแลใหมแก่ . . . . . . . . . . | |
| ๕๒ | . . . . . . . . . . กรรมทังหลาย . . . . . . . . . . | |
| ๕๓ | . . . . . . . . . . แมนซีคนผู๋ . . . . . . . . . . อันนึง . . . . . . . . . . | |
| ๕๔ | . . . . . . . . . . ลักเอามีได๋ . . . . . . . . . . |
. . . . . . . . . . หนักหนา จึงท่านให้ตราพระราชบรัชญบัติ . . . . . . . . . . ให้ลูกขุนมุนวานบริพารไพร่ฟ้าทั้งหลายถ้วนเมืองเล็กเมืองใหญ่ . . . . . . . . . . ราชสีมาทั้งหลายนี้ไซร้ กลางเมืองสุโขทัยอันเป็นประธานกึ่งในเมืองทํเนปร (ทอเนปร์) ชเลียง กำแพงเพ็ชร ทุ่งย้าง ปากยม สองแคว นคร . . . . . . . . . . เมืองนั้นพ่านหนีไปสู่เหย้าเรือนตน แม้นซือผู้นั้นกลาย . . . . . . . . . . ได้ไว้ข้าท่านพ้นสองวัน ครั้นรู้ว่า ข้าท่านไปสู่ตนวันนั้นจวนค่ำ และบทันส่งคืนข้าท่านกลายบ่เร่งเอาไปเวนแก่ . . . . . . . . . . ว่า ข้าทำบดี ท่านจักรู้ไปหาให้แก่เจ้าข้า พระราชบรัญบัติอนึ่งไซร้ แม้นผู้ใด . . . . . . . . . . ใหญ่สูง และบส่งคืนข้าท่าน และไว้ข้าท่านภรรยาชายาท่าน . . . . . . . . . . เลยว่า ท่านจัก . . . . . . . . . . ด้วยในขนาดในราชศาสตรธรรมศาสตรแล และท่านจักทอดสินไหมดุจดังขะโมยอันลักคนท่าน และไป่ทันเอาออกจากเมืองนั้นแล และ . . . . . . . . . . หนีไปไว้ในกลางเมือง ฯ
๏มาตราหนึ่งโสด ลูกขุนมุนนาย . . . . . . . . . . และผู้ใดอันอยู่ภายบ้านนอก . . . . . . . . . . เมืองเล็ก ตนยังไกลจาก . . . . . . . . . . แคว้นเมืองใหญ่ทั้งหลาย ทํเนปร (ทอเนปร์) ชเลียง . . . . . . . . . . แก่ถิ่นฐานบ้านนาอันอาศัยประ . . . . . . . . . . ชั่ววันก็ดี และครึ่งวันก็ดี ผิมีข้าอันขึ้นปิกท่าน . . . . . . . . . . ข้าชีบาพระอุปัธยาจารยก็ดี อันหนีพ่านไปสู่บ้านสู่ช่องตนไปสู่อยู่เหย้าเรือน . . . . . . . . . . ก็ดี คนเอาข้าท่านหนีไปสู่จุงคืนให้ได้ไว้ข้าท่าน . . . . . . . . . . ท่านนั้นผิด . . . . . . . . . . แก่พรพเจ้าแผ่นดินแก่เจ้าบ้านเจ้าเมือง . . . . . . . . . . จริง แม้นเจ้าไทบญังไซร้ ให้ไป . . . . . . . . . . เมือง . . . . . . . . . . จักบังคับให้เจ้าข้านั้น . . . . . . . . . . ภัยอันกลัวพระ . . . . . . . . . . คนท่านและเอามามิให้พ้นชาญาท่านนั้น ขนาดราชศาสตรธรรมศาสตร ท่าน . . . . . . . . . . แต่งให้ได้แก่มัน และแก่ผู้เอาข้าท่านมานั้นสีแล ในดังนี้ ผิผู้ใดหากลเบวสและไว้ข้าท่านพ้นสามวัน คนผู้ . . . . . . . . . . นั้นไซร้ ท่านจักให้ไหมแลวันแลหมื่นพันไปจุงเถิงห้าวัน พอเป็นห้าหมื่นห้าพัน . . . . . . . . . . วันไป เช่นพ้นขนาดดิถีพอเป็นแปดวันในดังอัน และยังไว้ข้าท่านพ้นในแปดวัน สินไหมห้าหมื่นห้าพัน แม้นซึอพ้นวันหนึ่งก็ดี ท่านจักกอดสินไหมแก่มันผู้นั้นโดยขนาดดังลักสินท่าน และไปบ้านก็เอาไปจากเวียงนั้นแล เห็นแผนกตนมันอันละเมิด . . . . . . . . . . ท่านจักไหมตนขู่ท่านโดยศักดิ์ ดังขนาดธรรมศาสตรราชศาสตรโสดแล ฯ
๏มาตราหนึ่งโสด ในบ้านผู้จักกล่าวนี้แล และมีขะโมยลักผู้คนท่านไปจอดตนก็ดี ไปกลายบ้านของตนก็ดี ขะโมยอันลักวัวควายช้างม้าสัตว์ . . . . . . . . . . อันใด ไปจอดไปกลายตนก็ดี ให้นายเจ้าบ้านเจ้าเรือน . . . . . . . . . . พิจารณา ครั้นรู้ว่า ขะโมยจริง เอาจุงได้ และเอาขะโมยนั้นอีกของ . . . . . . . . . . เจ้าไทว่า ข้าจริงจริง ขนาดอันเจ้าของบิมได้ให้คงไปตามหาสักอันดัง . . . . . . . . . .
อนึ่ง ให้ได้แก่มันผู้ช่วนนั้น ผิผู้ช่วยขะโมยจักไปและได้ด้วยขะโมยผู้นั้นไซร้ ท่านบมิได้ให้แก่ผู้มันช่วยขะโมยคนนั้น ชื่อว่า มันเห็นคนชื่อนั้นหลากดังชื่อนั้น และมันเอาพิจารณาโดยพระปรัชญบัติ ท่านจึงพ้อเจ้าของบ้านนี้ด้วย บ้านนี้ดังชื่อนั้นด้วยก็ดี ตนจะเพิงได้บำเหน็จแลฤๅ อันนี้ไปอุเบกษาและอยู่ตวง เจ้าของไปเถิงแลจึงจักเอามันมา ท่านแต่งให้เช่นดังเพื่อนนั้น ขนาดหนึ่งไซร้ ท่านแต่งโดยอันว่าภาคอุเบกษาอยู่ และไปเองก่อนนั้น และแม้นยังมีสัญญาด้วยขะโมยไซร้ ท่านจักบังคับเมื่อหน้า ฯ
๏มาตราหนึ่งโสด ขะโมยตนก็จับกุมได้ เข้าของ ทำเนปร (ทอเนปร์) ข้าคนวัวหม้อปอฟืนอันใดตนก็ได้ดังอันและกลายไปไว้ในเมืองฝูงนั้นพี่น้องชายาท่านไว้ริมวันผิดังอัน ของฝูงนั้นท่านก็มิได้ให้สักอันเลย บุราณท่านจักให้โทษดังขนาดผู้ลักและขนาดอำลักอันมีในพระราชศาสตรดังฤๅไซร้ ท่านจักเอาโทษโดยนั้นแล ฯ
๏มาตราหนึ่งโสด ในบ้านของคนกล่าวนี้แล และมีโจรลักวัวหม้อปอฟืนท่านไปกลายตนก็ดี ไปจอดเรือนก็ดี คล้อยผู้นั้นอุเบกษา แลบมิเอาและละให้ปล่อยไป ฯ
อนึ่งโสด พิจารณาก็รู่ว่า ขะโมย และพ่อขะโมขนั้นพี่น้องตนกลายแส้ละให้ปล่อยไป ฯ
อนึ่งโสด เห็นขะโมยนั้นเป็นข้าผู้ใหญ่กลายกลัวแก่ศักดิ์ผู้ใหญ่และปล่อยไป ฯ
อนึ่งโสด เอาขะโมยนั้นแล และกลายขะโมยนั้น จ้างผู้อันตนกลายเห็นแก่สินจ้างขะโมยนั้นและปล่อยไป ฯ
อนึ่งโสด พ่อเจ้าของเจ้าข้าไล่ขะโมยไปเถิงบ้านตนผู้กลาย เจ้าของร้องให้ช่วยกุม พ่อเจ้าบ้านเจ้าเรือนนั้นก็ญังบ้านและกลาย บมีฝูงช่วยและละขะโมยนั้นปล่อยไปก็ดี ทั้งบว่าประการหนึ่ง อันกล่าวว่า อุเบกษา และบเอาผู้นั้นแล และว่า พ่อพี่น้องตนและละอันกล่าวว่า ข้าผู้ใหญ่ และละอันกล่าวว่า กินสินจ้างขะโมย และละอันกล่าวว่า คล้อยบกุม และละอคติทั้งนี้ แลมีเมื่อใดในบ้านในนายใดเรือนใดในฝูงดังนี้ ท่านจักให้โทษดุจลักชายาและคนท่านของท่านชื่อฤๅก็ดี อันขะโมยอันเอาแลและท่านจักให้ใช้จุงสิ้นหนิ้สินดังท่านจักไหมขะโมยนั้น ท่านจักทอดให้ใช้สินจ้าง และจักไหมตนขู่มันโดยศักดิ์ยศ และเพื่อฤๅจักให้ดังอัน แม้นท่านหนีไปสู่ตนก็ดี ฝูงอันขะโมยลักไป และตนจะส่งไปให้โดยประสงค์สินชื่อฤๅก็ดี และตนพาไปถวายไปเวนแก่เจ้าไท ท่านจัดให้พ้นอาชญาท่านดังอัน ขนาดราชศาสตรธรรมศาสตรอันท่านแต่ง ได้ค่าสินจ้างตนก็ได้ ได้ค่าตนขู่ก็ได้ ค่าได้ของฝูงนั้นก็ได้ ซึ่งรู้ว่า เจ้าใหญ่จักบำเหน็จ ดังท่านแต่งให้ไว้ดังอัน และเป็นดังฤๅ ภาคอันอุเบกษา เห็นแก่ขะโมย กว่าอาชญาบรัญบัติเจ้าไทดังอัน ผิให้ร้ายท่านผู้ทุกข์โทษ มิให้จำเริญแก่มันเพื่อนมัน ฯ
๏มาตราหนึ่งโสด อนึ่ง ผู้ว่าชื่อนี้ลักของในบ้านท่านก็ดี ลักข้าอันท่านผู้ใดผู้หนึ่งชวนตนไปลักท่านก็ดี ไปลักด้วยกันแล้วก็ดี และรู้ว่า ผู้หนึ่งลักเลียมซึ่งสินท่าน อันนานพ้นในประมาณสิบปี อันลักในหนี้นัดนี้ก็ดี ในลักฝูงนี้อันหาผู้รู้ผู้เห็นบมิได้สักอันดังอันก็ดีไซร้ คนผู้นั้นใส่ใจและเอาโจรกลายมันออก ไม่ทูลแก่เจ้าไท มาบอกแก่บรรดาคฤหบดี ท่านไหมซิดังมันคนลัก รั้งตนมันโดยขู่ในมัน อนึ่ง ผู้นั้นเอาหนี้สินไหมฝูงนั้น ท่านจักแต่งให้ได้แก่มันโดยขนาดราชศาสตรธรรมศาสตรโสด ซึ่งท่านจักยอมันผู้นั้นมาถือลูกชายาท่านแล ฯ
๏มาตราหนึ่งโสด ผิมีคนจักไปราวีพิราม ชิงเอาเข้าเอาของท่าน แม้นฉ้อลูกล่อลูกหลานท่านคนใดก็ดี อันเจ้าของบมิให้ และอนึ่ง ไม่มีคนทั้งหลายช่วยกุมช่วยเอาจุงได้ แม้นผู้ไล่ผู้นั้นมันถือหอกดาบตราบเครื่องเหล็กใหญ่โตให้เอามันจุงได้ และให้ไปถวายแก่ท่าน ท่านบาดไหมให้เป็นรางวัลผู้ได้มัน แม้นมันเพิ่งกระทำที่นั้นวันใด ให้เป็นขนาดแก่ทั้งหลายท่านจักกระทำ ฯ ผู้ใดอันอุเบกษาบเอาคนผู้ร้ายนั้นให้ปล่อยบช่วยไล่ช่วยกุมผู้ร้ายนั้นดังอันไซร้ ท่านจักไหมมันโดยขนาดและหนี้อันแต่สินอันเสียในผู้ร้ายอันเชิงเอานั้นเท่าใดไซร้ ท่านจัดให้ใช้จุงสิ้นและอย่าอุเบกษา ฯ
๏มาตราหนึ่งโสด ผิผู้ใดจักมีการอันกระทำ และการอันใดอันหนึ่งก็ดี และจักฆ่าวัวฆ่าควาย ไม่ให้เอาวัวควายนั้นอันจักฆ่ามัน ชี้ให้กันเห็นทั้งหลาย แม้นมุนนายไซร้ . . . . . . . . . . ไพร่ไซร้ ให้มุนนายรู้เพื่อนตนและเพื่อนของตนรู้ใจผู้กระทำ . . . . . . . . . . อนึ่ง สูกินบังอันท่านบมิห้ามสู ทั้งเห็นพระปรัญบัติเพื่อโบยผู้ทำเปลี่ยนปลอม ผู้ร้ายมันฉกลักท่านกิน ปลอมทั้งท่าน . . . . . . . . . . ครั้นรู้ทั้งหลายเพื่อนนั้น พระปรัญบัติอันนี้ และผู้ใดหากกลเบวส และหากุมฆ่ากุมร้ายไพร่ทั้งหลายไซร้ แม้นซึอของมัน . . . . . . . . . . มาคว้ามาฉกท่านกินแล . . . . . . . . . . ทั้งหลายนี้แลผู้ใดใส่ใจ . . . . . . . . . . เจ้าใหญ่ได้แก่ฝูงอัน . . . . . . . . . .
. . . . . . . . . . ไปทูลแก่ท่าน . . . . . . . . . . คนผู้นั้น . . . . . . . . . .
. . . . . . . . . . ในซื่อแก่เจ้าไท
. . . . . . . . . . เจ้าไทด้วยซื่อไซร้ ท่านรางวัลแก่ผู้นั้น จึงให้ใช้และหนี้สิน . . . . . . . . . .
. . . . . . . . . . โสด คนผู้ดังนี้ คือว่า พระราชภูบดีจักช่วยห้อมบ้านห้อมเมืองแก่ . . . . . . . . . .
. . . . . . . . . . ในฝูงดังนี้ไซร้ อันท่านเจ้าไทมักให้ผิดและไหมแก่ . . . . . . . . . .
. . . . . . . . . . กรรมทั้งหลาย . . . . . . . . . .
. . . . . . . . . . แม้นซือคนผู้ . . . . . . . . . . อนึ่ง . . . . . . . . . .
. . . . . . . . . . ลักเอามิได้ . . . . . . . . . .
พิมพ์ที่โรงพิมพ์กรมแผนที่
ตำบลเชิงสะพานช้างโรงสี
๑/๘/๗๘
- ↑ อ่านว่า บรัชญบติ = บัญญัติ.
- ↑ ภาษาเขมรโบราณ แปลว่า เป็นต้น หรือเป็นต้นว่า และเป็นภาษาไทยเหนือ อ่านว่า ทอเนปร์ แปลว่า ถ้าเป็น, เท่านี้.
- ↑ อ่านว่า ชเลียง.
- ↑ อ่านว่า ทุ่งย้าง.
- ↑ อ่านว่า ปากยม.
- ↑ แปลว่า ถ้า
- ↑ อ่านว่า และบทันส่งคืน.
- ↑ ภรรยาชายาท่าน.
- ↑ ไป่
- ↑ คืน.
- ↑ ผิด.
- ↑ ไม่อยู่ไซร้.
- ↑ ภาษาเขมร แปลว่า "เสือกไส หรือปิดบัง"
- ↑ พอ.
- ↑ ช่วย.
- ↑ แปลว่า นับ, ดูแล.
- ↑ ดังนั้น
- ↑ ปกปิด.
- ↑ ก็อยู่บ้าน.
- ↑ แปลว่า ทำ, รักษา.
งานนี้ ปัจจุบันเป็นสาธารณสมบัติแล้ว เพราะลิขสิทธิ์ได้หมดอายุตามมาตรา 19 และมาตรา 20 ของพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ซึ่งระบุว่า
- ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นบุคคลธรรมดา
- ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย
- ถ้ามีผู้สร้างสรรค์ร่วม ลิขสิทธิ์หมดอายุ
- เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายถึงแก่ความตาย หรือ
- เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก ในกรณีที่ไม่เคยโฆษณางานนั้นเลยก่อนที่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายจะถึงแก่ความตาย
- ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล หรือถ้าไม่รู้ตัวผู้สร้างสรรค์
- ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น
- แต่ถ้าได้โฆษณางานนั้นในระหว่าง 50 ปีข้างต้น ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก
Public domainPublic domainfalsefalse