ข้ามไปเนื้อหา

จารึกสุโขทัย

จาก วิกิซอร์ซ
ดูฉบับอื่นของงานนี้ที่ จารึกกฎหมายลักษณะโจร
ตราของกรมศิลปากร
ตราของกรมศิลปากร
จารึกสุโขทัย
นายพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา
นายกรัฐมนตรี
และ
ผู้บัญชาการทหารบก
พิมพ์แจกในงานทอดกฐินพระราชทาน
ณวัดชนะสงคราม
วันที่พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๘
จำนวน ๑๐๐๐ ฉะบับ
โรงพิมพ์กรมแผนที่

3
กองบัญชาการราชบัณฑิตยสภา
ห้องทะเบียน
พ.ศ. ๒๔๗๘
วันที่ ๒๑ / ๑๑ /
ข้าพเจ้าผู้มีนามข้างท้ายใบเสร็จนี้ได้รับเงินค่าขายหนังสือเรื่อง
เลข
ลำดับ
ชื่อหนังสือ บาท ส.ต. บาท ส.ต.
จารึกสุโขทัย.
๑ เล่ม.
 
๕๐
รวม
๕๐
นามเจ้าพนักงานผู้รับเงิน
หมื่นคำนึงฯ

ตราของกรมศิลปากร
ตราของกรมศิลปากร
จารึกสุโขทัย
เข้าใจว่าเป็นของพระเจ้าเลอไทย ราชโอรสของพ่อขุนรามคำแหง
รัชชกาลที่ ๔ ในราชวงศพระร่วง
ว่าด้วยกฎหมายลักษณโจร
ม.ศ. ๑๒๖๖ (พ.ศ. ๑๘๘๗)
ได้มาจากเมืองสุโขทัยเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๓

คำนำ

เจ้าคุณนายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารบกขอให้ข้าพเจ้าหาเรื่องเก่า ๆ สักเรื่องหนึ่งเพื่อพิมพ์ในงานกฐินพระราชทานกองทัพบก ข้าพเจ้าได้พบจารึกภาษาไทยสมัยสุโขทัยฉะบับหนึ่งซึ่งเข้าใจว่า เป็นของพระเจ้าเลอไทย ราชโอรสของพ่อขุนรามคำแหง ว่าด้วยกฎหมายลักษณโจร พ.ศ. ๑๘๘๗ ซึ่งข้าพเจ้าเห็นควรให้พิมพ์ในงานนี้

จารึกเรื่องนี้ นายฉ่ำ ทองคำวรรณ เปรียญ ข้าราชการในกรมศิลปากร ได้อ่านและถอดมาให้ข้าพเจ้าไว้นานแล้ว ฟุตโน๊ตข้างล่างก็เป็นของนายฉ่ำ ทองคำวรรณ เอง ข้าพเจ้าคิดว่า จะทำคำวิจารณ์เหมือนอย่างที่ทำมาแล้วในจารึกพ่อขุนรามคำแหง แต่ก็ไม่มีเวลาจะทำได้จนบัดนี้ แต่เท่านี้อ่านดูเห็นว่า ถ้อยคำเข้าใจง่ายกว่าจารึกพ่อขุนรามคำแหง และนักศึกษาโดยทั่วไปอาจอ่านเข้าใจได้ จึงเห็นควรพิมพ์เสียครั้งหนึ่งก่อน เพราะหนังสือเรื่องนี้ย่อมมีประโยชน์แก่นักศึกษา ไม่ฉะเพาะแต่อักษรศาสตร์หรือโบราณคดี ยังเป็นประโยชน์แก่นักศึกษานิติศาสตร์ให้ทราบตัวบทกฎหมายของเราเมื่อ ๕๕๐ ปีมาแล้วด้วย

ลายมือชื่อของหลวงวิจิตรวาทการ (วิจิตร วิจิตรวาทการ)
กรมศิลปากร
๑๑ ตุลาคม ๒๔๗๘

ด้านหน้า

ตั้งแต่บันทัดที่ ๑ ถึงบันทัดที่ ๑๓ ชำรุดมาก แต่ในบันทัดที่ ๒ มีศักราชปรากฏอยู่ คือ ม.ศ. ๑๒๖๖ (พ.ศ. ๑๘๘๗) ตรงกับสมัยของพระเจ้าเลอไทย ราชโอรสของพ่อขุนรามคำแหง

รัชชกาลที่ ๔ ในราชวงศพระร่วง
๑๔ . . . . . . . . . . หนักหนา จึงทานใหตราพระราชบรชญบติ[1]
๑๕ . . . . . . . . . . ใหลูกขุนมุนอวานบริพารไพรฝ๋าทังหลายถวนเมืองเลกเมื
๑๖ องใหญ่ . . . . . . . . . . ราชศีมาทังหลายนีใสกลางเมืองสุโขไทยอันเปนประธานกิ่งในเ
๑๗ อง . . . . . . . . . . ทํเนปร[2] ชลยง[3] กำแพงเพชร ทุงย๋าง[4] ปากยํ[5] สองแคว
๑๘ . . . . . . . . . . เมืองนันพ่านหนีไปสูอยาวเรือนตนแมนซี[6] ผู๋นันกลาย . . . . . . . . . .
๑๙ . . . . . . . . . . ไดไวข๋าท่านพ่นสองวัน คันรูวาข๋าทานไปสูตนวันนันจวนค่ำ แลบทันสงขึน[7] ข๋าทานกลา
๒๐ ยบเรงเอาไปเวนแก่ . . . . . . . . . . วาข๋าทำบดี ท่านจกกรู๋ไปหาให๋แก่เจ๋าข๋า พระราชบรญบัติ
๒๑ อนึงใสแมนผูใด . . . . . . . . . . ใหญสูงแลบสงขึนข๋าทาน แลไวข๋าทานพันยาจญาทาน[8] . . . . . . . . . .
๒๒ . . . . . . . . . . เลยวาทานจัก . . . . . . . . . . ดวยในขนาดในราชศาสตรธรรมศาสตรแลแ
๒๓ ลทานจักทอดสินใหมดุจดังค่โมยอันลักคนท่านแลไป[9] ทันเอาออกจากเมืองนันแล แล
๒๔ . . . . . . . . . . หนีไปไวในกลางเมือง ๐ มาตรานึง โสดลูกขุนมุนนาย
๒๕ . . . . . . . . . . แลผู๋ใดอันอยูพายบานนอก . . . . . . . . . . เมืองเลก ตนยังไกลจาก . . . . . . . . . .
๒๖ . . . . . . . . . . แควนเมืองใหญทังหลายทํเนปรชลยง
๒๗ . . . . . . . . . . แกถินถานบานนาอันอาไสรยประ . . . . . . . . . .
๒๘ . . . . . . . . . . ชวววนนกดี แลครึงวนนกดี ผิมีข๋าอันขึ๋นปิกทาน . . . . . . . . . .
๒๙ . . . . . . . . . . ข๋าชีบา พระอุปัธญาจารยกดีอันหนีพ่านไปสูบานสูชองตนไปสูอยูอยาวเรื
๓๐ อน . . . . . . . . . . กดีคนเอาข๋าทานหนีไปสูจุงขึน[10] ใหไดไวข๋าทาน
๓๑ . . . . . . . . . . ทานนันพิด[11] . . . . . . . . . . แกพระเจ๋าแผนดินแกเจ๋าบ๋านเจ๋าเมือง . . . . . . . . . . จริงแมนเจ๋าไทบญังใส[12] ให๋ไป . . . . . . . . . .
๓๒ . . . . . . . . . . เมือง . . . . . . . . . . จักบงงคบบให๋เจ๋าข๋านัน . . . . . . . . . . ไพยอนนกลววพระ
๓๓ . . . . . . . . . . คนทานแลเอามามิให๋พ๋นอาชญาทานนัน ขนาดราชศาสตรธรรมศาสตรทาน . . . . . . . . . . แต่งให๋ได๋
๓๔ แกมนนแลแกผู๋เอาข๋าทานมานันสีแล ในดังนี๋ผิผู๋ใดหากลเบวส[13] แลไว๋ข๋ทานพ๋นศามวันคน
๓๕ ผู๋ . . . . . . . . . . นนใสทานจักให๋ใหมแลวันแลหมึนพนนไปจุงเถิงห๋าวัน พ๋[14] เปนห๋าหมึนห๋าพนน
๓๖ . . . . . . . . . . วนนไปเชนพ๋นขนาดดิถีพ๋เปนแปดวันในดังอนนแลญังไว๋ข๋าทานพ๋นในแปดวัน
๓๗ สินใหมห๋าหมึนห๋าพัน แมนชีพ๋นวันนึงกดี ทานจกกทอดสินใหมแกมัน
๓๘ ผู๋นันโดยขนาดดังลกกศินทาน แลไปบ๋านกเอาไปจากวยงนันแลเหินแผนกตนมันอันลเมอส
๓๙ . . . . . . . . . . ทานจกกใหมตนคูทานโดยศักดิ ดังขนาดธรรมศาสตรราชศาสตรโสดแล ๐ มา
๔๐ ตรานึงโสด ในบ๋านผู๋จักกล่าวนี๋แล แลมีคโมยลกกผู๋คนทานไปจอดตนกดี ไปกลายบ๋านของตนกดี
๔๑ คโมยอนนลกกววควายช๋างม๋าสชช . . . . . . . . . . อนนใด ไปจอดไปกลายตนกดีให๋นายเจ๋าบ๋านเจ๋า
๔๒ เรือน . . . . . . . . . . พิจารณา คันรูวาคโมยจริง เอาจุงได๋แลเอาคโมยนันอีกของ . . . . . . . . . .
๔๓ . . . . . . . . . . เจ๋าไทวาข๋าจริงจริง ขนาดออนเจ๋าของบมิได๋ให๋ คงไปตามหาสกกอนน ดัง . . . . . . . . . .
๔๔ —————— ชำรุด ——————
๔๕ —————— ชำรุด ——————

ด้านหลัง
นึงให๋ได๋แกมนนผู๋ชอยนันผิผู๋ชอย[15] ค่โมยจกกไปแลได๋ดวยค่โมยผู๋นัน
ใสท่านบ่มิได๋ให๋แก่ผู๋มนนชอยค่โมยคนนันชืวามนนเหนคนชืนันหลากดังชืนัน
แลมนนเอาพิจารณาโดยพระปรชญบติท่านจึงพ๋เจ๋าของบ๋านนีดวยบ๋านนีดังชืนันดวย
ก๋ดีตนจเพิงได๋บํเนจแลฤๅอันนีไปอุเบกษาแลอยูตวง[16] เจ๋าของไปเถิงแลจึงจักเอามัน
มา ท่านแตงให๋เชนดงงเพือนนันขนาดนึงใสท่านแตงโดยอันวาภาคอุเบกษาอยูแ
ลไปเองกอนนันแลแมนญังมีสัญาดวยค่โฒยใสท่านญังบังคับเมือหน๋า ๐ มาตรานึงโส
ดค่โมยตนก๋จับกุํได๋เข๋าของทํเนปรข๋าคนวัวม่ป๋ฝิ่นอันใดตนก๋ได๋ดังอัน[17] แลกลายไปไว๋
เมืองฝูงนันพี๋นองจญาทานไว๋ริมวันผิดังอันของฝูงนันท่านก๋มิให๋ได๋สักอันเลยบูรา
ณท่านจักให๋โทสดังขนาดผู๋ลักแลขนาดอำ[18] ลักอันมีในพระราชศาสตรดังฤๅใสท่านจัก [เอา
๑๐ โทส] โดยนันแล ๐ มาตรานึงโสดในบ๋านของคนกลาวนีแล๋แล่มีโจรลักวัวม่ป๋ฝิ๋นทาน
๑๑ ไปกลายตนก่ดีไปจอดเรือนก่ดีคล๋อยผู๋นันอุเบกษาแลบ่มีเอาแลละให๋ปล่อยไปอน—
๑๒ นนึงโสดพิจารณาก่รู๋วาค่โมยแลพ่อค่โมยนนนพี๋นองตนกลายแส๋งละให๋ปลอยไป
๑๓ อนนนึงโสดเหนค่โมยนนนเปนข๋าผู๋ใหญกลายกลววแกศักดิผู๋ใหญแลปลอยไ—
๑๔ ป ๐ อนนนึงโสดเอาค่โมยนนนแล๋แล่กลายค่โมยนนนจ๋างผู๋อันตนกลายเหนแก
๑๕ สินจ๋างค่โมยนนนแลปลอยไป ๐ อนนนึงโสดพ่อเจ๋าของเจ๋าข๋าไลค่โมยไปเถิงบ๋านตน
๑๖ ผู๋กลายเจ๋าของร๋องให๋ชอยกุํพ่อเจ๋าบ๋านเจ๋าเรือนนนนก่ญังบ๋าน[19] แลกลายบมีฝูงชอย
๑๗ แลละค่โมยนนนปลอยไปก่ดีทังบ่วาประการนึงอนนกลาววาอูเบกษาแลบ่เอาผู๋นนนแล๋แล่
๑๘ วาพ่อพีน๋องตนแล๋ละอนนกลาววาข๋าผู๋ใหญแล๋ละอนนกลาววากินสินจ๋างค่โมยแล๋
๑๙ ละอนนกลาววาคล๋อยบ่กุํมแล๋ละ [อคติ] ทังนีแลมีเมือใดในบ๋านในนายใดเรือนใด
๒๐ ในฝูงดังนีท่านจักให๋โทส [ดุจลักชะญา] แลคนท่านของท่านชีฤๅก่ดีอันค่โมยอันเอาแล๋
๒๑ แลท่านจักให๋ใช๋จุงสิ๋นหนี๋สิน [ดังท่าน] จักใหมค่โมยนันท่านจักทอดให๋ใช๋สินจ๋าง
๒๒ แลจักใหมตนคูมนนโดย [ศักดิญศ] แลเพื่อฤๅ จักให๋ดังอันแมนท่านหนีไปสูตนก่ดี
๒๓ ฝูงอันค่โมยลักไป แลตนจสง [ไปให๋โดย] ปรสงสินชีฤๅก่ดี แลตนพาไปถวายไปเวนแกเจ๋าไท
๒๔ ท่านจักให๋พ๋นอาชญาท่านดังอนนขนาดราชศาสตรธรรมศาสตรอนนท่านแตงได๋ค่าสิน
๒๕ จ๋างตนก่ได๋ได๋ค่าตนคูก่ได๋ค่าได๋ของฝูงนันนก่ได๋สิ่งรู๋ว่าเจ๋าใหญจักบำเนจดังท่านแตงให๋
๒๖ ไว๋ดังอันแลเปนดังฤๅ [ภาคอัน] อูเบกษาเหนแกค่โมยกวาอาชญาบรญบติเจ๋าไทดังอันผิ
๒๗ ให๋ร๋ายท่านผู๋ทุกโทสมิให๋จำเรอญแกมันเพือนมัน ๐ มาตรานึงโสดอนึงผู๋วาชึนีลักของใน
๒๘ บ๋านท่านก่ดีลักข๋าอันนท่านผู๋ใดผู๋นึงชวนตนไปลักท่านก่ดีไปลกกดวยกนนแลวก่ดี
๒๙ แลรู๋วาผู๋เนิงลกกลยมสึงสินท่านอนนนานพ๋นในปรมานสิบปีอันลักในหนี๋นัดนีก่ดีใน
๓๐ ลกกฝูงนีอันหาผู๋รู๋ผู๋เหนบ่มิได๋สักอันดังอันก่ดีใสคนผู๋นันใสใจแลเอาโจรกลายมันออก
๓๑ ไมทูลแกเจ๋าไทมาบอกแกปรฏาคหบดีท่านใหมซิดัง [มันคน] ลักรังตนมันโดยคูในมันอน—
๓๒ นึงผู๋นันเอาหนี๋สินใหมฝูงนันท่านจักแตงให๋ได๋แกมันโดยขนาดราชศาสตรธรรมศาสต—
๓๓ รโสด [สึง] ท่านจัก[20] มันผู๋นัน [มาถึ] ลูก [ชะญา] ท่านแล ๐ มาตรานึงโสด ผิมีคนจกกไปราวีพิรามชิง
๓๔ เอาเข๋าเอาของท่านแมนช๋ลูกลลูก [หลาน] ท่านคนใดก่ดีอันเจ๋าของบ่มิให๋แลอันนึงไม
๓๕ มีคนทังหลายชอยกุํชอยเอาจุงได๋ แมนผู๋ไลผู๋นันมันถึหอกดาบตราบเครึองเหลกใ—
๓๖ หญโตให๋เอามันจุงได๋แลให๋ไปถวายแกท่าน ท่านบาดใหมให๋เปนรังวันผู๋ [ได๋มนนแมนมน—
๓๗ น] เพิงกทำทีนันวันใด ให๋เปนขนาดแก่ทังหลายท่านจักกทำ ๐ ผู๋ใดอนน [อุเบกษาบ่เอา]
๓๘ คนผู๋ร๋ายนนนให๋ปลอยบ่ชอยไลชอยกุํผู๋ร๋ายนนนดงงอนนใสท่านจักใหมมันโดยขนาด
๓๙ แลหนี๋อันแตสินอันเสียในผู๋ร๋ายอันชิงเอานันเทาใดใส ท่านจักให๋ใช๋จุงสิ๋นแลญาอูเบก
๔๐ ษา ๐ มาตรานึงโสด ผิผู๋ใดจักมีการอันกทำ [แลการอันใดอันนึง] ก่ดีแลจข๋าวัวข๋าควายไม
๔๑ ให๋เอาวัวควายนันอนนจักข๋ามัน ชีให๋กันเหนทังหลายแมนมุนนายใส . . . . . . . . . .
๔๒ . . . . . . . . . . ไพรใสให๋มุนนายรู๋เพือนตนแลเพือนของตนรู๋ใจผู๋กทำ . . . . . . . . . .
๔๓ นึงสูกินบังอันท่านบ่ห๋ามสูทันเหนพระปรญบติเพิอ [โบยผู๋] ทำปลยนปลอม
๔๔ ผู๋ร๋ายมันชกลักท่านกิน ปลอมทังท่าน . . . . . . . . . . คันรู๋ทังหลายเพือนัน [พระปรญบติอัน]
๔๕ นีแลผู๋ใดหากลเบเวสแลหา [กุํข๋ากุํร๋ายไพร] ทังหลายใสแมนซึของมัน . . . . . . . . . .
๔๖ มาคว้ามาชกท่านกินแล . . . . . . . . . . ทังหลายนีแลผู๋ใดใสใจ . . . . . . . . . .
๔๗ . . . . . . . . . . เจ๋าใหญได๋แกฝูงอัน . . . . . . . . . .
๔๘ . . . . . . . . . . ไปทูลแก่ท่าน . . . . . . . . . . คนผู๋นัน . . . . . . . . . . ใจซีแกเจ๋าไท
๔๙ . . . . . . . . . . เจ๋าไทดวยซีใสท่านรังวันแก่ผู๋นันจึงให๋ใช๋แลหนี๋สิน . . . . . . . . . .
๕๐ . . . . . . . . . . โสดคนผู๋ดังนีคีวาพระราชภูบดีจักชอบหอมบ๋านหอมเมืองแก่ . . . . . . . . . .
๕๑ . . . . . . . . . . ในฝูงดังนีใสอันท่านเจ๋าไทมักให๋ผิดแลใหมแก่ . . . . . . . . . .
๕๒ . . . . . . . . . . กรรมทังหลาย . . . . . . . . . .
๕๓ . . . . . . . . . . แมนซีคนผู๋ . . . . . . . . . . อันนึง . . . . . . . . . .
๕๔ . . . . . . . . . . ลักเอามีได๋ . . . . . . . . . .

อ่านออกสำเนียง
ด้านหน้า

. . . . . . . . . . หนักหนา จึงท่านให้ตราพระราชบรัชญบัติ . . . . . . . . . . ให้ลูกขุนมุนวานบริพารไพร่ฟ้าทั้งหลายถ้วนเมืองเล็กเมืองใหญ่ . . . . . . . . . . ราชสีมาทั้งหลายนี้ไซร้ กลางเมืองสุโขทัยอันเป็นประธานกึ่งในเมืองทํเนปร (ทอเนปร์) ชเลียง กำแพงเพ็ชร ทุ่งย้าง ปากยม สองแคว นคร . . . . . . . . . . เมืองนั้นพ่านหนีไปสู่เหย้าเรือนตน แม้นซือผู้นั้นกลาย . . . . . . . . . . ได้ไว้ข้าท่านพ้นสองวัน ครั้นรู้ว่า ข้าท่านไปสู่ตนวันนั้นจวนค่ำ และบทันส่งคืนข้าท่านกลายบ่เร่งเอาไปเวนแก่ . . . . . . . . . . ว่า ข้าทำบดี ท่านจักรู้ไปหาให้แก่เจ้าข้า พระราชบรัญบัติอนึ่งไซร้ แม้นผู้ใด . . . . . . . . . . ใหญ่สูง และบส่งคืนข้าท่าน และไว้ข้าท่านภรรยาชายาท่าน . . . . . . . . . . เลยว่า ท่านจัก . . . . . . . . . . ด้วยในขนาดในราชศาสตรธรรมศาสตรแล และท่านจักทอดสินไหมดุจดังขะโมยอันลักคนท่าน และไป่ทันเอาออกจากเมืองนั้นแล และ . . . . . . . . . . หนีไปไว้ในกลางเมือง ฯ

มาตราหนึ่งโสด ลูกขุนมุนนาย . . . . . . . . . . และผู้ใดอันอยู่ภายบ้านนอก . . . . . . . . . . เมืองเล็ก ตนยังไกลจาก . . . . . . . . . . แคว้นเมืองใหญ่ทั้งหลาย ทํเนปร (ทอเนปร์) ชเลียง . . . . . . . . . . แก่ถิ่นฐานบ้านนาอันอาศัยประ . . . . . . . . . . ชั่ววันก็ดี และครึ่งวันก็ดี ผิมีข้าอันขึ้นปิกท่าน . . . . . . . . . . ข้าชีบาพระอุปัธยาจารยก็ดี อันหนีพ่านไปสู่บ้านสู่ช่องตนไปสู่อยู่เหย้าเรือน . . . . . . . . . . ก็ดี คนเอาข้าท่านหนีไปสู่จุงคืนให้ได้ไว้ข้าท่าน . . . . . . . . . . ท่านนั้นผิด . . . . . . . . . . แก่พรพเจ้าแผ่นดินแก่เจ้าบ้านเจ้าเมือง . . . . . . . . . . จริง แม้นเจ้าไทบญังไซร้ ให้ไป . . . . . . . . . . เมือง . . . . . . . . . . จักบังคับให้เจ้าข้านั้น . . . . . . . . . . ภัยอันกลัวพระ . . . . . . . . . . คนท่านและเอามามิให้พ้นชาญาท่านนั้น ขนาดราชศาสตรธรรมศาสตร ท่าน . . . . . . . . . . แต่งให้ได้แก่มัน และแก่ผู้เอาข้าท่านมานั้นสีแล ในดังนี้ ผิผู้ใดหากลเบวสและไว้ข้าท่านพ้นสามวัน คนผู้ . . . . . . . . . . นั้นไซร้ ท่านจักให้ไหมแลวันแลหมื่นพันไปจุงเถิงห้าวัน พอเป็นห้าหมื่นห้าพัน . . . . . . . . . . วันไป เช่นพ้นขนาดดิถีพอเป็นแปดวันในดังอัน และยังไว้ข้าท่านพ้นในแปดวัน สินไหมห้าหมื่นห้าพัน แม้นซึอพ้นวันหนึ่งก็ดี ท่านจักกอดสินไหมแก่มันผู้นั้นโดยขนาดดังลักสินท่าน และไปบ้านก็เอาไปจากเวียงนั้นแล เห็นแผนกตนมันอันละเมิด . . . . . . . . . . ท่านจักไหมตนขู่ท่านโดยศักดิ์ ดังขนาดธรรมศาสตรราชศาสตรโสดแล ฯ

มาตราหนึ่งโสด ในบ้านผู้จักกล่าวนี้แล และมีขะโมยลักผู้คนท่านไปจอดตนก็ดี ไปกลายบ้านของตนก็ดี ขะโมยอันลักวัวควายช้างม้าสัตว์ . . . . . . . . . . อันใด ไปจอดไปกลายตนก็ดี ให้นายเจ้าบ้านเจ้าเรือน . . . . . . . . . . พิจารณา ครั้นรู้ว่า ขะโมยจริง เอาจุงได้ และเอาขะโมยนั้นอีกของ . . . . . . . . . . เจ้าไทว่า ข้าจริงจริง ขนาดอันเจ้าของบิมได้ให้คงไปตามหาสักอันดัง . . . . . . . . . .

อ่านออกสำเนียง
ด้านหลัง

อนึ่ง ให้ได้แก่มันผู้ช่วนนั้น ผิผู้ช่วยขะโมยจักไปและได้ด้วยขะโมยผู้นั้นไซร้ ท่านบมิได้ให้แก่ผู้มันช่วยขะโมยคนนั้น ชื่อว่า มันเห็นคนชื่อนั้นหลากดังชื่อนั้น และมันเอาพิจารณาโดยพระปรัชญบัติ ท่านจึงพ้อเจ้าของบ้านนี้ด้วย บ้านนี้ดังชื่อนั้นด้วยก็ดี ตนจะเพิงได้บำเหน็จแลฤๅ อันนี้ไปอุเบกษาและอยู่ตวง เจ้าของไปเถิงแลจึงจักเอามันมา ท่านแต่งให้เช่นดังเพื่อนนั้น ขนาดหนึ่งไซร้ ท่านแต่งโดยอันว่าภาคอุเบกษาอยู่ และไปเองก่อนนั้น และแม้นยังมีสัญญาด้วยขะโมยไซร้ ท่านจักบังคับเมื่อหน้า ฯ

มาตราหนึ่งโสด ขะโมยตนก็จับกุมได้ เข้าของ ทำเนปร (ทอเนปร์) ข้าคนวัวหม้อปอฟืนอันใดตนก็ได้ดังอันและกลายไปไว้ในเมืองฝูงนั้นพี่น้องชายาท่านไว้ริมวันผิดังอัน ของฝูงนั้นท่านก็มิได้ให้สักอันเลย บุราณท่านจักให้โทษดังขนาดผู้ลักและขนาดอำลักอันมีในพระราชศาสตรดังฤๅไซร้ ท่านจักเอาโทษโดยนั้นแล ฯ

มาตราหนึ่งโสด ในบ้านของคนกล่าวนี้แล และมีโจรลักวัวหม้อปอฟืนท่านไปกลายตนก็ดี ไปจอดเรือนก็ดี คล้อยผู้นั้นอุเบกษา แลบมิเอาและละให้ปล่อยไป ฯ

อนึ่งโสด พิจารณาก็รู่ว่า ขะโมย และพ่อขะโมขนั้นพี่น้องตนกลายแส้ละให้ปล่อยไป ฯ

อนึ่งโสด เห็นขะโมยนั้นเป็นข้าผู้ใหญ่กลายกลัวแก่ศักดิ์ผู้ใหญ่และปล่อยไป ฯ

อนึ่งโสด เอาขะโมยนั้นแล และกลายขะโมยนั้น จ้างผู้อันตนกลายเห็นแก่สินจ้างขะโมยนั้นและปล่อยไป ฯ

อนึ่งโสด พ่อเจ้าของเจ้าข้าไล่ขะโมยไปเถิงบ้านตนผู้กลาย เจ้าของร้องให้ช่วยกุม พ่อเจ้าบ้านเจ้าเรือนนั้นก็ญังบ้านและกลาย บมีฝูงช่วยและละขะโมยนั้นปล่อยไปก็ดี ทั้งบว่าประการหนึ่ง อันกล่าวว่า อุเบกษา และบเอาผู้นั้นแล และว่า พ่อพี่น้องตนและละอันกล่าวว่า ข้าผู้ใหญ่ และละอันกล่าวว่า กินสินจ้างขะโมย และละอันกล่าวว่า คล้อยบกุม และละอคติทั้งนี้ แลมีเมื่อใดในบ้านในนายใดเรือนใดในฝูงดังนี้ ท่านจักให้โทษดุจลักชายาและคนท่านของท่านชื่อฤๅก็ดี อันขะโมยอันเอาแลและท่านจักให้ใช้จุงสิ้นหนิ้สินดังท่านจักไหมขะโมยนั้น ท่านจักทอดให้ใช้สินจ้าง และจักไหมตนขู่มันโดยศักดิ์ยศ และเพื่อฤๅจักให้ดังอัน แม้นท่านหนีไปสู่ตนก็ดี ฝูงอันขะโมยลักไป และตนจะส่งไปให้โดยประสงค์สินชื่อฤๅก็ดี และตนพาไปถวายไปเวนแก่เจ้าไท ท่านจัดให้พ้นอาชญาท่านดังอัน ขนาดราชศาสตรธรรมศาสตรอันท่านแต่ง ได้ค่าสินจ้างตนก็ได้ ได้ค่าตนขู่ก็ได้ ค่าได้ของฝูงนั้นก็ได้ ซึ่งรู้ว่า เจ้าใหญ่จักบำเหน็จ ดังท่านแต่งให้ไว้ดังอัน และเป็นดังฤๅ ภาคอันอุเบกษา เห็นแก่ขะโมย กว่าอาชญาบรัญบัติเจ้าไทดังอัน ผิให้ร้ายท่านผู้ทุกข์โทษ มิให้จำเริญแก่มันเพื่อนมัน ฯ

มาตราหนึ่งโสด อนึ่ง ผู้ว่าชื่อนี้ลักของในบ้านท่านก็ดี ลักข้าอันท่านผู้ใดผู้หนึ่งชวนตนไปลักท่านก็ดี ไปลักด้วยกันแล้วก็ดี และรู้ว่า ผู้หนึ่งลักเลียมซึ่งสินท่าน อันนานพ้นในประมาณสิบปี อันลักในหนี้นัดนี้ก็ดี ในลักฝูงนี้อันหาผู้รู้ผู้เห็นบมิได้สักอันดังอันก็ดีไซร้ คนผู้นั้นใส่ใจและเอาโจรกลายมันออก ไม่ทูลแก่เจ้าไท มาบอกแก่บรรดาคฤหบดี ท่านไหมซิดังมันคนลัก รั้งตนมันโดยขู่ในมัน อนึ่ง ผู้นั้นเอาหนี้สินไหมฝูงนั้น ท่านจักแต่งให้ได้แก่มันโดยขนาดราชศาสตรธรรมศาสตรโสด ซึ่งท่านจักยอมันผู้นั้นมาถือลูกชายาท่านแล ฯ

มาตราหนึ่งโสด ผิมีคนจักไปราวีพิราม ชิงเอาเข้าเอาของท่าน แม้นฉ้อลูกล่อลูกหลานท่านคนใดก็ดี อันเจ้าของบมิให้ และอนึ่ง ไม่มีคนทั้งหลายช่วยกุมช่วยเอาจุงได้ แม้นผู้ไล่ผู้นั้นมันถือหอกดาบตราบเครื่องเหล็กใหญ่โตให้เอามันจุงได้ และให้ไปถวายแก่ท่าน ท่านบาดไหมให้เป็นรางวัลผู้ได้มัน แม้นมันเพิ่งกระทำที่นั้นวันใด ให้เป็นขนาดแก่ทั้งหลายท่านจักกระทำ ฯ ผู้ใดอันอุเบกษาบเอาคนผู้ร้ายนั้นให้ปล่อยบช่วยไล่ช่วยกุมผู้ร้ายนั้นดังอันไซร้ ท่านจักไหมมันโดยขนาดและหนี้อันแต่สินอันเสียในผู้ร้ายอันเชิงเอานั้นเท่าใดไซร้ ท่านจัดให้ใช้จุงสิ้นและอย่าอุเบกษา ฯ

มาตราหนึ่งโสด ผิผู้ใดจักมีการอันกระทำ และการอันใดอันหนึ่งก็ดี และจักฆ่าวัวฆ่าควาย ไม่ให้เอาวัวควายนั้นอันจักฆ่ามัน ชี้ให้กันเห็นทั้งหลาย แม้นมุนนายไซร้ . . . . . . . . . . ไพร่ไซร้ ให้มุนนายรู้เพื่อนตนและเพื่อนของตนรู้ใจผู้กระทำ . . . . . . . . . . อนึ่ง สูกินบังอันท่านบมิห้ามสู ทั้งเห็นพระปรัญบัติเพื่อโบยผู้ทำเปลี่ยนปลอม ผู้ร้ายมันฉกลักท่านกิน ปลอมทั้งท่าน . . . . . . . . . . ครั้นรู้ทั้งหลายเพื่อนนั้น พระปรัญบัติอันนี้ และผู้ใดหากกลเบวส และหากุมฆ่ากุมร้ายไพร่ทั้งหลายไซร้ แม้นซึอของมัน . . . . . . . . . . มาคว้ามาฉกท่านกินแล . . . . . . . . . . ทั้งหลายนี้แลผู้ใดใส่ใจ . . . . . . . . . . เจ้าใหญ่ได้แก่ฝูงอัน . . . . . . . . . .

. . . . . . . . . . ไปทูลแก่ท่าน . . . . . . . . . . คนผู้นั้น . . . . . . . . . .

. . . . . . . . . . ในซื่อแก่เจ้าไท

. . . . . . . . . . เจ้าไทด้วยซื่อไซร้ ท่านรางวัลแก่ผู้นั้น จึงให้ใช้และหนี้สิน . . . . . . . . . .

. . . . . . . . . . โสด คนผู้ดังนี้ คือว่า พระราชภูบดีจักช่วยห้อมบ้านห้อมเมืองแก่ . . . . . . . . . .

. . . . . . . . . . ในฝูงดังนี้ไซร้ อันท่านเจ้าไทมักให้ผิดและไหมแก่ . . . . . . . . . .

. . . . . . . . . . กรรมทั้งหลาย . . . . . . . . . .

. . . . . . . . . . แม้นซือคนผู้ . . . . . . . . . . อนึ่ง . . . . . . . . . .

. . . . . . . . . . ลักเอามิได้ . . . . . . . . . .

พ.อ. พระรณรัฐวิภาคกิจ เป็นผู้พิมพ์โฆษณา
พิมพ์ที่โรงพิมพ์กรมแผนที่
ตำบลเชิงสะพานช้างโรงสี
๑/๘/๗๘

  1. อ่านว่า บรัชญบติ = บัญญัติ.
  2. ภาษาเขมรโบราณ แปลว่า เป็นต้น หรือเป็นต้นว่า และเป็นภาษาไทยเหนือ อ่านว่า ทอเนปร์ แปลว่า ถ้าเป็น, เท่านี้.
  3. อ่านว่า ชเลียง.
  4. อ่านว่า ทุ่งย้าง.
  5. อ่านว่า ปากยม.
  6. แปลว่า ถ้า
  7. อ่านว่า และบทันส่งคืน.
  8. ภรรยาชายาท่าน.
  9. ไป่
  10. คืน.
  11. ผิด.
  12. ไม่อยู่ไซร้.
  13. ภาษาเขมร แปลว่า "เสือกไส หรือปิดบัง"
  14. พอ.
  15. ช่วย.
  16. แปลว่า นับ, ดูแล.
  17. ดังนั้น
  18. ปกปิด.
  19. ก็อยู่บ้าน.
  20. แปลว่า ทำ, รักษา.

งานนี้ ปัจจุบันเป็นสาธารณสมบัติแล้ว เพราะลิขสิทธิ์ได้หมดอายุตามมาตรา 19 และมาตรา 20 ของพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ซึ่งระบุว่า

ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นบุคคลธรรมดา
  1. ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย
  2. ถ้ามีผู้สร้างสรรค์ร่วม ลิขสิทธิ์หมดอายุ
    1. เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายถึงแก่ความตาย หรือ
    2. เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก ในกรณีที่ไม่เคยโฆษณางานนั้นเลยก่อนที่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายจะถึงแก่ความตาย
ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล หรือถ้าไม่รู้ตัวผู้สร้างสรรค์
  1. ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น
  2. แต่ถ้าได้โฆษณางานนั้นในระหว่าง 50 ปีข้างต้น ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก

Public domainPublic domainfalsefalse