ประมวลกฎหมายอาญาทหาร/ภาคที่ 1
หน้านี้อาจเข้าหลักเกณฑ์การลบตามนโยบายของวิกิซอร์ซด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้: อ1 - หน้าที่ไม่ได้ใช้แล้ว เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงดัชนี
ถ้าคุณไม่เห็นด้วยในการแจ้งลบ โปรดระบุเหตุผลในหน้าคุยของหน้านี้ ถ้าหน้านี้ไม่เข้าเกณฑ์การลบหรือคุณตั้งใจจะปรับปรุงต่อ โปรดนำประกาศนี้ออก แต่ผู้ที่นำป้ายออกต้องไม่ใช่ผู้สร้างหน้าเด็ดขาด ผู้ดูแลระบบโปรดตรวจสอบว่ามีลิงก์ใด ๆ ที่เชื่อมโยงมายังหน้านี้ ประวัติของหน้า (การแก้ไขล่าสุด) และรุ่นใด ๆ ที่เข้าหลักเกณฑ์ตามนโยบายก่อนที่จะดำเนินการลบ หน้านี้มีการแก้ไขล่าสุดโดย Flamevine (ส่วนร่วม | ปูม) เมื่อเวลา 13:05, 14 ธันวาคม 2568 (2 เดือนก่อน) |
ให้เรียกพระราชบัญญัตินี้ว่า “ประมวลกฎหมายอาญาทหาร”
ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้เปนกฎหมายตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน รัตนโกสินทรศ๓ก ๑๓๑ เปนต้นไป
ตั้งแต่วันที่ใช้กฎหมายนี้สืบไป ให้ยกเลิก
๒)ข้อความในพระราชกำหนดกฎหมายแลกฎข้อบังคับอื่น ๆ ซึ่งเกี่ยวกับบรรดาความผิดที่กฎหมายนี้บัญญัติว่าต้องมีโทษ
ในกฎหมายนี้ คำว่า “ทหาร” ท่านหมายความว่าบุคคลซึ่งอยู่ในอำนาจกฎหมายฝ่ายทหาร เช่นบุคคลที่กล่าวไว้ในมาตรา ๔๘ แห่งพระธรรมนูญศาลทหารบก รัตนโกสินทรศก ๑๒๖ แลในมาตรา ๔๓ แห่งพระธรรมนูญศาลทหารเรือ รัตนโกสินทรศก ๑๒๗
คำว่า “เจ้าพนักงาน” ที่ใช้ในประมวลกฎหมายลักษณอาญานั้น ท่านหมายความตลอดถึงบรรดานายทหารบก นายทหารเรือ ชั้นสัญญาบัตร์ แลชั้นประทวน ที่อยู่ในกองประจำการนั้นด้วย
คำว่า “ราชสัตรู” นั้น ท่านหมายความตลอดถึงบรรดาคนมีอาวุธที่แสดงความขัดแขงต่ออำนาจผู้ใหญ่ หรือที่เปนขบถหรือเปนโจรสลัด หรือที่ก่อการจลาจล
คำว่า “ต่อหน้าราชศัตรู” นั้น ท่านหมายความตลอดถึงที่อยู่ในเขตร์ซึ่งกองทัพได้กระทำสงครามนั้นด้วย
คำว่า “คำสั่ง” นั้น ท่านหมายความว่าบรรดาข้อความที่นายทหารผู้ถืออำนาจอันสมควรเปนผู้สั่งไปโดยสมควรแก่กาลสมัยแลชอบด้วยพระราชกำหนดกฎหมาย คำสั่งเช่นนี้ ท่านว่าเมื่อผู้รับคำสั่งนั้นได้กระทำตามแล้ว ก็เปนอันหมดเขตร์ของการที่สั่งนั้น
คำว่า “ข้อบังคับ” นั้น ท่านหมายความว่าบรรดาข้อบังคับแลกฎต่าง ๆ ที่ให้ใช้อยู่เสมอ ซึ่งนายทหารผู้ถืออำนาจอันสมควรได้ออกไว้โดยสมควรแก่กาลสมัยแลชอบด้วยพระราชกำหนดกฎหมาย
ทหารคนใดกระทำความผิดอย่างใด ๆ นอกจากที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญาทหารนี้ ท่านว่ามันควรรับอาญาตามลักษณพระราชกำหนดกฎหมาย ถ้ากฎหมายนี้มิได้บัญญัติไว้ให้เปนอย่างอื่น
ผู้ใดต้องคำพิพากษาศาลทหารบกหรือศาลทหารเรือให้ลงอาญาประหารชีวิต ท่านให้เอามันไปยิงเสียให้ตายหรือตัดศีร์ษะ สุดแล้วแต่ศาลจะสั่งในคำพิพากษา
นายทหารผู้มีอำนาจบังคับบัญชาได้นั้น ท่านให้มีอำนาจลงอาญาแก่ผู้ที่กระทำผิดต่อวินัยทหาร ตามลักษณกฎหมายหรือข้อบังคับทหารบกทหารเรือซึ่งจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งขึ้นไว้
การกระทำความผิดอย่างใด ๆ ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๑, ๒๓, ๒๔, ๒๗, ๒๘, ๒๙, ๓๐, ๓๑, ๓๒, ๓๓, ๓๔, ๓๕, ๓๖, ๓๗, ๓๙, ๔๑, ๔๒, ๔๓, ๔๔, ๔๖, แล ๔๗ แห่งประมวลกฎหมายนี้ ถ้าเปนการเล็กน้อยไม่สำคัญ ท่านให้ถือว่า เปนความผิดต่อวินัยทหาร ควรมีโทษที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗ เว้นไว้แต่ถ้านายทหารผู้มีอำนาจตั้งศาลทหารอันมีหน้าที่พิจารณาพิพากษาคดีเช่นนั้นจะสั่งให้ส่งตัวผู้กระทำผิดไปพิจารณา หรือว่า จะมีการฟ้องคดีความผิดนั้นต่อศาลพลเรือน ตามความในมาตรา ๕๓ แห่งพระธรรมนูญศาลทหารบก รัตนโกสินทรศก ๑๒๖ หรือในมาตรา ๔๘ แห่งพระธรรมนูญศาลทหารเรือ รัตนโกสินทรศก ๑๒๗ ฉนั้น จึงให้เปนไปตามที่ว่านั้น
ความที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๘ นั้น ท่านให้ใช้ตลอดถึงความผิดฐานลหุโทษดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายลักษณอาญา แลถึงความผิดอย่างอื่น ๆ อันต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินกว่าเดือนหนึ่ง หรือปรับไม่เกินกว่าร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับเช่นว่ามานั้น
บรรดาบทในพระราชกำหนดกฎหมายที่ท่านกำหนดแต่โทษปรับสฐานเดียว ถ้าจำเลยเปนทหารซึ่งไม่ใช่ชั้นสัญญาบัตร์หรือชั้นประทวน ท่านว่า ถ้าศาลวินิจฉัยเห็นสมควร จะให้จำเลยรับโทษจำคุกแทนค่าปรับตามลักษณที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๘ แห่งประมวลกฎหมายลักษณอาญานั้นก็ได้
ความผิดฐานลหุโทษก็ดี ความผิดอันต้องด้วยโทษจำคุกไม่เกินกว่าเดือนหนึ่ง หรือปรับไม่เกินกว่าร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับเช่นนั้นเปนโทษที่หนักก็ดี ถ้าจำเลยเปนทหาร ท่านให้ศาลวินิจฉัยตามเหตุการณ์ ถ้าเห็นสมควร จะเปลี่ยนให้เปนโทษขังไม่เกินกว่าสามเดือนก็ได้
เมื่อศาลทหารบกหรือศาลทหารเรือศาลใดพิพากษาเด็ดขาดให้ลงโทษแก่ทหารคนใด ท่านว่า ให้นายทหารผู้มีอำนาจสั่งให้ลงโทษตามคำพิพากษานั้นวินิจฉัยตามเหตุการ ถ้าเห็นสมควร จะสั่งให้อ่านคำพิพากษาให้จำเลยฟังต่อหน้ัาประชุมทหารหมู่หนึ่งหมู่ใดตามที่สมควรก็ได้