ข้ามไปเนื้อหา

กฎหมายไทยฯ/เล่ม 1/เรื่อง 20

จาก วิกิซอร์ซ

พรหมสงครามที่ข้าหลวงให้ถือหนังสือออกไปเอาตัวอ้ายผู้ร้ายณเมืองราชบูรี ยังหาได้กลับมาไม่ ถ้าข้าหลวง กรมการ สืบจับได้อ้ายผู้ร้าย แลพิจารณาได้ความประการใด ข้าหลวง กรมการ จะบอกเข้ามาต่อครั้งหลัง บอกลงวันจันทร เดือนเจด ขึ้นสามค่ำ ปีจอฉศก ศักราช ๑๒๓๖ ๚ะ

ฉบับหนึ่ง พระยามหาอัคนิกร พระยาสมุทบุรานุรักษ ม.ม., ภ.ช. พะอมรมหาเดช บอกมาว่า ณวันเสาร์ เดือนเจด ขึ้นห้าค่ำ ปีจอฉศก เรือกำปั่นปริก ๑ เรือกำปั่นสกุนเนอ ๑ สองลำ เข้ามาถึงเมืองสมุทปราการ ลำหนึ่งกำปั่นปริกชื่อวิเซียน หมื่นศรีสาคร นายเรือ แจ้งว่า พระยาสงขลาแต่งให้คุมเงินปี้จีนกับบาญชีสำมโนครัวจีนเข้ามาส่งยังท่านเจ้าพนักงานณกรุงเทพฯ มีกุ้งแห้ง ๒๐๐ หาบ หวายตะค้า ๒๐๐ มัด กระสอบ ๖๐๐๐ กระสอบ กับฃองเลกน้อย คนมาในลำเรือ กับตัน ต้นหน จีนนายเรือ จีนลูกเรือ ๓๓ คน ปืน ๔ บอก ดินดำ ๕ ถัง มาจากเมืองสงขลา ๘ วันถึงเมืองสมุทปราการ ลำหนึ่งกำปั่นสกุนเนอชื่อกิมใจเสง กับตันชื่อดอนเชบเชียน แจ้งว่า จีนอากรติดแต่งไปค้าเมืองสิงคโปร์กลับเข้ามา มีฟืน ๒๔๐๐๐ ดุ้น คนซึ่งมาในลำเรือ กับตัน ต้นหน กลาสี จีนนายเรือ จีนลูกเรือ ๒๐ คน ปืน ๖ บอก ดินดำไม่มี มาจากเมืองสิงคโปร์ ๑๘ วันถึงสมุทปราการ ครั้นณวันพฤหัศบดี เดือนเจด ขึ้นหกค่ำ ปีจอฉศก เรือกลไฟชื่อเบงกอก กับตันเบลบิลอังกฤษ แจ้งว่า ใช้ธงช้างมาแต่เมืองสิงคโปร์ ขึ้นห้างเดลาฟอเซียนในกรุงเทพฯ มียาฝิ่นสองหีบ กับสินค้าต่างกัน ๒๖๑๐ หีบ คนซึ่งมาในลำเรือ กับตัน ต้นหน อินยาเนิย กลาสี ๔๕ คน แขกจีนโดยสาน ๑๒ คน รวม ๕๗ คน ปืนดินดำไม่มี มาจากเมืองสิงคโปร์ ๕ วันถึงเมืองสมุทปราการ บอกลงวันพฤหัศบดี เดือนเจด ขึ้นเจดค่ำ ปีจอฉศก ๚ะ

ได้รับหนังสือมาแต่เมืองยุโรปเปนสองคราว เรือกลไฟเมอังกฤษคราวหนึ่ง เรือกลไฟเมฝรั่งเสศคราวหนึ่ง ออกจากเมืองยุโรปณวัน ๑๗ เดือนเอปรีลคราวหนึ่ง ณวัน ๒๖ เดือนเอปรีลคราวหนึ่ง แลมีคำบอกไฟฟ้าเตเลแครฟจนถึงณวัน ๒๑ เดือนเมที่เมืองสเปน มารสาลเสรราโน หัวน่าแลแม่ทับทหารริปับลิกไปรบที่ดอนกาลอส ด้วยดอนกาลอสได้ตั้งทับล้อมเมืองบิลบอ แปลว่าดูงาม ดอนกาลอสได้ล้อมเมืองนั้นเปนหลายอาทิตย์มาแล้ว คนที่อยู่ในเมืองนั้นอดอาหาร แลเมืองนั้นมีภูเฃารอบเมือง ดอนกาลอสตั้งทับบนภูเฃาที่สำคัญ มีป้อมตั้งปืนทุก ๆ แห่ง เฃาสกัดทางได้ง่าย แลคนที่จะมาอาสาเสียเปรียบมาก แต่มารสาลเสรราโนเฃาภาทหารของเฃาตรงเฃ้าไปในทับดอนกาลอส ๆ สู้ไม่ได้ ก็พ่ายแพ้หนีไป แต่มารสาลเสรราโนยังติดตามอยู่ ที่เมืองเยอรมนี เจ้าปิสมาร์ก์ซึ่งประชวนหลายอาทิตย์มานั้น เดี๋ยวนี้ค่อยคลายขึ้นแล้ว แลเรื่องทหารซึ่งแจ้งอยู่ในหนังสืออาทิตย์ก่อน เดี๋ยวนี้ฅอเวอรนเมนต์กับปารลิยเมนต์ยอมตกลงกันแล้ว ปารลิยเมนต์ว่า ซึ่งคอเวอรนเมนต์คิดว่าแม้นไม่มีการรบ ให้มีทหารฝึกหัดอยู่เสมอ ๔๐๑๐๐๐ คน ปารลิยเมนต์จะยอมได้แต่เพียง ๗ ปี ฃออย่าให้เปนธรรมเนียมแผ่นดินสืบไป ฃุนนางในปารลิยเมนต์ที่เหนด้วย ๒๑๔ คน ที่ไม่เหนด้วย ๑๒๓ คน สิ้นปฤกษากันในเรื่องทหารแลเงินเลี้ยงทหาร ปารลิยเมนต์เยอรมนีจะจับปฤกษาเรื่องสาศนา ไม่ให้พวกบาดหลวงทำเหลือเกินในการแผ่นดิน ในเมืองอเมริกันที่น้ำท่วมนั้นเฃาว่า ต้นฝ้ายเสียประมาณ ๗๐๐๐๐๐ ไร่ เข้าสาลี ๓๐๐๐๐๐ ไร่ อ้อย ๑๕๐๐๐๐๐ ไร่ ที่เมืองฝรังเสศไม่สู้มีฃ่าวสำคัญ เมืองอยู่สบายเรียบร้อยดี ในหนังสือพิมพ์เฃาว่า ต้นเรื่องที่ปฤกษาลงพิมพ์คือจะมีริปับลิกดีฤๅ ๆ จะมีเจ้าผู้ครองดี ถ้าจะมีเจ้า ควรจะเชิญท่านผู้ใดมาครองราชสมบัติ แต่คอเวอรนเมนต์เดี๋ยวนี้เฃาคิดตั้งท่านผู้มีชื่อเสียงหลายคนปฤกษาในการแผ่นดิน ให้เปนผู้ยุดหน่วงไม่ให้เสียธรรมเนียมแผ่นดินได้ แลในเมืองฝรังเสศคราวนี้มีผู้มีอำนาจ ๓ จำพวก คือมารชาลมักมาหนผู้หัวน่ากับทหารบกเปนอำนาจหนึ่ง อาศแสมป์ลีซึ่งราษฎรได้เลือกแฃวงละคนมานั่งประชุมปฤกษาแทนราษฎรจำพวกหนึ่ง ราษฎรจำพวกหนึ่ง เปน ๓ จำพวก แลผู้ที่คิดตั้งเกาน์ซิลคิดจะให้ ๓ จำพวกนี้เลือกเอาคนซึ่งจะเปนเกาน์ซิล จะให้หัวน่านั้นเลือกเอาบ้าง ให้แอศแสมเลือกเอาบ้าง ราษฎรเลือกเอาบ้าง แลจะให้เกาน์ซิลนั้นมีอำนาจสำคัญอย่างหนึ่ง คือถ้าเฃาเหนว่าปลีพวกนั้นซึ่งราษฎรได้เลือกมาจะประมาทคิดการคาดใจราษฎร ให้เกาน์ซิลพร้อมกับท่านหัวน่าไล่พวกนั้นแล้วให้ราษฎรเลือกเอาใหม่ แต่การนี้จะสำเรจฤๅไม่ ข้าพเจ้าว่าไม่ได้ ด้วยมีคำเตเลแครฟว่ามินิศเตอร์เสนาบดีฝรังเสศผู้คิดการนี้ได้ลาออกจากราชการแล้ว ที่เมืองควาติมาลา ว่าเปนเมืองเลกน้อยทวีบอเมริกัน แต่ไม่ได้ขึ้นกับเมืองอยู่ในติศเสตต์สที่ไทยเคยเรียกว่าอเมริกัน เจ้าเมืองแห่งหนึ่งจับตัวไวซ์กงซุลอังกฤษเฆี่ยน ๒๐๐ ที แต่เมื่อคอเวอรนเมนต์ที่กรุงควาติมาลารู้แล้ว เฃาจึ่งทำขวันให้กับผู้ที่ถูกเฆี่ยนเปนเงิน ๓๐๐๐ ชั่ง เปนสิ้นความ แล้วให้เอาผู้เฆี่ยนนั้นเฆี่ยนแล้วก็ยิงเสียด้วย พระเจ้ากรุงรุศเสียได้ไปเยี่ยมกวินวิกตอเรียผู้ครองราชสมบัติอังกฤษ มีการโยธามากสมควรกับเจ้าที่เปนมหญ่ แต่การนี้ข้าพเจ้าได้รู้แต่ทางไฟฟ้าเตเลแครฟ ถ้าได้หนังสือพิมพ์แล้ว คงจะแจ้งคราวหลัง ที่ในปารลิยเมนต์อังกฤษ มินิสเตอรเสนาบดีผู้ว่าพระคลังแผ่นดินได้ยื่นบาญชีเอสติเมตให้ปารลิยเมนต์ปฤกษา เอสติเมตนั้นคือบาญชีกะไว้ภอประมาณในปีน่า มีความว่าในปีน่าคงจะใช้เงินแผ่นดินเท่านั้น คงจะเกบเงินแผ่นดินเท่านั้น เงินที่ใช้นั้นคือในการโยธาเท่านั้น ในกรมท่าเท่านั้น กรมฝ่ายเหนือเท่านั้น กรมทหารเท่านั้น ทุก ๆ อย่างแบ่งตามกรม แลส่วนเงินที่เกบนั้นคือค่านาค่าที่ควรจะเกบเท่านั้น ค่าลดหลวงเท่านั้น ค่าสินค้าเฃ้าเงินเท่านั้น ทุก ๆ อย่างเปนลำดับไป ถ้าว่าเงินซึ่งควรจะใช้มากกว่าเงินที่ควรจะเกบ ต้องขึ้นภาษีเงินหลวงกว่าจะได้เงินภอใช้ ถ้าเงินที่จะต้องใช้น้อยกว่าเงินที่จะเกบ ต้องลดภาษีเงินหลวงให้เสมอกัน ไม่ให้ฃาดไม่ให้เหลือ แลปีนี้เงินบริบูรณอยู่ ถ้าจะเกบตามธรรมเนียม เงินที่เกบคงเกินเงินที่ใช้สัก ๕๐๐๐๐๐ ชั่ง ปารลิยเมนต์จึ่งลดภาษี คือภาษีน้ำตาลมาแต่นอก เลิกไม่ให้เรียกภาษีเลย ค่าลดหลวงซึ่งผู้มีเงินต้องเสียทุก ๆ ปีตามเงินปีมากเงินปีน้อย แต่ก่อนเรียก ๖๐ บาทชักบาทหนึ่ง เดี๋ยวนี้ ๖๐ บาทชักแต่ ๓ สลึง ท่านเสอรคารเนดวุลเลลิย แม่ทับซึ่งได้ไปรบที่เมืองอาซันตี สมเดจพระนางเจ้ากวินพร้อมกับปารลิยเมนต์ได้โปรดให้บำเนจ ๒๕๐๐ ชั่ง อสแสตนเล ฃุนนางอังกฤษมีตระกูลสุง แต่ก่อนได้เข้ามาเมืองไททีหนึ่ง มาอยู่บ้านมิสเตอรอาลบาสเตอร ทีหลังเมื่อบิดาสิ้นชีพแล้วท่านได้สืบตระกูล ได้เปนเปียแทนบิดา แลใจท่านปรานีแก่คนในเมืองอาเสีย ถ้าท่านาสงไสยว่าฃุนนางอังกฤษก็ดี วิลันดาก็ดี ผู้หนึ่งผู้ใดคุมเหงแฃก จะเปนแฃกเทศก็ดี แฃกมาลายูก็ดี ท่านยกเนื่องนั้นมาพูดติเตียนในปารลิยเมนต์ทุกที ในคราวนี้ท่านได้ยกเรื่องว่าเสอรอานดรุกลาก เจ้าเมืองสิงคโปร์ ได้ไปคุมเหงแฃกมาลายูที่เมืองปหัง แลแพรัด แลลรุต แต่มินิสเตอร์เสนาบดีผู้ว่ากรมคอลอนีท่านตอบว่าหาได้คุมเหงไม่ ได้เปนธุระอาสาให้เมืองเรียบร้อย เสร์อาดุร์หาผิดมิได้ แลในหนังสือพิมพ์อังกฤษเฃายกเรื่องลิวินสตอนมากกว่าเรื่องอื่น หมอคนนี้เปนคนวิเสศแท้ หาคู่เปรียบมิได้ ไม่ได้หาความสบายฃองตัว แต่เที่ยวไปเที่ยวมาในเมืองแอฟริกา เปนเมืองป่าที่อยู่ของแฃกผมหยิก เมื่อเฃายังไม่ไป เปนที่ว่างอยู่ในแผนที่ เพราะไม่มีใครรู้ว่ามีแม่น้ำภูเขาบ้านเมืองอย่างไรบ้าง เพราะเฃา จึ่งได้รู้ นักปราชจึ่งชมมาก แต่ส่วน (อ่านไม่ออก) นั้นเอง ท่านรู้ว่ามีผู้ร้ายหลายคนไปปล้นเมืองฝ่ายเหนือนั้นบ่อย ภาเอาคนทั้งชายทั้งหญิงมาขายเปนทาษเฃาที่เมืองอื่น ท่านเหนว่าเพราะเมืองซึ่งเปนสิวิไลยยังไม่รู้ที่รู้ทางในเมืองฝ่ายเหนือนั้น แลไม่มีใครเปนธุระ จึ่งไม่ได้ห้ามความคุมเหงนั้น เฃาจึ่งไปอยู่เอง ลางที (อ่านไม่ออก) ๓ ปีบ้าง ๔ ปีบ้าง ไม่ได้ภบกับฝรังผู้หนึ่งผู้ใด อังกฤษเหนเปนคนวิเสศ แล้วได้เอาใจใส่ในการซึ่งทำผิด ได้อุสาห์ห้ามความนั้น แต่ตัวท่านเองยังเที่ยวทำแผนที่สืบเสาะดูแม่น้ำไหลซึ่งเปนแม่น้ำใหญ่ในเมืองแอฟริกา ต้นน้ำจะเกิดที่ใหน ฃ้อนี้เปนที่นักปราชได้สืบเสาะตั้งแต่ ๒๐๐๐ ปีมาก็ยังไม่รู้ตลอด ท่านลิวินสตอนทำแผนที่อยู่แห่งหนึ่ง ต้องบุกป่าบุกน้ำทนลำบากมาก แล้วป่วยเปนบิดตาย เมื่อเกือบจะตายอยู่แล้ว ท่านว่าฃ้าจะไปบ้านเหมือนดังว่าฃ้าจะสู่สวรรค์ พูดเท่านั้นแล้วก็ตาย แต่แฃกลูกจ้างเอาสพห่อไว้เหมือนเปนห่อผ้า ด้วยกลัวว่าถ้าคนเมืองนั้นรู้ว่าเปนผี เฃาจะไม่ยอมให้เอามา แล้วได้เอาสพนั้นมาถึงชายทเล เอาไว้บนเรือกลไฟ ส่งมาถึงเมืองอังกฤษ แล้วได้เอาไปฝังในที่เวสมินสเตอรเอบบิซึ่งเปนวัดหลวงที่ฝังคนวิเสศ

ในคราวก่อนเมืองมาเกาเปนที่อาใศรยฃองพวกค้าฃายตั้งห้างมากกว่าที่อื่นแต่บันดาที่เปนประเทศอาเสียฝ่ายตวันออก เปนเมืองลูกค้าใหญ่ แลเปนที่ต้นที่กลางในการศิวิไลเซต ๚ะ

แต่ในคราวนี้เมืองมาเกาไม่มีที่จะอวดแล้ว เว้นแต่จะอวดว่าเราเปนหัวใจในการส่งจีนออกไปต่างประเทศ ในการเล่นเบี้ย ในการจับฉลากโกงกันทุก ๆ อย่าง เราอวดได้แต่เท่านี้ ตั้งแต่คราวเสนอกิมาเรนสเปนคอเวอรนเนอ คือผู้สำเรจราชการเมือง ๆ ซึ่งเปนต่อ ๆ กันมาจนทุกวันนี้ เขาเหนว่าถ้าเงินหลวงมากขึ้น ผู้สำเรจราชการเมืองจะได้มัชื่อเสียง แลจะได้เลื่อนยศบันดาศักดิ์อีก จึ่งได้ตั้งภาษีบ่อนเบี้ย ถ้าเจ้าภาษีอากรผู้ใดเพิ่มเงินขึ้นมา ผู้สำเรจราชการเมืองก็ยอมให้เจ้าภาษีอากรผู้นั้นรับทำต่อไป แลได้ยอมให้เจ้าภาษีตั้งโรงบ่อนทุกทิศทุกมุม เพื่อจะได้ชักชวนผู้ที่เดินไปเดินมาให้หลงติดการที่เปนบาบอย่างอุกฤษ เพราะเหตุดังนี้คนชาวโปรตุเกศจึ่งได้เสียชื่อตลอดในโลกย์ แลเมืองมาเกาซึ่งแต่ก่อนบริบูรณ บัดนี้กลับจนแล้ว ในคราวก่อนเมื่อยังไม่มีภาษี มีแต่บ่อนเบี้ยลับ ๆ ก็มีบ้าง เปนที่โจรแลสลัดเคยประชุมกันเล่น แต่พวกชาวุยโรปเฃาไม่ได้ไปคบด้วย เว้นไว้แต่ชาวยุโรปสามคนเท่านั้น แลชาวยุโรปสามคนนั้นเฃาเคยไปเล่นที่บ่อนเนือง ๆ มีผู้คิดเรียกชื่อคนทั้งสามนั้นชื่อยอ ชาวเมืองทั้งปวงก็ได้เรียกชื่อนั้นเพื่อจะให้มีความลอาย ตั้งแต่ปีคฤษตศักราช ๑๘๕๗ เกิดธรรมเนียมใหม่ แม้นถึงเวลากลางวันก็ดี กลางคืนก็ดี คนผู้ดีแลคนเลวเข้าชุมนุมกันที่บ่อนเบี้ย ถือว่าเปนที่สนุกทั้งหญิงทั้งชาย ทั้งขุนศาลทั้งหมอนายช่างนายทหารบกนายทหารเรือ ทั้งเต้าแก๋กุลี พวกกงสุลนายรองเลี้ยงกุลี แลคนมาแต่เมืองฮ่องกงบ้าง พร้อมกับหญิงแพศยาโจรสลัดนั่งปนกัน เล่นเบี้ยโตะเดียวกัน แลมีผู้แจ้งความว่าตั้งแต่ปีคฤษตศักราช ๑๘๕๗ ผู้ที่เล่นเบี้ยได้เสียเงินหมดด้วยกัน ๕๐๐๐๐๐๐ เหรียน แต่ ๒๐๐๐๐๐๐ เปนส่วนในหลวง ๓๐๐๐๐๐๐ เปนส่วนเจ้าภาษี กำไรซึ่งพวกจีนแลพวกโปรตุเกศได้ มีนายการล่งจีนลงกำปั่นใน ๒๐ ปีนี้เขามาเสียเงินหมดในการเล่นเบี้ย พวกจีนพวกโปรตุเกศก็ดี กำไรที่เหลืออยู่นั้นไม่มี บ้านเมืองที่ไหนจะเจริญได้ ถึงจะมีช่างทุกอย่าง แลพวกค้าฃาย แลจะมีคนซื่อสัตยกิริยาดี ถ้าแลจะยอมให้ตั้งบ่อนเบี้ยชักชวนผู้มีเงิน แม้นมีแต่ ๔ เบี้ย ๕ เบี้ย ให้มาเล่นจดหมด การช่าง แลการค้าฃาย แลความซื่อสัตยสุจริต แลกิริยาดีเรียบร้อย ก็พลอยหมดสิ้นไปด้วย ลางทีเปนแต่เสมียรแลลูกจ้างมารับเงินฃองนายไปซื้อของที่ตลาด ยังชักชวนให้เล่นด้วย ในคราวก่อนยังไม่ถึงปีคฤษตศักราช ๑๘๕๗ ตึกอย่างฝรังที่เมืองมาเกาเปนฃองโปรตุเกศทั้งสิ้นทุกตึก ถ้าคนชาติอื่นอยากจะอยู่ในตึก ต้องเช่าตึกฃองโปรตุเกศ ๆ ก็ได้มีเงินเลี้ยงชีวิตแลลูกเมีย เพราะเงินเกิดในค่าเช่าตึกแลค่าเช่าที่ซึ่งพวกจีนมาฃอเช่าปลูกโรงปลูกบ้าน แต่ในคราวหลังชาวเมืองชื่อคีมาแรนส พร้อมกับท่านริเบโรการวาโฬเปนขุนศาล ได้ยอมให้จีนซื้อตึกอย่างฝรัง ฃอแต่ให้ยอมเสียค่าเช่าที่ให้แก่คอเวอรนเมนต์ แล้วจีนต่อราคาขึ้นกว่าได้ซื้อสักครึ่งเมือง แต่ค่าตึกนั้นจะได้อยู่กับผู้ฃายหามิได้ แต่ได้ตกสิ้นสูญเสียในบ่อนเบี้ย คนทั้งปวงแต่ก่อนซึ่งเปนคนมั่งมีบริบูรณ คือมีตึกแลมีค่าเช่าตึกเลี้ยงบุตรภรรยา เดี๋ยวนี้ไม่มีสิ่งไรที่จะเลี้ยงชีวิตร ผู้ว่าราชการเมืองคอเวอรนเนอสานยะนุอริโวมีสติปัญญา แลท่านไม่ได้ว่าการแต่เมืองนี้เมืองเดียว ท่านได้ว่าการหลายแห่งหลายตำบลทั้งในเมืองยุโรป เมืองอินเดียร์ ท่านคงจะได้เหนว่าเราผู้อยู่ในเมืองนี้ได้เสียคนแล้วเพราะบ่อนเบี้ย ถ้าท่านผู้ว่าราชการเมืองผู้หนึ่งผู้ใดมีใจที่จะให้ราษฎรมีความเจริญขึ้น ท่านผู้นั้นคงคิดให้เลิกการนี้ซึ่งเปนเหตุจันไร จะเลิกในทันทีฤๅจะผ่อนเลิก ถ้าว่าไวเกอวนต์สานยะนุวาริโรจะปราบปรามสิ่งนี้ซึ่งเปนที่รำคานในเมืองซึ่งมีชื่อเรียกว่าเมือง (สัมมาทิฐิ) ฤๅเมือง (สักสิทธิ) ชาวเมืองนี้แลคนทั่วทั้งโลกย ทั้งในปัตยุบันแลในอนาคต จะสรรเสริฐท่านเปนแน่ ท่านผู้ดีในเมืองมาเกาได้เลือกเสนอรบินโตบาสโตตั้งให้เปนแมมเบอร์รับธุระแทนราษฎรในที่ปารลิยเมนต์ จะฃอให้ท่านยกความเรื่องนี้ปฤกษาในที่ปารลิยเมนต์ แลจะฃอให้ปารลิยเมนต์บังคับให้เลิก ๚ะ

ความอ้ายจีนผู้ร้าย ๓ คน ชื่ออ้ายจีนไซร ๑ อ้ายจีนหมา ๑ อ้ายจีนศุก ฆ่าหนูเต๊ก บุตรจีนตาด ที่วัดราชบุรณ พระยาเพชรชฎา ภ.ม., ต.จ. พระอินทรเทพย ม.ม., ภ.ช. เปนตระลาการชำระได้ความเปนสัตย ได้ฃองกลางบ้าง ยังบ้าง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ลงพระราชอาญาคนละ ๙๐ ที ตระเวนบกวันหนึ่ง ตระเวนเรือวันหนึ่ง ประหารชีวิตรตัดศีศะเสียบไว้ อย่าให้ดูเยี่ยงกัน กำหนดจะได้ออกตระเวนณวันจันทร เดือนเจด แรมเก้าค่ำ บก วันอังคาร เดือนเจด แรมสิบค่ำ เรือ วันพฤหัศบดี เดือนเจด แรมสิบสองค่ำ เปนวันประหารชีวิตร ๚ แล้วจึ่งจะมีเรื่องความให้เลอียดต่อคราวหลัง ๚ะ

สิ่งฃองทุกอย่างจะฃายณวันจันทร เดือนแปดบุรพาสาธ ขึ้นสองค่ำ ที่ห้างแรมเซเวกฟิลแอนกำปนี

เลหลัง ม้าเทษตัวหนึ่งงามนัก ร่ม ๑๕๐ โหล ผ้าปูโตะ ๕๐ ผืน ถุงตีนผู้ชาย ๕๐ โหล เขมขัดหนัง ๑๕๐ โหล หมวกสำหรับสูบบูหรี่โหลหนึ่ง เครื่องกินมาแต่นอก ๓๐๐ ตะเกียงน้ำมันกะโรซิน ๑๐๐ คู่อย่างดีที่สุด ตะเกียงเลก ๆ ทุกอย่าง ๑๗๐ ใบ เกือกผู้ชาย ๕๐ คู่ ช้อนแลซ่อม ๒๕ โหล ผ้านุ่ง ๕๐๐ ผืน ผ้านุ่งอย่างใหญ่ ๗๕๐ ผืน ปืนลม ๔ กระบอก ปืนแฝดอังกฤษกระบอกหนึ่ง เสื้อโคศผู้ชาย ๑๕๐ ตัว เสื้อกักขาว ๖ โหล หมวกดำแลขาว ๕๖ ใบ คอเสื้อผู้หญิง ๑๐ โหล กระจกกองหนึ่ง เสื้อเชิตผู้ชาย ๒๐ โหล ผ้ากำมลิศทำเสื้อโคศ ๒๕๐ เลเหลา ลูกกะดุมเสื้อโคศทำด้วยทองคำ ๑๐ สำรับ นาลิกาพกแลนาลิกาตั้งกองหนึ่ง

การเลหลังนี้จะฃายเวลาห้าโมงเช้าณวันจันทร เดือนแปดบุรพาสาธ ขึ้นสองค่ำ แลวันอื่นต่อ ๆ ไปกว่าฃองจะฃายหมด แรมเซเวกฟิลแอนกำปนี มิศลอรี เปนผู้ฃาย ๚ะ

ตั้งห้างณกรุงเทพฯ

ฃอแจ้งความให้คนทั้งปวงทราบว่า ได้โปรดเกล้าฯ รับสั่งให้ห้างนี้เปนผู้ส่งเครื่องแต่งตัวทหารแลเปนผู้รับเหมาส่งฃองในหลวงแลฃองคอเวอรนเมนต์พระเจ้าแผ่นดิน ๚ะ

ขอแจ้งความมายังท่านทั้งหลายให้ทราบ ด้วยณวันศุกร เดือนเจด ขึ้นเจดค่ำ ปีจอฉศก เวลากลางคืน มีอ้ายผู้ร้ายตัดน่าต่างย่องเบาเข้าไปในห้างยุเลียนที่บ้านกระฎีจีน อ้ายผู้ร้ายลักเกบเอาทรัพย์สิ่งฃองทองรูปพรรณต่าง ๆ ไปหลายสิ่ง คือลูกดุมทองขาว ข้างหลังแป้นทองคำ ๔ ดุม ลูกดุมทองคำอีก ๒ สำรับ ๘ ดุม นาลิกาทองคำเรือนหนึ่ง นัมเบอร์ ๕๐๑๙ นาลิกาทองคำผู้หญิงเรือนหนึ่ง นาลิกาเงินเรือนหนึ่ง ลูกดุมประดับทับทิมมรกฎอยู่กลาง ทำเหมือนดาว ๆ นั้นประดับเพชเมดเลก ๆ คู่หนึ่ง ลูกดุมทองคำติดข้อมือ รูปโปร่งบ้าง ไม่โปร่งบ้าง มีเครื่องพับอยู่ค่างหลัง ๔ คู่ ลูกดุมทองคำประดับพลอยแดง ๓ ดุม สายสร้อยนาลิกาทองคำมีพู่สายหนึ่ง สายสร้อยนาลิกาทองคำมีพิศมอน ๒ เมดอยู่กลางสายหนึ่ง สายสร้อยนาลิกาทองขาวรูปเหมือนฆ้องมีตลับฝังโมราสายหนึ่ง สายสร้อยนาลิกาทองคำมีตลับฝังโมรา กลมบ้าง สี่เหลี่ยมบ้าง ๑๑ สาย ปิ่นทองคำทั้งสายสร้อย มีตลับสำรับใส่ คันหนึ่ง หีบทองคำใส่ยาเลก ๆ รูปไข่หีบหนึ่ง หลังหีบนั้นสลักเปนใบไม้สีเฃียว หีบทองคำกลมหีบหนึ่ง หีบแก้วเหลี่ยมเงิน ๒ หีบ หมวก ๓ หมวก ทำด้วยฟาง มีกะบังหน้าใหญ่ อีก ๖ หมวก ร่มผู้หญิง ด้ำไม้บ้าง เขาบ้าง ๘ คัน เปนร่มแพร ๘ ซี่ ฯลฯ ถ้าผู้หนึ่งผู้ใดนำจับผู้ร้ายแลฃองกลางได้หมด จะให้เงินสินบน ๔๐๐ บาท ถ้าได้ฃองกลางยังไม่หมด จะให้สินบนแต่ ๒๐๐ บาทขึ้นไป ๚ะข้อ๑๑ให้ผู้ใหญ่แลตระลาการศาลรับสั่งซึ่งประชุมชำระความอยู่ด้วยกันนั้น ให้มีความสวามิภักดิสามคีรศปรองดองต่อกัน อย่าให้เปนข้อวิวาทจนถึงกล่าวคำหยาบต่อน่าลูกความทั้งปวง อย่าให้ลูกความและผู้อื่นทั้งปวงดูหมี่นประมาทให้เสียพระเกรียติยศได้ พระราชบัญญัติตั้งไว้ณวันอังคาน เดือนแปดอุตราสาธ ขึ้นค่ำหนึ่ง จุลศักราช ๑๒๓๖ ปีจอฉอศก ๚ะ