พจนานุกรมกฎหมาย/ก

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

กงสุล · กฎ · กฎยุทธวินัย · กฎมณเฑียรบาล · กฎเสนาบดี · กฎหมาย · กฎหมายนานาประเทศ · กฎหมายปิดปาก · กฎหมายสันนิษฐาน · กฎหมายระวางประเทศ · กฎหมายลักษณะแพ่ง · กฎหมายลักษณะอาชญา · กฎอัยยการศึก · กติกา · กบฎ · กรณีย์ · กรม · กรมการ · กรมตำรวจภูธร · กรมธรรม์ · กรมธรรม์ประกันภัย · กรมธรรม์สัญญา · กรมรักษาทรัพย์ · กรมอัยยการ · กรรม · กรรมกร · กรรมกรณ์ · กรรมการ · กรรมการฎีกา · กรรมสิทธิ์ · กรรมสิทธิ์ผู้แต่งหนังสือ · กระทรวง · กระทรวงกลาโหม · กระทรวงการต่างประเทศ · กระทรวงเกษตราธิการ · กระทรวงทหารเรือ · กระทรวงธรรมการ · กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ · กระทรวงพาณิชย์และคมนาคม · กระทรวงยุตติธรรม · กระทรวงมหาดไทย · กระทรวงวัง · กระทำ · กระทำทุจริต · กระทำความผิด · กระทำพะยานเท็จ · กระทำมิชอบ · กระทำให้เสื่อมเสียอิสสระภาพ · กระทู้ · กระบิล · กระษาปณ์ · กฤษฎีกา · กลฉ้อฉล · กลพะยาน · กล้องสูบฝิ่น · กลางคืน · กสิกรรม · ก่อการจลาจล · กองหมาย · กะเกณฑ์ · กะทง · กะทงแถลง · กะบิล · กัก · กักห้ามเรือ · กันโชก · กานไม้ · การ · การค้าขาย · การณ์ · การณรงค์สงคราม · การพะนัน · การพิจารณาคดีล้มละลาย · การพิมพ์ · การสมรส · การสุขาภิบาล · กำนัน · กำนล · กำนัล · กำเนิด · กำปั่นใบ · กำปั่นไฟ · กำปั่นยนตร์ · กำมะลอ · กำไร · กิจการค้าขายอันเป็นสาธารณูปโภค · กิจการภายในกฎหมาย · กุมเกาะเบาะฉะแลง · กุมมือ · กู้เงิน · กู้ยืม · เกณฑ์ · เกณฑ์จ้าง · เกณฑ์เมืองรั้ง · เกาะ · เกาะกุม · เกวียน · เกียรติยศ · เกษียณ · แกงได · แก้ต่าง · แก้ฟ้อง · แก้ฟ้องแย้ง · แกล้งฟ้อง · โก่นสร้างเลิกรั้ง


ก.
 ผู้แทนรัฐบาลในส่วนค้าขาย
 ข้อบังคับที่ได้ตั้งขึ้นไว้ เช่น กฎวางระเบียบเครื่องแต่งกายผู้พิพากษาตุลาการ พ.ศ. ๒๔๕๙
 ข้อบังคับที่ว่าด้วยวินัยแลการลงอาชญาแก่ทหาร เช่น กฎว่าด้วยยุทธวินัย แลการลงอาชญาทหารบกฐานละเมิดยุทธวินัย พ.ศ. ๒๔๖๔
 ข้อบังคับว่าด้วยระเบียบการปกครองและรักษาการในพระราชสถาน เช่น กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยครอบครัวข้าราชการในพระราชสำนัก พ.ศ. ๒๔๕๗
 ข้อบังคับของเจ้ากระทรวงที่ตั้งขึ้นไว้โดยได้รับอำนาจจากกฎหมายที่ได้บ่งบัญญัติไว้ และถือเป็นส่วนหนึ่งแห่งกฎหมายที่ได้ตั้งขึ้น เช่น กฎเสนาบดีมหาดไทย เรื่อง การตรวจคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๔๗๐
 มีผู้แปลกันต่าง ๆ เช่น ออสบอน (Osborn) ว่า "กฎหมายเป็นข้อบังคับที่ผูกพันความประพฤติให้จำต้องกระทำ" ฮอบบส์ (Hobbes) แปลว่า "คำสั่งของบุคคลผู้หนึ่งหรือหลายคนที่มีอำนาจบังคับประจำตัว" ออสติน (Austin) อธิบายว่า "กฎหมาย คือ เป็นข้อบังคับสำหรับความประพฤติ ซึ่งรฐธิปัตย์ได้บัญญัติและบังคับไว้" แซลมอนด์ (Salmond) แก้ศัพท์ว่า "กฎหมายเป็นองค์กำหนดการปฏิบัติ ซึ่งบ้านเมืองถือกำหนดและนำมาใช้ในการอำนวยความยุตติธรรม" แบลกสะโตน (Blackstone) ถือว่า "ข้อบังคับแห่งกฎหมายซึ่งได้ทำขึ้นตามประเพณีที่เคยมีมาแต่ก่อน ให้เป็นส่วนหนึ่งของกฎหมาย นอกจากผู้ตั้งกฎหมาย หรือตุลาการ" เมน (Main) นั้น ชี้แจงว่า "มีกฎหมายในระวางประชุมชนมาแต่ครั้งโบราณ" ซาวิญีย์ (Savigny) ถือว่า "กฎหมายนั้น ย่อมเจริญขึ้นในตนเองได้โดยตามลำดับ แต่ไม่เป็นไปตามใจของผู้ออกกฎหมาย" เจอริง (Jhering) เห็นผลที่สุดของกฎหมายว่า เป็น "กำหนดเขตต์ของผลประโยชน์" วิโนกราดอฟฟ์ (Vinogradoff) เห็นว่า กฎหมายเป็น "ข้อบังคับชุดหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นและบังคับฝูงชน เนื่องด้วยการถืออำนาจและใช้อำนาจเหนือบุคคลแลสิ่งของ" เดอ มอนต์โมเรนซี (De Montmorency) กระจายศัพท์กฎหมายลงว่า "เป็นข้อบังคับซึ่งรัดรึงคนทั้งหลายให้เข้าเป็นหมู่คณะ ในการที่จะต่อต้านกับธรรมชาติที่ห้อมล้อมโดยรอบกาย"
 แต่ถ้าจะแปลกันอย่างสั้น ๆ แล้ว ก็ควรจะต้องกล่าวว่า "กฎหมาย เป็นคำสั่งหรือข้อบังคับของผู้มีอำนาจสิทธิ์ขาดสูงสุดในประเทศเอกราช ได้บัญชาลงไว้ให้ผู้ที่อยู่ใต้บังคับประพฤติตาม ถ้าผู้ใดฝ่าฝืน ผู้นั้นจะต้องถูกบังคับให้ต้องรับโทษหรือสำนอง"
 กฎหมายแบ่งออกเป็น ๒ อย่าง คือ–
 (๑)   สารบัญญัติ คือ กฎหมายที่ว่าด้วยสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบของบุคคลทั่วไป เช่น ประมวลกฎหมายลักษณะอาชญา (ฉะเพาะความใน ภาคที่ ๒) ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ในส่วนที่มิใช่เกี่ยวแก่วิธีพิจารณา) เป็นต้น
 (๒)   สบัญญัติ คือ กฎหมายที่ว่าด้วยกระบวนพิจารณาสำหรับชำระความในศาล เพื่อดำเนิรการบังคับให้เป็นผลตามสิทธิที่มีอยู่ กล่าวคือ การพิจารณาให้ล่วงรู้ว่า กิจการใดที่บุคคลใดได้ทำไปเป็นผิดหรือชอบด้วยสารบัญญัติประการใด เช่น พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาความแพ่ง ร.ศ. ๑๒๗, พระราชบัญญัติลักษณะพะยาน ร.ศ. ๑๑๓ เป็นต้น
 สารบัญญัติยังแบ่งออกได้อีก ๒ อย่าง คือ–
 (๑)   อาชญา คือ กฎหมายที่ลงโทษคนในทางอาชญา (ดู กฎหมายลักษณะอาชญา)
 (๒)   แพ่ง คือ กฎหมายที่บังคับ ปรับปรุง หรือใช้สินไหมทดแทน เพราะเหตุที่กระทำละเมิดหรือผิดสัญญาต่อกัน (ดู กฎหมายลักษณะแพ่ง)
 แพ่งนั้น ยังแบ่งออกได้เป็นอีก ๒ ชะนิด คือ–
 (๑)   สัญญา (ดู สัญญา)
 (๒)   ละเมิด (ดู ละเมิด)
 กฎหมายที่ใช้กันอยู่ในบัดนี้ มี ๒ อย่าง คือ อย่างหนึ่งออกบัญญัติเป็นลายลักษณ์อักษร ที่เรียกว่า "ประมวล" (Code) เช่น ประมวลกฎหมายลักษณะอาชญา และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ของไทยเรา เป็นต้น อีกอย่างหนึ่ง ไม่ได้ออกบัญญัติเป็นลายลักษณ์อักษร อย่างที่เรียกว่า "กฎหมายธรรมดา" (Common Law) มีของอังกฤษเป็นอาทิ พระสารสาสน์ประพันธ์ (ชื้น จารุวัสตร์) เรียกกฎหมายที่ประกาศเป็นบทมาตราแล้วว่า "บทกฎหมาย" ตรงกับภาษาละตินว่า "Lex" เรียกกฎหมายทั่ว ๆ ไป จะประกาศเป็นบทมาตราแล้วหรือยังก็ตาม ว่า "กฎหมาย" ตรงกับภาษาละตินว่า "Jus" (ดู ฟุตโน๊ตในคำอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉะบับเก่า) ตอนที่ ๓ หน้า ๓๑๘ ของท่านผู้นี้)
 ดู กฎหมายระวางประเทศ
 ดู บทตัดสำนวน
  •  ความสันนิษฐานของกฎหมาย ในเมื่อมีเหตุการณ์อันเป็นข้อเท็จจริงอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นแล้ว ให้ถือว่า ผลต้องฤๅควรเป็นเช่นนั้นเช่นนี้ ฤๅเท่ากับเป็นเช่นนั้นเช่นนี้
  •  ข้อสันนิษฐานในทางกฎหมายนั้น พอแบ่งออกได้เป็น ๒ อย่าง คือ–
  •  (๑)   สันนิษฐานโดยข้อกฎหมาย เช่น กฎหมายลักษณะอาชญา มาตรา ๕๖ สันนิษฐานว่า เด็กอายุต่ำกว่า ๗ ขวบ ไม่รู้เดียงสา ประมวลกฎหมายและพาณิชย์ มาตรา ๖๔–๖๕ สันนิษฐานว่า คนที่สาบสูญไปตั้ง ๗ ปีนั้น ตาย
 ข้อนี้ ยังแบ่งออกได้อีก ๒ ประการ คือ–
 (ก)   สันนิษฐานเด็ดขาด คือ ไม่ยอมให้สืบพะยานหักล้าง เช่น เด็กอายุต่ำกว่า ๗ ขวบ ที่กฎหมายสันนิษฐานว่า ไม่รู้เดียงสา จะนำสืบว่า รู้เดียงสา ไม่ได้ (ป.ก.อ. มาตรา ๕๖)
 (ข)  สันนิษฐานไม่เด็ดขาด คือ ยอมให้สืบพะยานหักล้างได้ เช่น ผู้ที่มิได้เล่นการพะนัน แต่ถูกจับในวงการพะนันที่เล่นกันโดยมิชอบด้วยกฎหมาย กฎหมายสันนิษฐานก่อนว่าผู้ถูกจับเป็นผู้เล่น แต่ผู้ถูกจับสืบหักล้างได้ว่าไม่ได้เล่น (พ.ร.บ.การพะนัน พ.ศ. ๒๔๗๓ มาตรา ๖)
 (๒)  สันนิษฐานโดยข้อเท็จจริง เช่น ใช้ปืนยิงคน ตามธรรมดาต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่า ผู้ยิงตั้งใจจะฆ่าผู้ถูกยิงให้ตาย เพราะปืนเป็นอาวุธร้ายแรงมาก (ดู คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๐๔/๑๒๘, ๕๔๗/๑๒๘) แต่นำสืบหักล้างได้
  •  แบบธรรมเนียม ประเพณี และกฎข้อบังคับ สำหรับความประพฤติของประเทศต่าง ๆ ต่อกันแลกัน (ดู พระราชนิพนธ์หัวข้อกฎหมายนานาประเทศแผนกคดีเมือง ของ พระมงกุฎเกล้าฯ หน้า ๓)
  •  บางคนเรียก กฎหมายระวางประเทศ ว่า "ธรรมะระวางประเทศ" เพราะไม่เป็นกฎหมายบริบูรณ์ คือ ขาดการบังคับได้อย่างจริงจังในเมื่อมีผู้กระทำผิด
 กฎหมายที่กำหนดอำนาจและหน้าที่ของบุคคลผู้ที่กระทำผิด เป็นการกระทำผิดต่อเอกชน จะได้รับผลเพียงหน้า:พจนานุกรมกฎหมาย - สมาหารหิตะคดี - ๒๔๗๔.pdf/12หน้า:พจนานุกรมกฎหมาย - สมาหารหิตะคดี - ๒๔๗๔.pdf/13หน้า:พจนานุกรมกฎหมาย - สมาหารหิตะคดี - ๒๔๗๔.pdf/14หน้า:พจนานุกรมกฎหมาย - สมาหารหิตะคดี - ๒๔๗๔.pdf/15หน้า:พจนานุกรมกฎหมาย - สมาหารหิตะคดี - ๒๔๗๔.pdf/16หน้า:พจนานุกรมกฎหมาย - สมาหารหิตะคดี - ๒๔๗๔.pdf/17หน้า:พจนานุกรมกฎหมาย - สมาหารหิตะคดี - ๒๔๗๔.pdf/18หน้า:พจนานุกรมกฎหมาย - สมาหารหิตะคดี - ๒๔๗๔.pdf/19หน้า:พจนานุกรมกฎหมาย - สมาหารหิตะคดี - ๒๔๗๔.pdf/20หน้า:พจนานุกรมกฎหมาย - สมาหารหิตะคดี - ๒๔๗๔.pdf/21หน้า:พจนานุกรมกฎหมาย - สมาหารหิตะคดี - ๒๔๗๔.pdf/22หน้า:พจนานุกรมกฎหมาย - สมาหารหิตะคดี - ๒๔๗๔.pdf/23หน้า:พจนานุกรมกฎหมาย - สมาหารหิตะคดี - ๒๔๗๔.pdf/24หน้า:พจนานุกรมกฎหมาย - สมาหารหิตะคดี - ๒๔๗๔.pdf/25หน้า:พจนานุกรมกฎหมาย - สมาหารหิตะคดี - ๒๔๗๔.pdf/26หน้า:พจนานุกรมกฎหมาย - สมาหารหิตะคดี - ๒๔๗๔.pdf/27หน้า:พจนานุกรมกฎหมาย - สมาหารหิตะคดี - ๒๔๗๔.pdf/28หน้า:พจนานุกรมกฎหมาย - สมาหารหิตะคดี - ๒๔๗๔.pdf/29หน้า:พจนานุกรมกฎหมาย - สมาหารหิตะคดี - ๒๔๗๔.pdf/30หน้า:พจนานุกรมกฎหมาย - สมาหารหิตะคดี - ๒๔๗๔.pdf/31