จดหมายเหตุของจมื่นก่งศิลป์

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

จดหมายเหตุโหร ของจมื่นก่งศิลป์

จมื่นก่งศิลป์ ชื่อตัวชื่อหรุ่น เปนบุตรพระอัคเนศร ( ม่วง ) แลเปนหลานพระยาอภัยสรเพลิง ชื่อเดิมอย่างไรไม่ได้ความ ตั้งบ้านเรือนอยู่นอกกำแพงพระนคร ตรงน่าวัดราชบุรณะ

ปีมโรง จ.ศ.๑๒๑๘ ณวัน ๖๑๒ ค่ำ เสด็จลพบุรี ณวัน ๖๑ ค่ำ กรมหลวงภูวเนตรนิพพานเพลา บ่าย ๕ โมง ณวัน ๑๒ ค่ำ เพลาบ่าย ๒ โมงเศษฟ้าร้อง ทิศอิสาณ ณวัน ๔๓ ค่ำ กลาสีแทงจีนกำกับกำปั่น ฝรั่ง ยิงกลาสีตกน้ำเพลาบ่าย ๗ บาท ปีมเสง จ.ศ.๑๒๑๙ ณวัน ๑๕ ค่ำ เพลาหัวค่ำพระจันทร์เข้าในกติกา แต่รัศมีดาวอับไป

๒๗ ณวัน ๒๕ ค่ำ พระวิสูตรโยธามาตย์ตีพระปิฎก โกศลบอบช้ำ ขึ้นขาหยั่งติดคุกเพลา ๔ โมง ณวัน ๕๖ ค่ำ พระปิฎกโกศลถวายพระพรขอ โปรดให้ออกจากคุกเพลาเที่ยง ณวัน ๓๗ ค่ำ เพลาเช้า ๔ โมงเศษเกิดลมพยุ พัดหนัก ๆ เบา ๆ ทิศทักษิณ ตั้งแต่ขึ้นค่ำจน ถึง ๔ ค่ำ ณวัน ๗๗ ค่ำ ฝนตกเพลาบ่าย ๒ โมง น้ำ ๒ นิ้ว ณวัน ๓๘ ค่ำ ฝนตกรองน้ำได้ ๓๑ นิ้ว เพลา บ่าย ๓ โมง ณวัน ๔๙ ค่ำ เพลาค่ำแล้วทุ่ม ๑ เปนลูกลอย บนอากาศ ประมาณเท่าส้มเกลี้ยงอย่างกลาง พรรณเหมือนดาวตกทิศหรดี ณวัน ๖๙ ค่ำ เพลาบ่าย ๕ โมงแห่พระราชสาสน ไปเมืองวิลาศ เพลาค่ำ ๓ ทุ่มฝนตกหนัก ณวัน ๓๑๐ ค่ำ ไฟไหม้หลังตึกหันแตรเพลายาม ๑ ณวัน ๔๑๑ ค่ำ เพลาย่ำรุ่งดาวอะไรหาทราบไม่ ติดแง่พระจันทร์อยู่ข้างขวา ณวัน ๖๑ ค่ำ ไฟไหม้หลังวัดพระเชตุพนริมน้ำ เพลา ๓ ทุ่ม ๘ บาท

๒๘ ณวัน ๔๑ ค่ำ มืดฝนเพลาเช้า ๓ โมงเศษฟ้าร้อง ทิศทักษิณ บ่าย ๓ โมงมีแดด เพลา ๒ ทุ่ม เศษฟ้าร้องอิก ณวัน ๑๓ ค่ำ สมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อยตาย เพลาบ่าย ๕ โมง ๙ บาท ปีวอก จ.ศ.๑๒๒๒ ณวัน ๒๗ ค่ำ ช้างมาถึงกรุงเทพ ฯ มีการ สมโภช ณวัน ๕๙ ค่ำ มีจันทรุปราคาเปนบาทคราธ ณวัน ๑๑๒ ค่ำ หลานเธอพระองค์จิตราภรณ์ นิพพาน ณวัน ๔๓ ค่ำ ชักศพพระองค์จิตราภรณ์ ณวัน ๖๓ ค่ำ ถวายเพลิง ณวัน ๗๔ ค่ำ พระสงฆ์สามเณรเห็นโคมแขวน ที่อารามโยนไปโยนมาจึงรู้ว่าแผ่นดินไหว เพลา ทุ่ม ๑ กับ ๔ บาท รับช้างด้วย ณวัน ๑๔ ค่ำ เสด็จไปพระพุทธบาท ณวัน ๓๔ ค่ำ ไฟไหม้คลองบางหลวงตั้งแต่หลัง วัดกัลยาถึงริมบ้านพระยาศาสดาเรือน ๑๐๐ เศษ ณวัน ๕๔ ค่ำ ฉลองช้างเผือกที่เขาแก้ว ๓ วัน

๒๙ ณวัน ๑๔ ค่ำ เสด็จกลับมาถึงกรุง ฯ เพลา ๘ ทุ่ม ช้างออกเดินทางถึงเริงรางล้ม ณวัน ๒๔ ค่ำ บอกลงมาว่าช้างถึงเริงรางล้ม ปีรกา จ.ศ.๑๒๒๓ ณวัน ๒๘ ค่ำ กรมหลวงสรรพศิลป์ปรีชานิพพาน เพลา ๒ โมงเศษ ณวัน ๒๘ ค่ำ ดาวหางขึ้นทิศพายัพ หางไป อาคเณย์ ณวัน ๔ ค่ำ ชักศพกรมสรรพศิลป์วัดบวรนิเวศน์ กรมหลวงมหิศนิพพานด้วย ณวัน ๖ ค่ำ ถวายเพลิงกรมสรรพศิลป์ ชัก ศพพระเจ้าลูกเธอด้วย ณวัน ๒ ค่ำ แห่ราชสาสนลงเรือ ณวัน ๔ ค่ำ พระเจ้าลูกเธอกรมหมื่นวิศณุ นารถ เจ้าพระยาศรีสุริยวงษ์ไปเมืองสิงคโปร์ ถือ ราชสาสน ณวัน ๔๙ ค่ำ ดาวหางหาย ณวัน ๑๙ ค่ำ พระองค์มงคลนิพพานเพลาเที่ยง ณวัน ๑๙ ค่ำ เพลาเช้า ๔ โมงกับบาท ๑ ยก ทัพไปเมืองเขมร

๓๐ ณวัน ๒๑๐ ค่ำ เช้า ๕ โมงเศษพระนางเธอ นิพพาน ปีจอ จ.ศ.๑๒๒๔ ณวัน ๓๕ ค่ำ ชักพระศพสมเด็จพระนางเธอ พระองค์เจ้ารำเพยภุมราภิรมย์ ณวัน ๕๑๐ ค่ำ ท่านเสียเพลา ๒ ทุ่ม ปีชวด จ.ศ.๑๒๒๖ ณวัน ๖๖ ค่ำ สมเด็จเจ้าฟ้ามหามาลาเห็นช้าง เผือกได้ไล่เข้าคอกไว้ ฝนตกหนัก ณวัน ๗๖ ค่ำ จับช้าง พระวังเมืองบาศแรก แสนใหญ่บาศ ๒ ณวัน ๒๖ ค่ำ พระที่นั่งกลไฟประทับวัดชุมพล เพลาย่ำรุ่ง เพลาเช้าโมงเศษกรมช้างถือหนังสือ บอกขึ้นช้างมาถวาย ปีฉลู จ.ศ.๑๒๒๗ ณวัน ๒๒ ค่ำ แรกแห่จนถึงณวัน ๗๒ ค่ำ ณวัน ๕๒ ค่ำ โสกันต์สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ เพลาเช้า ๓ โมง ๑ บาท ณวัน ๑๒ ค่ำ เพลาเช้า ๓ โมง ๔ บาท พระ บาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว กรมพระราชวัง สวรรคต เปนวันว่างแห่โสกันต์ในวันนั้น ณวัน ๒๒ ค่ำ แห่โสกันต์พระเจ้าลูกเธอ ๒ วรวงษ์เธอ ๑ วังน่า

๓๑ ณวัน ๕๒ ค่ำ โสกันต์อิก ปีขาล จ.ศ.๑๒๒๘ ณวัน ๗๕ ค่ำ เวลาสรงน้ำ ๕ โมงกับ ๙ นาที ณวัน ๖๖ ค่ำ แห่แต่ ๒ โมงกับ ๗ บาท ปีเถาะ จ.ศ.๑๒๒๙ ณวัน ๕๘ ค่ำ พระเจ้าลูกเธอกรมหมื่นมเหศวร ศิววิลาศสิ้นพระชนม์ เพลา ๔ โมงเช้า ณวัน ๖๑๐ ค่ำ เพลา ๑๑ ทุ่มเศษมีจันทรุปราคา ปีมโรง จ.ศ.๑๒๓๐ ณวัน ๓๗ ค่ำ ในเดือนนี้ฝนแล้งไปจน ๑๑ ค่ำ มีแต่ประปรายไม่มาก นาสวนทำไม่ได้ ณวัน ๖๙ ค่ำ เพลาเช้า ๓ โมงเศษเสด็จลง เรือไฟไปทเล ณวัน ๗๙ ค่ำ เพลาเช้า ๕ โมงทอดประทับ ท้ายเกาะจานน่าพลับพลา ฝรั่งมาเฝ้าแล้วกลับไป ยิงสลุต ๒๑ นัด เวลาบ่าย ๓ โมงเศษออกเรือ พระที่นั่งเที่ยวเล่นไปในทเล เพลาบ่าย ๕ โมงเศษ ประทับคุ้งมะนาวแรม ณวัน ๑๙ ค่ำ แลวัน ๒๙ ค่ำ ประทับแรม คุ้งมะนาว ณวัน ๓๙ ค่ำ เพลาบ่าย ๕ โมงเสด็จทางบก มาพลับพลา

๓๒ ณวัน ๔๙ ค่ำ บ่าย ๔ โมงเสด็จโรงฝรั่งเศส ดูกล้อง ณวัน ๑๙ ค่ำ เจ้าเมืองสิงคโปร์มาถึงเกาะจาน เพลาเช้า ๔ โมง ณวัน ๒๙ ค่ำ เพลาบ่าย ๕ โมงเศษเสด็จที่ เจ้าเมืองสิงคโปร์ ณวัน ๓๑๐ ค่ำ มีสุริยุปราคาเพลาเช้า ๔ โมง ๓ บาท ได้ทอดพระเนตรจน ๕ โมงจึงหมดดวง มืดอยู่ ๖ มินิต พระอาทิตย์ทรงกลดหมดดวง ณวัน ๔๑๐ ค่ำ เสด็จลงมาแต่พลับพลาเพลา เช้า ๕ โมงเศษ ออกเรือพระที่นั่งเวลาบ่าย ๓ โมง เสด็จจากเกาะจาน ณวัน ๖๑๐ ค่ำ ถึงกรุงเทพ ฯ เพลาบ่าย ณวัน ๗๑๐ ค่ำ พระโหรา ขุนเทพพยากรณ์ ขุนโลกพยากรณ์ กับโหร คนเปนโทษ ณวัน ๕๑๐ ค่ำ ไม่เสด็จออก ณวัน ๖๑๐ ค่ำ ประชวรหมอถวายพระโอสถ ณวัน ๕๑๑ ค่ำ ประชวรหนัก ณวัน ๗๑๑ ค่ำ ค่อยคลายประทัง

๓๓ ณวัน ๕๑๑ ค่ำ เพลาบ่าย ๕ โมงเศษกรมขุน ราชสีห์สิ้นพระชนม์ ณวัน ๖๑๑ ค่ำ เพลาบ่าย ๕ โมงเศษพระบังคน เปนโลหิต ณวัน ๗๑๑ ค่ำ ประชวรหนักพระโลหิตตกมาก ณวัน ๒๑๑ ค่ำ ประทังอยู่ว่าทุเลาขึ้น พระราไช ถวายพระโอสถ ณวัน ๕๑๑ ค่ำ เพลาเช้าพระบังคนตกเท่าจาน ฝรั่งเปนโลหิต ๒ จาน ไม่เสวยยาพระราไช เปน แต่ยาหอมชื่นใจ เพลาบ่าย ๕ โมงรับสั่งว่าข้าอยู่ ไม่ได้แล้ว จึงทรงเปนคาถาให้พระศรีสุนทรฟัก เขียนจนจบคาถา หมอถวายยาไม่เสวย ครั้นเวลา ย่ำค่ำหมอกลงพระจันทร์แจ่ม เพลา ๒ ทุ่ม ๙ บาท สวรรคต เพลายามเศษหมอกหาย จึงเชิญ เจ้าพระยาศรีสุริยวงษ์เข้ามาพร้อมกับต่างกรม กับ พระสงฆ์ ๓๐ รูปเศษ มีกรมบวรรังษีเปนประธาน จึงยกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ เปนขุนกรมพินิตประชานารถเปนวังหลวง จึงยก พระองค์ยอดในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้า เปน กรมหมื่นบวรวิไชยชาญเปนวังน่า เห็นพร้อมกัน

๓๔ แล้วพระสงฆ์ทั้งปวงสวดชยันโต แล้วพระสงฆ์กลับ เสร็จเพลา ๒ ยาม ณวัน ๖๑๑ ค่ำ เพลาย่ำเที่ยงแล้วเชิญพระโกษฐ มาประทับมหาปราสาท เชิญเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ ประทับในพระที่นั่งอมรินทรด้านตวันออก ตำรวจวังน่า แห่พระองค์ยอดขึ้นไปวังน่าเพลาทุ่มเศษ เสนาบดีวังน่า ต่างกรมอ่านคำสาบาล พระสงฆ์ ๕ รูป สวดมนต์ ฝนตกมาก เสร็จเพลา ๔ ทุ่มเศษ เพลาบ่าย ๔ โมงตั้งล้อมวงกำกับประตู ณวัน ๗๑๑ ค่ำ ข้าราชการสาบาลถือน้ำ ณวัน ๗๑๒ ค่ำ ในเดือนนี้ราษฎรได้ความเดือด ร้อนด้วยอัฐจะเปลี่ยนตราทำใหม่ เลือกอัฐปลอม ของทั้งปวงก็แพง แต่มะพร้าว ๒ ผลเฟื้อง ฝนชุกนัก แต่ณวัน ๑๑๑ ค่ำมา ณวัน ๒๑๒ ค่ำ เพลาเช้า ๔ โมงเศษเสด็จออก ทรงพระราชทานพระกฐินวัดราชประดิษฐ ณวัน ๔๑๒ ค่ำ พระบรมราชาภิเศกพระปรมินทร มหาจุฬาลงกรณ์เกล้าเจ้าอยู่หัวเพลารุ่งแล้ว ๙ บาท ในวันนี้เปนดิถีมหาสูญ

๓๕ ณวัน ๓๑ ค่ำ ฝรั่ง ๑๓ นายมาเฝ้าที่พระที่นั่ง อมรินทรวินิจฉัยเพลาบ่าย ๒ โมงเศษ ณวัน ๔๑ ค่ำ เสด็จเลียบพระนครเพลาเช้า ๔ โมงเศษ ณวัน ๔๑ ค่ำ ราชาภิเศกวังน่าเพลารุ่งแล้ว ๓ โมง ๔ บาท ปีมเสง จ.ศ.๑๒๓๑ ณวัน ๕๖ ค่ำ จรดพระนังคัล ณวัน ๕๗ ค่ำ ประหารชีวิตรอ้ายผู้ร้ายปล้นพระ ธรรมเจดีย์ ๔ คน กับผู้ปล้นอิกคน ๑ เปน ๕ คน ณวัน ๕๑๑ ค่ำ จองเปรียงยกโคม ณวัน ๖๑๒ ค่ำ เสด็จพระราชทานกฐินวัด เฉลิมพระเกียรติกลับแล้ว เพลาบ่าย ๔ โมงเศษ เปนเมฆตั้งทิศตวันออกเฉียงเหนือ เปนเหมือน หางงูโตยาวย้อยลงมาจากเมฆ ประมาณหมาก จืดหายไป ๆ ที่นาเหลือมอ้อ ดวงดาวย้อยลงมา ทิศประจิม ลับนาพระนรินทร์ถึงนาพระยานครราช สิมา เปนควันไฟกลุ้มไปช้าหุงเข้าสุกหม้อ ๑ จึง หายไป ณวัน ๑๑ ค่ำ เปนช้างมาแต่เมือง

๓๖ ณวัน ๓๑ ค่ำ ข่าวช้างด่างมาถึงเมืองนนท์ เพลา บ่าย ๔ โมงเศษฝนพรำ ๆ เพลา ๒ ทุ่มเศษฝน ตกน้ำชายคาหยด ณวัน ๕๑ ค่ำ เพลาบ่ายเตรียมเสด็จรับช้าง เสาเมรุกลิ้งทับขานายจำมะโนดทหารแตร หักบ้าง ขาดบ้าง หมอฝรั่งตัดขาเสีย แพช้างด่างมาถึงท่า พระเพลาบ่าย ๕ โมง ๓ บาท ขึ้นแต่แม่ ลูกไม่ขึ้น ณวัน ๗ ๑ ค่ำ จะเอาขึ้นที่ท่าพระลูกช้างไม่ขึ้น จึงถอยแพลงมาท่าเตียนแพถึงท่าเพลาบ่าย ๓ โมงเศษ ณวัน ๑๑ ค่ำ เพลารุ่งแล้ว ๓ โมง ๗ บาทยก เสาพระเมรุพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เพลา บ่าย ๓ โมงเศษช้างด่างขึ้นจากแพ ณวัน ๔๒ ค่ำ เวลา ๒ ทุ่มไฟไหม้แพปากคลอง บางหลวงหลัง ๑ ณวัน ๕๒ ค่ำ เพลา ๑๑ ทุ่มไฟไหม้หลังกงสีล้ง ถึงสพานวัดสามปลื้ม ปีมเมีย จ.ศ.๑๒๓๒ ณวัน ๑๖ ค่ำ เพลาเช้า ๓ โมงเศษเสด็จเรือ พระที่นั่งศรีทางคลองขุดพระภาษี ไปลงเรือกลไฟ สองปล่องปากคลองกะทุ่มล้ม ใช้จักรไปถึงปาก

๓๗ คลองเจดีย์บูชาเพลาบ่าย ๔ โมงเศษ ในวัน ค่ำ แรมปากคลองคืน ๑ ณวัน ๒๖ ค่ำ รุ่งเสด็จถึงพระปฐมเจดีย์เพลาเช้า ๕ โมงเศษ ณวัน ๔๖ ค่ำ รุ่งแล้ว ๖ บาททรงยกยอดพระปฐม ฟ้าร้องทิศทักษิณ บ่ายโมงกลับแรมปากคลอง ณวัน ๕๖ ค่ำ รุ่งถึงวังเพลาบ่าย ๓ โมงเศษ ณวัน ๖๗ ค่ำ ประหารชีวิตรนักโทษที่หักคอ แม่เลี้ยงวัดมหรรณพ์ ๒ คน ณวัน ๑๗ ค่ำ เพลาบ่ายโมงเศษเจ้าคุณ กรมท่าเก่า เปนเจ้าคุณผู้สำเร็จราชการในกรมท่า น้องเจ้าคุณผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ในสมเด็จเจ้า พระยาองค์ใหญ่ ถึงอสัญกรรม ณวัน ๓๘ ค่ำ มีจันทรุปราคา ณวัน ๖๙ ค่ำ ในเดือน ๙ นี้ กรมขุนวรจักร ธรานุภาพ เปนแม่กองชำระหางว่าวเบี้ยหวัดขุนหมื่น ตัดเบี้ยหวัดเสียทุกหมู่ทุกกรม ทั้งทหารพลเรือน ณวัน ๔๙ ค่ำ เพลาบ่าย ๒ โมงพระอาทิตย์ทรง กลด เพลาบ่าย ๕ โมงฟ้าแดงเปนทาง ๆ ตวันออก

๓๘ ณวัน ๗๙ ค่ำ พระบาทสมเด็จพระจุฬาลงกรณ์ เกล้า พระราชทานคำบอกทหารอย่างมคธให้กรม อักษรสาสนโสภณมาส่งให้ท่านทั้งปวง ณวัน ๗๑๐ ค่ำ เพลาบ่าย ๓ โมงเศษฝนตกหนัก ที่นาคลองขุดนอกวัดตึกออกไปฟ้าผ่าคน ขี่ควาย คนตาย ๒ ควาย ๑ ที่เหลือมอ้อคนตาย ๓ ควาย ๒ ณวัน ๒๑๐ ค่ำ ชักศพเจ้าคุณสำเร็จราชการ กรมท่าที่เปนแม่กองพระปฐม ณวัน ๔๑๐ ค่ำ เผาศพเจ้าคุณสำเร็จราชการ กรมท่า ค่ำลงเพลา ๗ ทุ่มเศษฝนตกหนัก ณวัน ๑๑๐ ค่ำ ช้างสีประหลาดมาแต่เมืองนคร ศรีธรรมราชขึ้นท่าเตียน ไปยืนโรงสมโภชน่าพระ ที่นั่งสุทไธสวรรย์ ช้างด่างสมโภชด้วย ณวัน ๗๑๐ ค่ำ สมโภชช้างเลิก ณวัน ๒๑๐ ค่ำ จนถึงณวัน ๔๑๐ ค่ำ ใน ๓ วันเฉลิมพระชนมพรรษา ในพระบรมราชวัง แต่งซุ้มไฟตะเกียง ตามบ้านข้าราชการฝ่ายทหาร พลเรือนก็แต่งด้วย เพลา ๑๑ ทุ่มเศษไฟไหม้ใน พระบรมราชวังตำหนักเจ้าจอมมารดาสำลี

๓๙ ณวัน ๖๑๑ ค่ำ เพลารุ่งแล้วยังไม่ถึงโมง รุ่ง ขึ้นทิศบูรพ์ ๔ ตัว ครั้นพระอาทิตย์ขึ้นมาสายรุ้ง เข้าผ่านกลางดวง ณวัน ๕๑๑ ค่ำ แห่พระนิรันตรายไปวัดราชบพิธ กระบวนหัวล้านนมยาน แห่ประหลาดต่าง ๆ หลาย อย่างเปนการสนุกมากนัก แห่ตั้งแต่ประตูวิเศษ ไชยศรีไปถนนเจริญกรุงไปประตูสพานเหล็ก ตรง ไปประตูผีเลี้ยวถนนบำรุงเมือง เลี้ยวมาวัดราชบพิธ เพลาบ่าย ๔ โมงจนทุ่ม ๑ จึงเสร็จ ณวัน ๖๑๑ ค่ำ ลงมือทอดกฐินหลวง ณวัน ๒๑๑ ค่ำ ไล่ตึกแถวถนนเสาชิงช้าลงมือ รื้อตึก คนขนเข้าของแตกตื่นกันมากนักในถนนนั้น ครั้นณวัน ๒๑๒ ค่ำ ไล่บ้านร้านตลาด ที่ตลาด บ้านหม้อขยายถนนฟากตวันออก ๘ ศอก ที่เรียก ว่าถนนเฟื่องนครนั้นต้องรื้อกันตลอด ณวัน ๑๑๒ ค่ำ เสด็จเรือกลไฟสองปล่องไป กรุงเก่า ณวัน ๒๑๒ ค่ำ พระราชทานกฐิน ณวัน ๕๑๒ ค่ำ กฐินวัดประดู่แล้วเสร็จล่องลง มาทอดพระกฐินวัดบางปอินถึงกรุงเทพ ฯ

๔๐ ณวัน ๔๑ ค่ำ ไล่ตลาดบ้านหม้อไปตึกใหม่ที่ วัดญวน ณวัน ๒๑ ค่ำ เพลาเช้า ๓ โมงจีนทำงานใน พระบรมราชวัง ตักน้ำที่สระข้างโรงพิมพ์ตกสระตาย ณวัน ๖๑ ค่ำ เสด็จถนนใหม่สพานเหล็กไปจน ถึงบางคอแหลมเพลาบ่าย ๔ โมงเศษ ณวัน ๕๑ ค่ำ ดาวพระพฤหัศบดีเคียงพระจันทร์ ข้างทิศหรดี แล้วเร่มาทางประจิมเพลาตั้งแต่ค่ำ จนถึง ๔ ทุ่ม ณวัน ๑๑ ค่ำ ในเดือนนี้มีพระบรมราชโองการ ชำระพระนักสวดลำต่าง ๆ ส่งมาเปนทหาร ณวัน ๖๒ ค่ำ ได้ลงมือสักท้องข้อมือหมายหมู่ แต่หลังมือนั้น สักว่าห้ามอุปสมบทสักเปน ๒ แถว ณวัน ๕๔ ค่ำ ช้างมาแต่ราชบุรีสีประหลาด เล็บขาวพลายสูง ๓ ศอกเศษ ขึ้นโรงเพลาบ่าย ๓ โมง ณวัน ๒๔ ค่ำ เพลา ๒ ทุ่มเศษกรมหมื่นภูบดี สิ้นพระชนม์ ณวัน ๕๔ ค่ำ เช้า ๕ โมงเศษพระราชดำเนิน เรือรบกลไฟไปเมืองสิงคโปร์แลเขตรแดนฝั่งตวันตก

๔๑ ปีมแม จ.ศ.๑๒๓๓ ณวัน ๗๕ ค่ำ พระจุฬาลงกรณ์เกล้าเสด็จพระ ราชดำเนินไปเมืองสิงคโปร์ เมืองกะหลาป๋า เมือง สำปาหลังกลับมาถึงกรุงเทพ ฯ ขึ้นสรงน้ำเพลา ค่ำแล้ว ๕ บาท ณวัน ๔๖ ค่ำ ลงมือจับสักได้ ๓ วันหยุด คือ ขึ้น ๓ ค่ำ ณวัน ๗๖ ค่ำ หยุดจับชำระกันคราว ๑ ณวัน ๔๖ ค่ำ จรดพระนังคัล ณวัน ๗๗ ค่ำ ในข้างขึ้นเดือนนี้ข้าราชการแต่ง ผ้าฅอเสื้อผูกฅอ ด้วยเปนธรรมเนียมฝรั่งธรรม เนียมนอก ณวัน ๔๗ ค่ำ เสด็จไปผูกโบถวัดโคกไผ่ แล้ว เสด็จเมืองราชบุรี สั่งทำวังบนเขา ณวัน ๖๗ ค่ำ น้ำเข้าทุ่งแควใหญ่เพลาค่ำ ณวัน ๗๘ ค่ำ เจ้าพระยายมราชถึงอสัญกรรม เพลากลางคืน ณวัน ๒๘ ค่ำ ฝนไม่ตกเข้าพระวษา ณวัน ๔๑๐ ค่ำ ลางคนว่ากลางคืนวันพระ กรม หลวงวงษาธิราชสิ้นพระชนม์เพลาย่ำรุ่งแล้ว

๔๒ ณวัน ๓๑๐ ค่ำ เพลาเช้า ๕ โมงเศษพระอาทิตย์ ทรงกลด ณวัน ๔๑๐ ค่ำ ประหารชีวิตรอ้ายจีนฆ่าเจ้าเงิน ตายตลาดน้อย ณวัน ๗๑๐ ค่ำ ชักศพเจ้าพระยายมราชวัด สามปลื้ม ณวัน ๑๑๐ ค่ำ เจ้าแดงตายเพลาบ่าย ๒ โมงเศษ ณวัน ๓๑๒ ค่ำ จับอ้ายโพ ๑ อ้ายชื่น ๑ ผู้ร้าย ได้หลังบ้านสาย ชำระเปนสัตย์ ณวัน ๗๑๒ ค่ำ ประหารชีวิตรอ้ายโพ ๑ อ้าย ชื่น ๑ ผ่าอกตัดศีศะที่วัดชีตาเห็นบ้านปากไห่ เปน ผู้ร้ายปล้นพวกอ้ายอ่วม ณวัน ๒๑ ค่ำ ประหารชีวิตรอ้ายใหญ่พี่ อ้ายรงน้อง อ้ายมาเจ้า ๓ คนผู้ร้ายปล้นพวกอ้ายโพ อ้ายอ่วม อ้ายอ่วม ๑ อ้ายคง ๑ ตัดท่อนกลางตัว อ้าย ๙ คน ฟันฅอ ณวัน ๗๑ ค่ำ ลดโคม ณวัน ๒๑ ค่ำ ประหารชีวิตรผู้ร้ายปล้นพวกอ้ายอ่วม ตาย ๑๑ ส่งเปนทหาร ๓๑ ส่งคุก ๙ ริมเพนียด ข้างศาลเจ้าด้านเหนือ

๔๓ ณวัน ๓๑ ค่ำ ชักศพกรมหลวงวงษาไปเมรุวัดแจ้ง ณวัน ๕๑ ค่ำ บ่าย ๔ โมงเศษฝนตกปรอย ๆ ๕ โมงเศษพระราชทานเพลิง ณวัน ๖๑ ค่ำ เพลาเช้า ๓ โมงเศษหล่อพระรูป พระเจ้าแผ่นดินทั้ง ๔ พระองค์ เพลาบ่าย ๔ โมง เศษฝนตกไปจนยาม ๑ ฟ้าร้องทิศทักษิณ ณวัน ๗๑ ค่ำ หล่อพระรูปพระพุทธยอดฟ้า ๑ พระพุทธเลิศหล้า ๑ พระนั่งเกล้า ๑ พระจอมเกล้า ๑ ณวัน ๓๓ ค่ำ ไฟไหม้สพานวัดเลียบแง้มใต้ เพลาค่ำแล้ว ๕ บาท ปีวอก จ.ศ.๑๒๓๔ ณวัน ๔๗ ค่ำ พระองค์เจ้าอิศรวงษ์ในเจ้าจอม มารดาแสง บุตรท่านกรุงเก่าจ่าแสน สิ้นพระชนม์ ณวัน ๑๘ ค่ำ สำเร็จโทษหม่อมเจ้าเดื่อเพลา เช้า ๒ โมงเศษบางกะสัน โทษลักเพ็ชรลักเปลี่ยน พลอยที่พระมหาสังข์พระแสงชำระเปนสัตย์ ณวัน ๑ ค่ำ เพลา ๕ ทุ่มเศษเกิดเพลิงไหม้ สำเพ็งตรอกแตง ๑๐๐ เรือนเศษ ณวัน ๔๙ ค่ำ สมเด็จเจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมีข้าม ไปอยู่วังปากคลองบางหลวง เพลา ๒ ทุ่มกินโต๊ะ

๔๔ ณวัน ๖๙ ค่ำ เพลาเช้า ๔ โมงเศษจีนแห่เจ้า มาแต่สำเพ็ง ถึงวัดมหรรณพ์ย้อนมาทอดพระเนตร น่าพลับพลา กลับมาบ่ายน่อย ๑ ณวัน ๕๑๐ ค่ำ เพลาเช้า ๔ โมงแห่พระชักพระ ไปวัดราชบพิธ แต่แห่นั้นเปนสามารถ เอาพระ ที่ กา ไหล่ ทองคำ ที่ โรง หล่อ มา ตั้ง น่า พลับ พลา สูง เกณฑ์พระราชาคณะถานาเปรียญ ทำรูปโคมเปน สัตว์ต่าง ๆ แล้วเจ้าของโคมที่เปนราชาคณะต้อง มีการเล่นต่าง ๆ เปนการสมโภชพระกาไหล่ ณวัน ๓๑๒ ค่ำ เสด็จเรือกลไฟไปกรุงเก่าประทับ วังจันทร์ ณวัน ๔๑๒ ค่ำ เสด็จเรือไฟเล็กเพลา ๑๑ ทุ่มเศษ ไปลพบุรี ณวัน ๖๑๒ ค่ำ พระราชทานกฐินเมืองลพบุรี ๒ วัด ณวัน ๑๑๒ ค่ำ แรมท้องพรหมมาศ เพลา ๑๑ ทุ่ม เศษเสด็จออกปากน้ำบางพุดซาแรมเมืองพรหม ณวัน ๒๑๒ ค่ำ แรมปากโมกข์ ณวัน ๓๑๒ ค่ำ แรมสีกุกปากบางปลาหมอ ณวัน ๔๑๒ ค่ำ เพลาเช้า ๕ โมงเศษเสด็จกลับ พลบถึงกรุงเทพ ฯ

๔๕ ณวัน ๖๑๒ ค่ำ ลอยพระประทีป ๓ วันกระทงใหญ่ ณวัน ๒๑ ค่ำ ชักศพกรมขุนวรจักรวัดสระเกษ ณวัน ๔๑ ค่ำ พระราชทานเพลิงกรมขุนวรจักร ณวัน ๓๑ ค่ำ ชักศพพระองค์เจ้าดวงเดือนวัด สระเกษ ณวัน ๕๑ ค่ำ พระราชทานเพลิงพระองค์เจ้า ดวงเดือน ณวัน ๑๑ ค่ำ กรมหมื่นภูบาลนิพพานเพลา กลางคืน ณวัน ๒๑ ค่ำ ในหลวงเสด็จสรงน้ำเพลาบ่าย ๓ โมงเศษ ณวัน ๔๑ ค่ำ ชักศพกรมหมื่นอานุภาพ เพลา เช้า ๕ โมงไฟไหม้บ้านเจ้าตุ๊กตา นอกกำแพงประตู สพานเหล็กวกเข้ามาโรงหวย ถึงวังกรมภูบาล เลยมา ถนนบ้านญวน แยกมาถึงประตูช่องกุฏสพานช้าง วัดเลียบ นอกกำแพงถึงบ้านพระนรินทร์ ดับบ่าย ๒ โมงเศษ ณวัน ๑๓ ค่ำ เพลาเช้าโมงเศษเสด็จลงเรือ พระที่นั่งกลไฟไปพระพุทธบาท ประทับวังจันทร์

๔๖ ณวัน ๒๓ ค่ำ เสด็จออกจากวังจันทร์เพลาเช้า บ่ายประทับแรมบ้านขวาง ณวัน ๓๓ ค่ำ เสด็จจากบ้านขวางขึ้นพระพุทธบาท ประทับแรมพระบาท ปีรกา จ.ศ.๑๒๓๕ ณวัน ๔๗ ค่ำ ประหารชีวิตรคนฆ่ามารดาตาย บ้านพิดตะเพียน ณวัน ๕๗ ค่ำ เพลา ๑๐ ทุ่มเศษช้างพระมหา ศรีเสวตรสีประหลาดในแผ่นดินพระจอมเกล้าล้ม ณวัน ๗๗ ค่ำ คนเปนไข้อหิวาตกะโรคตาย ประปรายวันปฐม ณวัน ๑๗ ค่ำ หนาขึ้น ตายมากขึ้น ณวัน ๔๘ ค่ำ ไข้ลงรากยังชั่วขึ้น ณวัน ๕๘ ค่ำ ไข้ลงรากน้อยลง ณวัน ๑๘ ค่ำ ความไข้สงบเงียบลง ณวัน ๖๙ ค่ำ เพลาเช้า ๕ โมงเศษ พระอาทิตย์ ทรงกลดใหญ่ แล้วเปนลำออกแต่กลดลงไป ทางตวันตก ๒ ทาง ๆ หนึ่งเกลื่อนจะหาย ทางหนึ่งชัด ณวัน ๖๙ ค่ำ เพลิงไหม้ข้างถนนไปวัดสุทัศน์ มุมน่าวัดราชบพิธด้านตวันออกเฉียงเหนือไหม้

๔๗ ๒ หลังเล็ก ๆ เพลา ๒ ทุ่มเศษไฟดับ ประมาณ เคี้ยวหมากจืด ฝนตกยังรุ่ง แต่ลมสงบไม่มี ณวัน ๖๙ ค่ำ ไฟไหม้ตลาดน้อยเพลาบ่าย ๓ โมงเศษ ณวัน ๑๙ ค่ำ เพลาบ่าย ๔ โมงเศษเปนลำโต กว้าง ๓ วายาวจดขอบฟ้า แต่อุดรมาทักษิณ กลางสีเปนควันสองริมขาว เพลาย่ำค่ำพอหายหมด ณวัน ๕๑๑ ค่ำ พระเจ้าแผ่นดินทรงผนวช เพลา ๓ ทุ่มแล้วออกวัดพระแก้ว เข้าสวดญัติในพระพุทธ นิเวศ ( อิกครั้ง ๑ ) เสร็จใน ๗ ทุ่ม ๘ ทุ่ม ณวัน ๑๑๑ ค่ำ ข้าราชการเข้าถวายดอกไม้ ธูปเทียน ๕ วัน ๖ วันจึงเสร็จ ณวัน ๖๑๑ ค่ำ เพลา ๔ ทุ่มพระเจ้าแผ่นดินลา ผนวชแล้วสมมุติด้วยเนื่องกัน ณวัน ๕๑๒ ค่ำ ยกโคมจองเปรียง ณวัน ๓๑๒ ค่ำ มีจันทรุปราคา ณวัน ๔๑๒ ค่ำ ตั้งน้ำวงด้ายมีสวดมนต์การ บรมราชาภิเศก ณวัน ๕๑๒ ค่ำ จุดเทียนไชยวัฒน์เพลาเช้า ๔ โมง ๔๘ นาที

๔๘ ณวัน ๑๑๒ ค่ำ มีการเล่นสมโภชพระนคร เพลายามเศษมีดอกไม้เพลิงต่าง ๆ ที่น่าพระที่นั่ง สุทธาสวรรย์แต่งโคมจุดไฟด้วย ณวัน ๒๑๒ ค่ำ สรงเวลาเช้า ๑๘ นาที แปร พระภักตร์ทักษิณ เช้า ๔ โมง ๓๐ นาทีออกขุนนาง เพลาบ่าย ๒ โมง ๓๖ นาทีขึ้นพระแท่น ขุนนาง ยืนเฝ้า เพลาค่ำเสด็จเรือไฟทางชลมารค ทอด พระเนตรแต่งโคมไฟ กลับขึ้นตำหนักแพมีดอกไม้ เพลิงอิกคืน ๑ ณวัน ๖๑ ค่ำ เลียบพระนครทางสถลมารค ณวัน ๒๑ ค่ำ เลียบพระนครทางชลมารค ณวัน ๗๑ ค่ำ ฦๅกันว่าเปนเณรลอยน้ำมาที่ ตำหนักแพ วัดพระเชตุพนชำระยามเศษส่งขึ้นคุก ณวัน ๑๑ ค่ำ เพลาเช้า ๔ โมงเศษเสด็จอ่างศิลา ณวัน ๗๑ ค่ำ กลางคืนช้างล้มเชือก ๑ ปีจอ จ.ศ.๑๒๓๖ ณวัน ๑๑ ค่ำ เพลาบ่าย ๔ โมงประชุมออฟฟิเซอร์ นายทหาร สั่งให้นอนประจำซองให้พร้อม ณวัน ๒๑ ค่ำ เพลาตี ๔ ทุ่มแล้วหม้อไฟก๊าด ในพระบรมมหาราชวังลุกขึ้น พวกทหารตำรวจ ต้องนอนประจำซอง

๔๙ ณวัน ๓ ๑ ค่ำ รุ่งขึ้นข้าราชการต้องนอนประจำซอง ทุกกรม ณวัน ๖๑ ค่ำ กรมพระราชวังหนีเพลา ๘ ทุ่ม ออกจากวัง ไปอยู่กับนายห้างที่ ๒ กงสุลอังกฤษ ณวัน ๗๑ ค่ำ สมเด็จเจ้าพระยาให้เจ้าพระยา สุรวงษ์ไปเชิญเสด็จมาณจวน จึงเชิญให้เสด็จ กลับวังก็ไม่กลับ ณวัน ๑๑ ค่ำ วังหลวงมีลายพระหัดถ์เชิญให้ กลับก็หากลับไม่ ณวัน ๒๑ ค่ำ จึงประชุมข้าราชการผู้ใหญ่ ผู้น้อยพร้อมกันว่า ทิ้งราชสมบัติไปอยู่กับกงสุล จะชอบจะผิดประการใดให้ทำจดหมายไปยื่น ณวัน ๓๑ ค่ำ มีลายพระหัดถ์ออกมาว่าที่จะยื่น นั้นให้งดไว้ จะเชิญเสด็จกลับ ตกลงกันจะกลับ ว่าจะสมโภช ณวัน ๒๒ ค่ำ ไฟไหม้ตรอกพระยาไกรต้น สพาน ณวัน ๒๓ ค่ำ เพลาเช้า ๕ โมงเศษไฟไหม้ตลาด วัดหงษ์

๕๐ ณวัน ๔๓ ค่ำ ราษฎรฦๅว่าออกลูกข้างหัวเปน คน ข้างก้นเปนนาค เอาไปทิ้งวัดเชิงเลนพระเอา แช่เหล้าไว้ ณวัน ๓๔ ค่ำ เพลา ๑๐ ทุ่มฝนตกมาก ๑๐ ทุ่ม เศษฟ้าผ่า ถูกกำแพงหัก ถูกบ้าน ถูกคนตาย ผู้ชาย ๒ คน ปีกุญ จ.ศ.๑๒๓๗ ณวัน ๕๕ ค่ำ เพลาบ่าย ๕ โมงเศษเกิดลม ตวันออกพัดหนัก ธงตราแผ่นดินที่สนามน่าพระ ที่นั่งสมมุติเทวราช อุปบัติขาดลมไปติดอยู่ที่พระมหา ปราสาท ยังเหลือติดอยู่ที่เสานั้นแต่ตราฉัตรข้าง ๑ ที่ทุ่งนาวัดตึกนั้นต้นไม้หักมาก ณวัน ๔๖ ค่ำ โปรดให้พระองค์เจ้ากฤษฎาเปน กรมหมื่น ณวัน ๔๖ ค่ำ เพลาหัวค่ำฝนตกประปราย เพลา ๗ ทุ่มเศษไฟไหม้แพ ๒ แพน่าบ้านเพ็ชรพิไชย ไฟ เหือดฝนตก ณวัน ๕๙ ค่ำ ทหารที่รักษาตึกดินบอกว่าเสือบอง เข้ามากินไก่ ทหารได้ตีเสือ ณวัน ๑๑๐ ค่ำ เพลาบ่ายโมงหนึ่ง พระยาราชเสนา ยกกองทัพขึ้นทางคลองเปรมประชากร

๕๑ ไปทางสระบุรีขึ้นโคราชหนองคาย เปนกองน่า ( รบทัพฮ่อ ) ณวัน ๒๑๐ ค่ำ พระยาศรีพิพัฒน์ทูลลา รับเบี้ย หวัดด้วย ณวัน ๔๑๐ ค่ำ พระยาศรีพิพัฒน์ยกเปนกอง ลำเลียงเสบียงแลปืนกระสุนดินดำเปนกองส่งด้วย ณวัน ๔๑๐ ค่ำ เจ้าพระยามหินทรศักดิธำรง ยกเปนแม่ทัพน่า ออกโขลนทวารไปทางโคราช ขึ้นสระบุรี ณวัน ๗๑๑ ค่ำ เจ้าคุณทหารขึ้นไปดูการวัด บ้านอ้อย เพลาบ่าย ๕ โมงเศษแล้วกลับ ณวัน ๑๑๑ ค่ำ เจ้าพระยาภูธราภัย ยกทัพขึ้น ไปทางเมืองพิไชยไปหนองคาย ออกโขลนทวาร เพลาบ่าย ๔ โมงเศษ ณวัน ๒๑๒ ค่ำ ขุนศรีสังหารยกกองลำเลียง ขึ้นไปส่งเมืองโคราชกองทัพเจ้าพระยามหินทร์ ณวัน ๑๑๒ ค่ำ เจ้าพระยามหินทร์ยกจากหาด พระยาทดไปแก่งคอยรุ่งแล้ว ณวัน ๔๑๒ ค่ำ เจ้าพระยามหินทร์ยกจากแก่ง คอยเข้าดงไปโคราชรุ่งแล้วโมง ๑ กับ ๖ บาท

๕๒ ณวัน ๒๑ ค่ำ เพลาเช้า ๒ โมงเศษพระมหาเทพ ได้คุมเครื่องยศเสื้อผ้า ไปพระราชทานแม่ทัพนายกอง ไปทางโคราชถึงหนองคาย ณวัน ๖๑ ค่ำ จมื่นศักดิบริบาลยกแต่สระบุรีไป รับฮ่อณโคราช ยกเพลาเช้า ณวัน ๔๓ ค่ำ จมื่นไชยภูษา เชิญท้องตราไป ให้เจ้าพระยามหินทร์ณเมืองโคราช ให้ยกไป หนองคาย ณวัน ๖๔ ค่ำ เจ้าพระยามหินทร์ยกไป ณวัน ๕๔ ค่ำ จมื่นไชยภูษากลับมาถึงบ้านท่าอ้อย ณวัน ๔๔ ค่ำ พระราชวรินทร์เชิญท้องตราไป ให้เจ้าพระยามหินทร์กลับ ให้แบ่งกองทัพให้พระยา มหาอำมาตย์ แบ่งที่เมืองโคราช ปีฉลู จ.ศ.๑๒๓๙ ณวัน ๕๑๑ ค่ำ สมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษี ( ได้ ) กับคุณแม้นในเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ ณวัน ๒๑ ค่ำ เวียนเทียนสมโภชสมเด็จพระเจ้า น้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์ กรมหลวงจักร พรรดิพงษ์ ณวัน ๓๑ ค่ำ เพลาบ่ายโมง ๑ สมเด็จเจ้าฟ้า จาตุรนต์ กรมหลวงจักรพรรดิพงษ์ทรงพระผนวช

๕๓ ณวัน ๒๒ ค่ำ ไฟไหม้ตลาดสำเพ็งเพลาบ่าย โมงเศษ ณวัน ๕๒ ค่ำ เสด็จกาญจนบุรี ขึ้นเดินแต่ พระปฐมไป เสด็จจากกรุงเรือแจวเพลา ๒ โมงเช้า ณวัน ๓๒ ค่ำ ไฟไหม้ตรอกเว็จคี่เพลาโมง ๑ ฟากขวาเข้าไป คนตาย ๒ คน ณวัน ๕๓ ค่ำ เสด็จแต่ไทรโยคประทับกาญจนบุรี ราชบุรี มาถึงพระราชวังเพลา ๔ ทุ่ม ปีเถาะ จ.ศ.๑๒๔๑ ณวัน ๕๕ ค่ำ เพลาบ่าย ๔ โมงเศษ จับนาย สำอางเปนที่พระปรีชา ลงเหล็กจำไว้ณคลังวิเศษ ว่าฉ้อเงินฉ้อทองหลวง ว่าเปนขบถ ณวัน ๗๑ ค่ำ เพลา ๑๑ ทุ่มเอานายสำอางลง เรือไฟไปเมืองประจิม ณวัน ๒๑ ค่ำ ถึงเมืองประจิมเพลาเช้า ๔ โมง เพลาบ่าย ๔ โมงสำเร็จโทษนายสำอาง ณวัน ๔๑ ค่ำ เพลา ๔ ทุ่มเศษเรือไฟมาถึง กรุงเทพ ฯ ปีมโรง จ.ศ.๑๒๔๒ ณวัน ๑๔ ค่ำ ชักพระศพพระองค์สุนันทาเข้า พระเมรุ ณวัน ๔๔ ค่ำ พระราชทานเพลิง

๕๔ ปีมเสง จ.ศ.๑๒๔๓ ณวัน ๒๗ ค่ำ เสด็จทอดพระเนตรช้างบ่อโพง แขวงกรุงเก่า ณวัน ๑๗ ค่ำ เพลาบ่ายครึ่งโมงพระอาทิตย์ทรง กลด จนบ่าย ๔ โมงเศษจึงหาย เย็นฝนตกมาก ณวัน ๓๗ ค่ำ ช้างขึ้นท่ามาเข้าโรง สมโภชช้าง รุ่งขึ้นบ่าย ๔ โมง ณวัน ๗๗ ค่ำ เกิดความไข้ลงราก ณวัน ๗๑๑ ค่ำ ประหารชีวิตรอีเมียพระบันฦๅ เอาไม้ตำอีเล็กทาษตาย ณวัน ๑๑๒ ค่ำ ดาวพระพฤหัศบดีเคียงพระ จันทร์ทิศทักษิณประมาณ ๓ ศอก ณวัน ๒๑ ค่ำ มีจันทรุปราคา ณวัน ๕๔ ค่ำ ดาวพระพฤหัศบดีเข้าแง่พระจันทร์ ข้างใต้ห่างประมาณ ๒ ศอก ปีมเมีย จ.ศ.๑๒๔๔ ณวัน ๖๕ ค่ำ เสด็จไปบางปอิน ดูงิ้ว ณวัน ๓๕ ค่ำ เพลาเที่ยงไฟไหม้คลังเสื่อ ณวัน ๒๕ ค่ำ พระราชาคณะสวดมนต์ในวัด พระศรีรัตนศาสดาราม แลปักเสาพุ่มดอกไม้เพลิง ด้วย เปนการสมโภชฉลองพระแก้วแลวัดด้วย สมโภชพระนครเปนการ ๑๐๐ ปีในกรุงเทพ ฯ พระ

๕๕ สงฆ์สวดมนต์ทุกใบเสมา แต่ณวัน ๓๖ ค่ำ ๓ วัน ณวัน ๖๖ ค่ำ พระฉัน เกณฑ์ข้าราชการเลี้ยง ตามเบี้ยหวัด แลเลียบพระนครด้วย ณวัน ๔๖ ค่ำ มีสุริยุปราคา ณวัน ๔๑๐ ค่ำ เพลาบ่าย ๓ โมงเศษ บุตร เจ้าจอมมรกฎ พระองค์เจ้าชายประสูตร ณวัน ๗๑๐ ค่ำ ช้างด่างล้มเพลายามเศษ ลาง คนว่าล้มวัน ๓๑๐ ค่ำ ณวัน ๑๑๐ ค่ำ เห็นดาวหางขึ้นทิศบูรพ์ หางไป ประจิมเพลา ๓ ยาม ณวัน ๖๑๒ ค่ำ เพลาทุ่มเศษพระจันทร์เข้าฤกษ์ กติกาอยู่อุดร พระจันทร์ห่างดาวศอกเศษ พระ เสาร์อยู่ห่างพระจันทร์ ๓ ศอกเศษทิศหรดี ณวัน ๗๑๒ ค่ำ เพลายามเศษพระจันทร์เข้า ฤกษ์โรหิณีทางทิศอาคเณย์ ห่าง ๓ ศอก ณวัน ๑๑๒ ค่ำ เพลายามเศษพระพฤหัศบดี เคียงพระจันทร์ทิศอาคเณย์ พ้นรัศมีฝ่ามือหนึ่ง ณวัน ๖๑ ค่ำ ประหารชีวิตรอ้ายนักโทษยิงพระ วัดแขวงกรุงเก่าตาย

๕๖ ณวัน ๔๑ ค่ำ ดาวหางหาย เมื่อจะหายนั้น หางเล็กบางสั้นรุบรู่หมดไปจนไม่เห็น ณวัน ๖๑ ค่ำ ( วันลงมือ ) ไล่หนังสือพระ เปรียญเก่าใหม่ ณวัน ๑๑ ค่ำ ประหารชีวิตรอ้ายทองแดงกับ พวกเพื่อนเข้ากัน ๑๑ คน โทษปล้นปากคลองบาง ลำภูริมบ้านพระดิฐการ ณวัน ๕๒ ค่ำ แห่โสกันต์พระองค์เจ้าลูกเธอ ๓ องค์ วันแรกแห่ ณวัน ๖๒ ค่ำ สมเด็จเจ้าพระยาผู้สำเร็จราชการ แผ่นดิน กลับเข้ามาแต่ราชบุรีถึงกระทุ่มแบน ถึงแก่พิราไลยเพลา ๔ ทุ่มเศษ ณวัน ๑๒ ค่ำ โสกันต์เพลาเช้า บ่ายแห่สมโภช ปีมแม จ.ศ.๑๒๔๕ ณวัน ๑๕ ค่ำ มีจันทรุปราคา ณวัน ๕๘ ค่ำ เพลาย่ำค่ำดาวอะไรไม่รู้เข้าพระจันทร์ ณวัน ๑๑๐ ค่ำ เพลารุ่งเช้าเห็นพระอาทิตย์เขียว ครั้นสายหาย แต่แดดเหลือง เพลาบ่าย ๔ โมง พระอาทิตย์เขียวอิก เปนอยู่ ๓ วัน ( คราวเขาไฟ ปะทุที่เกาะกักกระเตาที่ชวา )

๕๗ ณวัน ๔๑ ค่ำ พระยาราชวรานุกูลยกทัพ เสด็จ ทเลด้วย ณวัน ๔๒ ค่ำ เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารค ด้วยเรือไฟ ไปประพาศทเล ๑๐ วัน ณวัน ๖๒ ค่ำ ครั้นเสด็จพระราชดำเนินแล้ว เจ้าคุณทหารจับตอปิโดลูกระเบิดที่ปากน้ำ ฝรั่ง เอาใส่หีบเข้ามา ฝรั่งบอกว่าพระนายไวยกอละแนล สั่งให้เอาเข้ามา เสด็จกลับพระราชวัง เจ้าคุณ ทหารกราบทูลกริ้ว ณวัน ๓๓ ค่ำ ดาวหางขึ้นทิศหรดีไม่ชัด หาง พอเปนไร ๆ ยาวศอก ๑ ณวัน ๒๓ ค่ำ พระพฤหัศบดีเข้าใกล้แง่พระจันทร์ ข้างทิศเหนือ ประมาณศอก ๑ หว่างโรหิณีมิคสิระ ณวัน ๔๓ ค่ำ เพลารุ่งแล้ว ๒ โมงเศษเสด็จ พระพุทธบาท ไปประทับพระราชวังบางปอิน ๔ ราตรี ณวัน ๑๓ ค่ำ เสด็จแต่พระราชวังบางปอิน แรมท่าเจ้าสนุก

๕๘ ณวัน ๒๓ ค่ำ เพลาย่ำรุ่งเสด็จทรงม้าขึ้นถึง พระพุทธบาทเที่ยง ครั้นเพลาค่ำพวกทหารน่าวิวาท กับอ้ายแสงที่เขาโพธิ์ลังกา พระนายศรีที่ ๒ พระ นายไวยสั่งให้ยิงอ้ายแสง ลูกปืนถูกตาทลุท้าย ทอยลูก ๑ กับที่อื่นอิก ๒ ลูก รวมลูกปืน ๓ ลูก อ้ายแสงตาย ลูกปืนไปตกในวังที่ประทับ ๒ ลูก ต่อน่าที่นั่ง กริ้วให้กรมพระปราบชำระ ณวัน ๗๓ ค่ำ เสด็จกลับทางเดิมถึงท่าเจ้าสนุก มาแรมบางปอิน ณวัน ๑๓ ค่ำ ให้สมเด็จกรมพระปราบชำระ พวกวิวาทนั้น คือ นายน่วมกับตัน ๑ นายหรุ่น เล็บเตอแนล ๑ นายเผื่อนเล็บเตอแนล ๑ กับ ซายัน ไปรเวศ รวม ๕ คน เสนาบดีลูกขุน วางบทปรับว่าเปนขบถโทษประหารชีวิตร ณวัน ๖๓ ค่ำ เรือไปรับเอาเจ้าพนักงานธำมรงไปที่ บางปอิน แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระ ราชทานชีวิตรให้พ้นตาย แต่ใส่คุกไว้ ณวัน ๗๔ ค่ำ เพลาบ่ายเอาตัวนักโทษ ๕ คน มาใส่คุก

๕๙ ณวัน ๗๔ ค่ำ พระองค์เจ้าคัคณางค์ เปนกรม หมื่นพิชิต เสด็จไปจัดการเชียงใหม่ ยกเพลาบ่าย ๒ โมง ปีวอก จ.ศ.๑๒๔๖ ณวัน ๓๕ ค่ำ พระองค์จิตรเจริญทำการทหาร น่าเพลาบ่าย ณวัน ๔๗ ค่ำ เพลา ๘ ทุ่มเศษเจ้าคุณกลาง น้องสาวสมเด็จเจ้าพระยาถึงอสัญกรรม ณวัน ๓๙ ค่ำ เจ้าพระยามหินทร์ได้ไปว่าการ ทหารน่า แลเรียกบาญชีเงินบาญชีคนอายุ ๖๓ ปี ณวัน ๕๑๐ ค่ำ เพลาบ่าย ๔ โมงเศษทหารขึ้น อยู่แบแรก พระนายไวยสั่ง ณวัน ๑๑ ค่ำ พระศรสำแดงถึงแก่กรรมเพลา ๙ ทุ่ม ณวัน ๕๓ ค่ำ เพลาเช้า ๔ โมงเศษเสด็จพระ ราชดำเนินจันทบุรี เพลาค่ำเพลิงไหม้ริมถนนเฟื่อง นครปากตรอกถานวัดเลียบตรอกเหนือ ถึงตรอก ใต้เพลิงดับ ปีรกา จ.ศ.๑๒๔๗ ณวัน ๔๖ ค่ำ ไฟไหม้ห้างมิศแกรซีใต้ปากคลอง สาน เพลา ๕ โมงเช้า

๖๐ ณวัน ๖๗ ค่ำ ลูกขุนไปนั่งโรงลครทุ่งพระเมรุ ณวัน ๗ ค่ำ ท่านผู้หญิงอิ่มพระยาเวียงไนย ตายเพลาบ่ายโมงเศษ ณวัน ๒๑๑ ค่ำ เพลาเช้า ๓ โมงเศษจีนลูกจ้าง ฝรั่งรื้อประตูสพานเหล็ก ประตูหักพังทับจีนตาย ๓ คน เพลาบ่ายโมงเศษพระอมรยกทหารออก จากโรงไปทัพฮ่อขึ้นเมืองพิศณุโลก กรมประจักษ์ ยกบ่าย ๓ โมง ณวัน ๓๑๑ ค่ำ พระนายไวยยกเพลาบ่าย ณวัน ๖๑๑ ค่ำ ในแรมเกิดไข้ทรพิศม์ ถึงแก่ มรณะมาก ณวัน ๓๑๒ ค่ำ ได้ข่าวไข้อหิวาเกิดแรมหนา มากขึ้น แก้ได้น้อย ไปมากกว่าอยู่ ณวัน ๕๑๒ ค่ำ ได้ข่าวว่าดาวตกรุบรับ คนใน โรงแสงว่าตกเปนหมู่ ลงที่พระมหาปราสาท ณวัน ๖๑๒ ค่ำ ขรัวตาใจว่าเพลา ๕ ทุ่มดาว ดวงใหญ่ตกย้อยลงมา แล้วกลับคืนขึ้นไปดังลูกพลุ ณวัน ๖๑ ค่ำ ลงมือรื้อพระที่นั่งอมรินทร์ ณวัน ๗๔ ค่ำ เพลา ๖ ทุ่มเศษเสด็จกลับถึง กรุง ฯ เพลาบ่าย ๓ โมงเศษเพลิงไหม้ถนนใหม่

๖๑ ปีจอ จ.ศ.๑๒๔๘ ณวัน ๔๕ ค่ำ งานหลวงมีเทศน์บนพระที่นั่งจักรี ถวายกระจาด กระจาดละ ๑๙ ชั่งบ้าง ๒๐ ชั่งบ้าง ๔ วัน ๓๔ กัณฑ์ ถึงณวัน ๗๕ ค่ำ จึงได้ทรง แจกเหรียญเงินเหรียญทองแก่ข้าราชการ ณวัน ๕๕ ค่ำ หลวงศรีมโหสถถึงแก่กรรม เพลาบ่ายโมง ๑ ณวัน ๑๕ ค่ำ เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์ถึงแก่กรรม ณวัน ๖๕ ค่ำ ไม่เสด็จออกขุนนาง ณวัน ๗๕ ค่ำ ได้ข่าวพระยาสุพรรณตาย ได้ ๖ วัน ๗ วันแล้ว ณวัน ๖๖ ค่ำ ฉลองตั้งกรมสมเด็จกรมพระบำราบ ปรปักษ์ มีโขนเล่นพิราบล้ม ทศกรรฐ์ ล้มด้วย ณวัน ๒๖ ค่ำ เพลาพลบไฟไหม้โรงงิ้ววังกรม หลวงเทวะวงษ์ วันฉลองกรมเลิก ณวัน ๕๙ ค่ำ เพลาบ่ายโมงเศษไฟไหม้บ้าน ลาววัดโสมนัศ ณวัน ๔๙ ค่ำ กรมสมเด็จกรมพระบำราบเสด็จ กลับถึงวังเพลา ๖ ทุ่มเศษประชวรมาก

๖๒ ณวัน ๓๑๐ ค่ำ กลางคืนเพลา ๕ ทุ่มเศษอากาศ สว่างเหมือนเดือนหงาย ลางคนว่ามีดาวดวงใหญ่ ขึ้นท้องฟ้าสว่าง กับมีหมายประกาศออกจับ ผู้ร้าย ๆ ยังไม่สงบ ต่อวันขึ้น ๖ ค่ำ ๗ ค่ำโจร ผู้ร้ายค่อยเงียบสงบ โดยมีกองจับ ๒๐ กอง ณวัน ๔๑๐ ค่ำ สมเด็จกรมพระบำราบปรปักษ์ นิพพาน เพลาเช้า ๔ โมงกับ ๑๕ มินิต ณวัน ๓๑๐ ค่ำ ให้เจ้าพระยาพลเทพว่าการ ในกรมมหาดไทย ณวัน ๔๑๑ ค่ำ ประหารชีวิตรนักโทษปล้น ๓ คน ฝนตกมาก ณวัน ๒๑๒ ค่ำ เพลาเช้า ๕ โมงกับ ๖ มินิต ๗ มินิต แผ่นดินไหวจนเรือนโยก ๖ หยุบ ๗ หยุบ ทางตวันออกไปตวันตก ณวัน ๒๒ ค่ำ ชักพระศพพระเจ้าลูกเธอ พระ องค์ประไพพรรณพิลาศ แฝดองค์น้อย ณวัน ๓๒ ค่ำ แห่พระอังคาร ณวัน ๔๒ ค่ำ พระราชทานเพลิงวัดราชบพิธ ณวัน ๕๒ ค่ำ แลณวัน ๖๒ ค่ำ สมโภช พระอัฐิ

๖๓ ณวัน ๗๒ ค่ำ แห่พระอัฐิเข้าวัง ณวัน ๓๒ ค่ำ ทำบุญ ๗ วันพระที่นั่งอนันตสมาคม ณวัน ๔๒ ค่ำ แลณวัน ๕๒ ค่ำ แห่สมเด็จ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ลงท่า ณวัน ๖๒ ค่ำ เพลารุ่งแล้ว ๕ โมง ๑๕ นาที ลงท่าสรง เพลาเย็นแห่สมโภช ณวัน ๗๒ ค่ำ แลณวัน ๑๒ ค่ำ สมโภช ณวัน ๓๒ ค่ำ เพลาเช้า ๕ โมงเปนพยุหเลียบ พระนคร ณวัน ๕๒ ค่ำ เพลาบ่าย ๔ โมงเศษเสด็จแต่ พระที่นั่งจักรี ไปออกประตูศรีสุนทร ไปประทับ พระที่นั่งชลังคพิมาน ทอดพระเนตรกระบวนพยุห เรือพายถวายตัว แล้วมีเรือแข่ง พอย่ำค่ำเสด็จขึ้น รุ่งขึ้นณวัน ๖๒ ค่ำ เลี้ยงโต๊ะที่วังสราญรมย์ ในสวนมีร้านขายของ แต่ข้าราชการซื้อไม่ต้อง เสียอัฐเสียเงินกินเปล่า ณวัน ๗๒ ค่ำ เลี้ยงโต๊ะที่บาแรกทหารน่า ณวัน ๑๒ ค่ำ เส้นตรุศจีน ณวัน ๕๓ ค่ำ พระโหราถึงแก่กรรมเพลาค่ำแล้ว

๖๔ ณวัน ๑๓ ค่ำ เพลาบ่าย ๕ โมง ๘ บาท ๙ บาท แผ่นดินไหว หลังคาลั่นเยือก ๆ ๔ เยือก ๕ เยือก โคมแลของที่แขวนโยนแกว่งไปมา ณวัน ๕๓ ค่ำ เพลาบ่าย ๕ โมงเสด็จพระที่นั่ง เรือกลไฟไปเมืองเพ็ชรบุรี ไปทางทเล ณวัน ๓๓ ค่ำ เกิดเหตุออกลูกในวัง ต้องชำระ ณวัน ๗๔ ค่ำ เช้ามัวฝนไปจน ๒ โมงเช้าฝนตก ตก ๆ หาย ๆ ไปจน ๙ ทุ่ม ๑๐ ทุ่มฝนตกเพลา ประหารชีวิตรอ้ายโต ไปรุ่งเช้ามัวฝน ครั้นเที่ยง แล้วฝนตกน้ำชายคาไหล บ่ายโมงฟ้าร้องทิศทักษิณ ไปพายัพประจิม ฝนตก ๆ หาย ๆ จนพลบ ณวัน ๕๔ ค่ำ เพลา ๙ ทุ่ม ๑๐ ทุ่มเสด็จกลับ จากเพ็ชรบุรี ถึงพระราชวัง ณวัน ๕๔ ค่ำ อ่ำ มหามนตรี ที่เปนพิไชย สงครามถึงแก่กรรม เพลาบ่าย ๕ โมง ๓๐ มินิต ปีกุญ จ.ศ.๑๒๔๙ ณวัน ๕๖ ค่ำ เพลาบ่าย ๕ โมงเศษพระราชทาน เพลิงสมเด็จกรมพระบำราบปรปักษ์ ณวัน ๓๘ ค่ำ เพลาเช้า ๓ โมงพระอาทิตย์ทรง กลดใหญ่ ครั้น ๔ โมงเช้าหาย ณวัน ๕๑๐ ค่ำ เสด็จเกาะสีชังประพาศทเล

๖๕ ณวัน ๔๑๐ ค่ำ เสด็จกลับจากทเล ณวัน ๒๑๒ ค่ำ เพลาบ่ายโมง ๑ กับ ๓๕ มินิต แผ่นดินไหว ณวัน ๗๑ ค่ำ พระยากระสาปน์โหมดพ้นโทษ ณวัน ๑๑ ค่ำ พระยาสุรศักดิยกทัพไปหลวง พระบาง เพลาบ่ายโมงเศษ ณวัน ๓๑ ค่ำ พระนางประสูตร ณวัน ๓๔ ค่ำ ชักพระบรมธาตุอัฐิ ณวัน ๔๔ ค่ำ มีงานสมโภชเวียนเทียนแห่กลับ ณวัน ๖๔ ค่ำ ชักพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ ๒ องค์ ณวัน ๒๔ ค่ำ พระราชทานเพลิงที่ ๑ ณวัน ๓๔ ค่ำ แห่พระศพสมเด็จพระเจ้าลูก เธอ ๑ พระอรรคชายา ๑ แห่พระอังคารด้วย ณวัน ๖๔ ค่ำ พระราชทานเพลิงที่ ๒ ณวัน ๗๔ ค่ำ แห่พระอังคารไปวัดราชบพิธที่ พลับพลา ปีชวด จ.ศ.๑๒๕๐ ณวัน ๕๖ ค่ำ ไฟไหม้ตรอกเจ้าสัวเนียมเพลา บ่าย ๓ โมง

๖๖ ณวัน ๖๗ ค่ำ เรือไฟเปนเรือจ้างเกิดที่ท่าเตียน ณวัน ๕ ค่ำ เพลาเช้าแห่กลองที่ชื่อย่ำสนธยา, สัญญาอัคคี, ไพรีพินาศนั้นไปไว้ที่หอยุติธรรมที่ทำ ใหม่ ตรงกลางเปนหอสูงนั้น ปีฉลู จ.ศ.๑๒๕๑ ณวัน ๑๑ ค่ำ เพลา ๒ ทุ่มเศษไฟไหม้หลังวัง กรมหลวงพิชิต ๓๐ หลัง ๔๐ หลัง