ข้ามไปเนื้อหา

พระราชพงษาวดาร ฉบับพระราชหัดถเลขา (2455)/ภาค 1

ตราของกรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช
ตราของกรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช
พระราชพงษาวดาร
ฉบับพระราชหัดถเลขา
ภาค ๑

ตราของกรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช
ตราของกรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช
พระราชพงษาวดาร ฉบับพระราชหัดถเลขา
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์
กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช
พิมพ์ขึ้นเปนส่วนพระกุศลทานมัยในงานพระศพ
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ (ชั้น ๓) กรมหลวงวรเสฐสุดา
พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าอุบลรัตนนารีนาค
กรมขุนอรรควรราชกัญญา
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้าจันทราสรัทวาร
กรมขุนพิจิตรเจษฎจันทร์
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้าเยาวมาลย์นฤมล
กรมขุนสวรรคโลกย์ลักษณวดี

สารบานเรื่อง
น่า
๑
”
๑
แผ่นดินสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑
จุลศักราช ๗๑๒–๗๓๑
สร้างกรุงศรีอยุธยา
น่า
๑
สร้างพระที่นั่งไพฑูริย์มหาปราสาท
”
๑
สร้างพระที่นั่งไพชยนต์มหาปราสาท
”
๑
สร้างพระที่นั่งไอสวรรย์มหาปราสาท
”
๑
ให้พระบรมราชาพี่พระมเหษีครองเมืองสุพรรณบุรี
”
๑
ให้พระราเมศวรราชโอรสครองเมืองลพบุรี
”
๑
ชื่อเมืองประเทศราชขึ้นกรุงศรีอยุทธยา
”
๑
ให้พระราเมศวรไปตีกรุงกัมพูชา
”
๑
ให้สมเด็จพระบรมราชาธิราชไปตีกรุงกัมพูชา
”
๒
ถวายตำหนักเวียงเหล็กเปนวัดพุทไธสวรรย์
”
๒
สร้างวัดป่าแก้ว
”
๒
สมเด็จพระรามาธิบดีสวรรคต
”
๒
แผ่นดินสมเด็จพระราเมศวร ครั้งที่ ๑
จุลศักราช ๗๓๑–๗๓๒
สมเด็จพระบรมราชาธิราชชิงราชสมบัติ
น่า
๓
แผ่นดินสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๑
จุลศักราช ๗๓๒–๗๔๔
เสด็จไปเอาเมืองฝ่ายเหนือ
น่า
๓
ได้เมืองเหนือทั้งปวง
”
๓
เสด็จไปเอาเมืองนครพังคา เมืองแซงเซรา
”
๓
เสด็จไปเอาเมืองชากังราว ครั้งที่ ๑
”
๓
สร้างพระศรีรัตนมหาธาตุ
”
๓
เสด็จไปเอาเมืองพิศณุโลก
”
๓
เสด็จไปเอาเมืองชากังราว ครั้งที่ ๒
”
๔
เสด็จไปเอาเมืองชากังราว ครั้งที่ ๓
”
๔
เสด็จไปเอาเมืองเชียงใหม่
”
๔
ได้เมืองนครลำปาง
”
๔
สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๑ สวรรคต
”
๔
แผ่นดินสมเด็จพระเจ้าทองจันทร์ ๑๕ วัน
พระราเมศวรจับพระเจ้าทองจันทร์ปลงพระชนม์
น่า
๔
แผ่นดินสมเด็จพระราเมศวร ครั้งที่ ๒
จุลศักราช ๗๔๔–๗๔๙
เสด็จไปตีเมืองเชียงใหม่
น่า
๔
ได้เมืองเชียงใหม่
”
๕
เสด็จกลับ ทำพิธีประเวศพระนคร ครั้งที่ ๑
”
๖
ส่งเชลยเชียงใหม่ไปไว้หัวเมืองชายทเล
น่า
๖
สร้างวัดมหาธาตุ
”
๖
เฉลิมพระราชมณเฑียร
”
๖
พระยากัมพูชามาตีเมืองชลบุรี
”
๖
เสด็จไปตีกรุงกัมพูชา
”
๖
ได้กรุงกัมพูชา
”
๖
เสด็จกลับ ทำพิธีประเวศพระนคร
”
๗
ญวนมารบ รักษากรุงกัมพูชายาก จึงให้กวาดครัวขอมมาสู่พระนคร
”
๗
สร้างวัดภูเขาทอง
”
๗
สมเด็จพระราเมศวรสวรรคต
”
๗
แผ่นดินสมเด็จพระเจ้ารามราชาธิราช
จุลศักราช ๗๔๙–๗๖๓
เจ้าพระยามหาเสนาเปนขบถ
น่า
๗
พระนครอินทรเข้ามาจากสุพรรณ ชิงราชสมบัติ
”
๗
แผ่นดินสมเด็จพระอินทราชาธิราชที่ ๑
จุลศักราช ๗๖๓–๗๘๐
ให้สมเด็จพระเจ้ารามไปอยู่เมืองปทาคูจาม
น่า
๗
เมืองเหนือเปนจลาจล
”
๘
เสด็จขึ้นไปปราบเมืองเหนือถึงเมืองพระบาง
”
๘
ตั้งลูกหลวงครองเมืองสุพรรณ เมืองแพรกศรีราชา แลเมืองไชยนาท
น่า
๘
สมเด็จพระอินทราชาธิราชสวรรคต
”
๘
เจ้าอ้ายพระยา เจ้ายี่พระยา ชิงราชสมบัติกัน
”
๘
เจ้าสามพระยาได้ราชสมบัติ
”
๘
แผ่นดินสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒
จุลศักราช ๗๘๐–๗๙๖
สร้างวัดราชบุรณะ
น่า
๘
ก่อพระเจดีย์ตรงที่เจ้าอ้าย เจ้ายี่ ชนช้าง
”
๙
เสด็จไปกรุงกัมพูชา (พระนครหลวง)
”
๙
ได้กรุงกัมพูชา
”
๙
ขนรูปสัตวของโบราณมาจากกรุงกัมพูชา
”
๙
สร้างวัดมเหยงค์
”
๙
ตั้งพระราเมศวรราชโอรสไปครองเมืองพิศณุโลก
”
๙
ไฟไหม้พระราชมณเฑียร
”
๙
ไฟไหม้พระที่นั่งตรีมุข
”
๙
เสด็จไปตีเมืองเชียงใหม่ ครั้งที่ ๑
”
๙
เสด็จไปตีเมืองเชียงใหม่ ครั้งที่ ๒
”
๙
ได้เมืองเชียงใหม่
”
๙
สมเด็จพระบรมราชาธิราชสวรรคต
”
๙
แผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ
จุลศักราช ๗๙๖–๘๑๑
[1]
ย้ายพระราชวังมาตั้งริมน้ำ
น่า
๑๐
สร้างพระที่นั่งเบญจรัตนปราสาท
”
๑๐
สร้างพระที่นั่งสรรเพชญ์ปราสาท
”
๑๐
ตั้งตำแหน่งอรรคมหาเสนาแลจตุสดมภ์
”
๑๐
ตั้งตำแหน่งศักดินา
”
๑๐
สร้างวัดพระราม
”
๑๐
คนออกทรพิศม์ตายมาก
”
๑๐
แต่งทัพไปตีเมืองมะละกา
”
๑๐
แต่งทัพไปตีเมืองศรีสพเถิน เสด็จหนุนทัพไปถึงบ้านโคน
”
๑๐
เข้าแพง
”
๑๐
หล่อรูปพระโพธิสัตว ๕๕๐ ชาติ
”
๑๐
สร้างวัดจุฬามณี (ที่เมืองพิศณุโลก)
”
๑๐
พระยาชะเลียงขบถ เอาครัวไปขึ้นเชียงใหม่
”
๑๐
พระยาชะเลียงนำทัพเชียงใหม่มาตีเมืองเหนือ
”
๑๑
สมเด็จพระบรมไตรโลกนารถกับพระอินทราชารบทัพเชียงใหม่ที่เมืองกำแพงเพ็ชร
”
๑๑
พระอินทราชาชนช้างด้วยหมื่นนคร
”
๑๑
สร้างวิหารวัดจุฬามณี
น่า
๑๑
สมเด็จพระบรมไตรโลกนารถทรงผนวชที่วัดจุฬามณี
”
๑๑
สมเด็จพระบรมไตรโลกนารถสวรรคต
”
๑๑
แผ่นดินสมเด็จพระอินทราชาที่ ๒
จุลศักราช ๘๑๑–๘๓๕
[2]
มหาราชเชียงใหม่ชิงราชสมบัติกับท้าวลูก (ท้าวลก คือ ติโลกราช)
น่า
๑๑
ได้ช้างเผือกพัง
”
๑๑
สมภพ (พระบรมราชา) พระราชโอรส
”
๑๑
เสด็จไปเมืองชะเลียง
”
๑๑
ตั้งเมืองนครไทย
”
๑๒
พระราชทานอภิเศกพระยาเมืองขวาเปนพระยาล้านช้าง
”
๑๒
ฉลองพระศรีรัตนมหาธาตุ
”
๑๒
พระบรมราชาราชโอรสทรงผนวช (สามเณร)
”
๑๒
ตั้งพระบรมราชาเปนพระมหาอุปราช
”
๑๒
มหาราชเชียงใหม่ท้าวลูกพิราไลย
”
๑๒
พระบรมราชาเสด็จไปตีเมืองทวาย
”
๑๒
แรกก่อกำแพงเมืองพิไชย
”
๑๒
สมเด็จพระอินทราชาสวรรคต
”
๑๒
แผ่นดินสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒
จุลศักราช ๘๓๕–๘๗๑
[3]
ประดิษฐานพระอัฐิสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถแลสมเด็จพระอินทราชาในมหาสถูป (วัดพระศรีสรรเพชญ์)
น่า
๑๓
ทำพระราชพิธีเบญจาเพศ เล่นการดึกดำบรรพ์
”
๑๓
ทำพระราชพิธีปฐมกรรม
”
๑๓
หล่อพระพุทธรูปศรีสรรเพชญ์
”
๑๓
สร้างพระวิหารวัดศรีสรรเพชญ์
”
๑๓
ทำตำราพิไชยสงคราม
”
๑๓
แรกทำสารบาญชี
”
๑๓
ชำระคลองสำโรงไปศีศะจรเข้
”
๑๓
ชำระคลองทับนางไปปากน้ำเจ้าพระยา
”
๑๓
ขุดได้เทวรูปโบราณ สร้างศาลไว้ที่เมืองพระประแดง
”
๑๓
เกิดเหตุเรื่องบัตรสนเท่ห์ ให้ฆ่าขุนนางมาก
”
๑๔
น้ำน้อย เข้าตายฝอย
”
๑๔
ตั้งพระอาทิตยวงษ์ราชโอรสเปนพระมหาอุปราชครองเมืองพิศณุโลก
”
๑๔
สมเด็จพระรามาธิบดีสวรรคต
”
๑๔
แผ่นดินสมเด็จพระบรมราชามหาพุทธางกูร
จุลศักราช ๘๗๑–๘๗๕
สมเด็จพระบรมราชามหาพุทธางกูรสวรรคต
น่า
๑๔
แผ่นดินสมเด็จพระรัฏฐาธิราช ๕ เดือน
พระไชยราชาปลงพระชนม์สมเด็จพระรัฏฐาธิราช
น่า
๑๕
แผ่นดินสมเด็จพระไชยราชาธิราช
จุลศักราช ๘๗๖–๘๘๙
แรกให้พูนดินวัดชีเชียง
น่า
๑๕
เสด็จไปเชียงกราน
”
๑๕
เสด็จไปตีเมืองเชียงใหม่ ครั้งที่ ๑
”
๑๕
ไฟไหม้ใหญ่ในพระนคร
”
๑๕
เสด็จไปตีเมืองเชียงใหม่ ครั้งที่ ๒
”
๑๖
สมเด็จพระไชยราชาธิราชสวรรคต
”
๑๖
แผ่นดินสมเด็จพระยอดฟ้า
จุลศักราช ๘๘๙–๘๙๐
พระเทียรราชาออกทรงผนวช
น่า
๑๗
มีช้างบำรูงา
”
๑๗
ท้าวศรีสุดาจันทร์เปนชู้กับพันบุตรศรีเทพ
”
๑๗
ตั้งพันบุตรศรีเทพเปนขุนวรวงษาว่าราชการแผ่นดิน
”
๑๘
แผ่นดินขุนวรวงษาธิราช ๔ เดือน
ราชาภิเศกขุนวรวงษาธิราช
น่า
๑๙
ขุนวรวงษาธิราชปลงพระชนม์สมเด็จพระแก้วฟ้า
”
๑๙
ขุนพิเรนทรเทพกับข้าราชการคิดถวายราชสมบัติแก่พระเทียรราชา
”
๑๙
พระเทียรราชาเสี่ยงเทียน
”
๒๐
ขุนพิเรนทรเทพกับข้าราชการกำจัดขุนวรวงษาธิราชกับท้าวศรีสุดาจันทร์
”
๒๓
ถวายราชสมบัติแก่พระเทียรราชา
”
๒๔
แผ่นดินสมเด็จพระมหาจักรพรรดิราชาธิราช ครั้งที่ ๑
จุลศักราช ๘๙๑–๙๑๔
ราชาภิเศกสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ
น่า
๒๔
ตั้งขุนพิเรนทรเทพเปนพระมหาธรรมราชา
”
๒๔
พระราชทานพระวิสุทธิกระษัตรีราชธิดาเปนมเหษีพระมหาธรรมราชา
”
๒๕
ปูนบำเหน็จข้าราชการที่กำจัดขุนวรวงษาธิราช
”
๒๕
ศึกหงษาวดี ครั้งที่ ๑ พระเจ้าหงษาวดีตเบงชเวตี หรือสุวรรณเอกฉัตร ยกมาถึงกรุงฯ แล้วกลับ
”
๒๖
พระยาลแวกยกมาตีเมืองปาจิณบุรี
”
๒๗
ถวายวังเดิมสร้างเปนวัดวังไชย
”
๒๗
ทำพระราชพิธีปฐมกรรมที่ตำบลท่าแดง
”
๒๗
เสด็จไปตีเมืองลแวก
”
๒๘
พระยาลแวกยอมแพ้ ถวายนักพระสุโท นักพระสุทัน ราชบุตร
น่า
๒๘
แปลงเรือแซเปนเรือไชยแลเรือศีศะสัตว
”
๒๙
ทำพระราชพิธีมัธยมที่ไชยนาทบุรี
”
๒๙
ได้ช้างเผือกพลายเมืองกาญจนบุรีชื่อ พระคเชนทโรดม
”
๒๙
แต่งกองทัพให้นักพระสุทันไปรบญวนที่เมืองลแวก
”
๓๐
ไฟไหม้ในพระราชวัง
”
๓๐
ทำพระราชพิธีอาจาริยาภิเศก
”
๓๐
ทำพระราชพิธีอินทราภิเศก
”
๓๐
พระราชทานสัตตสดกมหาทาน
”
๓๐
ทัพหงษาวดี ครั้งที่ ๒ พระเจ้าหงษาวดีสุวรรณเอกฉัตรยกมาตีกรุง
”
๓๑
ขุดคลองมหานาค
”
๓๒
สมเด็จพระมหาจักรพรรดิชนช้างกับพระเจ้าแปร
”
๓๕
สมเด็จพระสุริโยไทยชนช้างสิ้นพระชนม์
”
๓๕
พระมหาธรรมราชายกทัพเมืองเหนือลงมาตั้งที่เมืองไชยนาท
”
๓๘
พระเจ้าหงษาวดีขัดเสบียง ยกกองทัพกลับทางเหนือ
”
๔๐
พระราเมศวร พระมหินทราธิราช พระสุนทรสงคราม ยกกองทัพตามพระเจ้าหงษาวดี
”
๔๑
ทัพพระเจ้าแปรตีทัพน่าพระมหาธรรมราชาแตกที่เมืองอินทบุรี
”
๔๓
พระมหาธรรมราชายกหนีทัพหงษาวดี
”
๔๓
มอญจับพระราเมศวรกับพระมหินทราธิราชได้
”
๔๔
สมเด็จพระมหาจักรพรรดิให้ข้าหลวงขึ้นไปขอพระราเมศวรพระมหินทราธิราช
น่า
๔๕
พระเจ้าหงษาวดีขอช้างพลายศรีมงคล พลายมงคลทวีป
”
๔๖
พระเจ้าหงษาวดีคืนช้างพลายศรีมงคล พลายมงคลทวีป
”
๔๗
พระมหาธรรมราชาลงมาเฝ้า
”
๔๗
ทำการพระศพสมเด็จพระสุริโยไทย
”
๔๗
สร้างวัดสบสวรรค์
”
๔๗
ตั้งบ้านท่าจีนเปนเมืองสาครบุรี
”
๔๗
ตั้งบ้านตลาดขวัญเปนเมืองนนทบุรี
”
๔๗
ตั้งเมืองนครไชยศรี
”
๔๗
รื้อกำแพงเมืองลพบุรี เมืองนครนายก เมืองสุพรรณบุรี
”
๔๘
พิจารณาเลขสังกัดสมพรรค์
”
๔๘
พระศรีศิลป์เปนขบถ
”
๔๘
ได้ช้างเผือกพลายที่ตำบลไทรย้อยชื่อ พระรัตนากาศ
”
๔๙
ได้ช้างเผือกพลายเมืองเพ็ชรบุรีชื่อ พระแก้วทรงบาศ
”
๕๐
ได้ช้างเผือกแม่ลูกที่ตำบลป่ามหาโพธิ์
”
๕๐
ได้ช้างเผือกพลายที่ป่าทเลชุบศรชื่อ พระบรมไกรสร
”
๕๐
ได้ช้างเผือกพลายที่ตำบลป่าน้ำทรงชื่อ พระสุริยกุญชร
”
๕๐
ถวายพระนามพระเจ้าช้างเผือกเพิ่มในท้ายพระนามเดิม
”
๕๐
พระเจ้าหงษาวดีกยอดินนรทา หรือกฤษดานุรุทธ ให้มาขอช้างเผือก ไม่ได้
”
๕๐
กองทัพหงษาวดียกมารบ ครั้งที่ ๓ พระเจ้าหงษาวดียกทัพหลวงมา
น่า
๕๓
พระเจ้าหงษาวดียกไปติดเมืองพิศณุโลก
”
๕๕
พระมหาธรรมราชายอมแพ้แก่พระเจ้าหงษาวดี
”
๕๖
สมเด็จพระมหาจักรพรรดิยอมทำไมตรี
”
๖๑
พระเจ้าหงษาวดีขอช้างเผือก ๔ ช้างกับพระราเมศวร พระยาจักรี พระสุนทรสงคราม ได้แล้วยกทัพกลับไป
”
๖๒
พระยาตานีเข้ามาช่วยราชการทัพ กลับเปนขบถ
”
๖๓
(พระไชยเชษฐา) พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตทูลขอพระเทพกษัตรีย์เปนพระมเหษี
”
๖๓
พระมหาจักรพรรดิส่งพระแก้วฟ้าไปแทนพระเทพกษัตรีย์
”
๖๔
พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตคืนพระแก้วฟ้า
”
๖๕
ส่งพระเทพกษัตรีย์ไปล้านช้าง
”
๖๕
พระเจ้าหงษาวดีคิดกับพระมหาธรรมราชาแย่งพระเทพกษัตรีย์ไปหงษาวดี
”
๖๖
แผ่นดินสมเด็จพระมหินทราธิราช ครั้งที่ ๑
จุลศักราช ๙๑๔–๙๑๖
สมเด็จพระมหาจักรพรรดิละราชสมบัติ เสด็จออกไปอยู่วังหลัง
น่า
๖๖
สมเด็จพระมหาจักรพรรดิเสด็จขึ้นไปปฏิสังขรณ์พระมหาธาตุเมืองลพบุรี
”
๖๗
สมเด็จพระมหินทราธิราชเกิดวิวาทกับพระมหาธรรมราชา
น่า
๖๗
สมเด็จพระมหินทราธิราชให้พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตยกมาตีเมืองพิศณุโลก แลส่งพระยาสีหราชเดโชกับพระท้ายน้ำขึ้นไปเปนไส้ศึก
”
๖๗
กองทัพกรุงศรีสัตนาคนหุตยกมาตีเมืองพิศณุโลก
”
๖๘
สมเด็จพระมหินทราธิราชยกทัพเรือขึ้นไปเมืองพิศณุโลก
”
๖๘
พระมหาธรรมราชาเผาทัพเรือสมเด็จพระมหินทราธิราช
”
๖๙
พระเจ้าหงษาวดีให้มาช่วยเมืองพิศณุโลก
”
๗๐
กองทัพกรุงศรีสัตนาคนหุตถอยจากเมืองพิศณุโลก
”
๗๐
สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงผนวช
”
๗๑
แผ่นดินสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ครั้งที่ ๒
จุลศักราช ๙๑๖–๙๑๗
สมเด็จพระมหินทราธิราชถวายราชสมบัติคืนแก่สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ
น่า
๗๒
พระมหาธรรมราชาไปกรุงหงษาวดี
”
๗๓
สมเด็จพระมหาจักรพรรดิขึ้นไปรับพระวิสุทธิกษัตรีย์กับพระเอกาทศรฐมาจากเมืองพิศณุโลก
”
๗๓
สมเด็จพระมหินทราธิราชให้ไปตีเมืองกำแพงเพ็ชร
”
๗๔
ศึกหงษาวดี ครั้งที่ ๔ พระเจ้าหงษาวดียกทัพหลวงมา
”
๗๕
สมเด็จพระมหาจักรพรรดิสวรรคต
”
๘๐
แผ่นดินสมเด็จพระมหินทราธิราช ครั้งที่ ๒
จุลศักราช ๙๑๗–๙๑๘
พระยารามบัญชาการรักษาพระนคร
น่า
๘๑
พระมหาธรรมราชาลวงขอพระยารามไปถวายพระเจ้าหงษาวดี
”
๘๕
พระศรีเสาวราชลูกเธอบัญชาการรักษาพระนคร
”
๘๙
สมเด็จพระมหินทราธิราชสงไสยพระศรีเสาวราช ให้ปลงพระชนม์เสีย
”
๘๙
กองทัพกรุงศรีสัตนาคนหุตยกมาช่วยสมเด็จพระมหินทราธิราช
”
๙๐
ทัพหงษาวดีตีทัพกรุงศรีสัตนาคนหุตแตก
”
๙๒
พระมหาธรรมราชาแต่งพระยาจักรีเข้าไปเปนไส้ศึกในพระนคร
”
๙๒
พระยาจักรีได้บัญชาการรักษาพระนคร แกล้งให้แพ้พระเจ้าหงษาวดี
”
๙๓
เสียพระนครแก่พระเจ้าหงษาวดี
”
๙๔
แผ่นดินสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๑ (พระมหาธรรมราชา)
จุลศักราช ๙๑๘–๙๔๐
พระเจ้าหงษาวดีอภิเศกพระมหาธรรมราชาธิราช
น่า
๙๕
พระมหินทราธิราชสวรรคต
”
๙๖
ตั้งข้าราชการผู้ใหญ่
”
๙๗
ศึกลแวก ครั้งที่ ๑ พระยาลแวกยกมาตีพระนคร
”
๙๗
พระเพ็ชรรัตนเจ้าเมืองเพ็ชรบูรณ์เปนขบถ
”
๙๘
ศึกลแวก ครั้งที่ ๒ พระยาลแวกให้มาตีหัวเมืองตวันออก
”
๙๙
พระนเรศวรเสด็จไปครองเมืองพิศณุโลก
น่า
๑๐๐
เสด็จไปช่วยพระเจ้าหงษาวดีตีเมืองล้านช้าง
”
๑๐๐
ศึกลแวก ครั้งที่ ๓ พระยาลแวกยกมาตีพระนคร
”
๑๐๐
พระยาลแวกเอาเทวรูปที่เมืองพระประแดงไป
”
๑๐๑
ศึกลแวก ครั้งที่ ๔ พระยาลแวกให้มาตีเมืองเพ็ชรบุรี
”
๑๐๒
พระยาจีนจันตุเมืองลแวกเข้ามาสวามิภักดิ์แล้วหนี
”
๑๐๒
ให้ขุดขื่อน่าพระนครแต่ป้อมมหาไชยไปบางกะจะ
”
๑๐๓
ญาณพิเชียรเปนขบถ
”
๑๐๓
ศึกลแวก ครั้งที่ ๕ พระยาลแวกยกมาตีเมืองเพ็ชรบุรี
”
๑๐๔
ศึกลแวก ครั้งที่ ๖ พระยาลแวกให้มาตีหัวเมืองตวันออก
”
๑๐๕
พระเจ้าหงษาวดี (กฤษดานุรุทธ) สิ้นพระชนม์
”
๑๐๖
มังเอิงราชโอรสเปนพระเจ้าหงษาวดี (มีพระนามว่านันบุเรง คือนันทราชา หรือไชยสิงห์)
”
๑๐๖
พระนเรศวรไปช่วยพระเจ้าหงษาวดีตีเมืองรุม เมืองคัง
”
๑๐๖
พระเจ้าหงษาวดีลวงพระนเรศวรจะเอาไปทำร้าย
”
๑๐๙
ไทยใหญ่ที่อยู่เมืองกำแพงเพ็ชรหนีพม่ามอญเข้ามาอยู่เมืองพิศณุโลก
”
๑๑๐
พระเจ้าหงษาวดีอุบายให้พระยาเกียรติ์ พระยาพระราม มารับพระนเรศวร
”
๑๑๑
พระมหาเถรคันฉ่องทูลพระนเรศวรให้ทราบอุบายพระเจ้าหงษาวดี
”
๑๑๑
พระนเรศวรประกาศการสงครามกับกรุงหงษาวดี
”
๑๑๒
พระนเรศวรยิงสุรกรรมาแม่ทัพหงษาวดีตายที่แม่น้ำสโตง
”
๑๑๓
ตั้งพระมหาเถรคันฉ่องเปนสมเด็จพระสังฆราช
น่า
๑๑๔
แรกแบ่งคณะสงฆ์เปนคณะเหนือ คณะใต้
”
๑๑๔
ให้พระยาเกียรติ์ พระยาพระราม กับครัวที่ตามเสด็จพระนเรศวรมาจากเมืองมอญ ตั้งอยู่บ้านขมิ้นขุนแสน
”
๑๑๔
พระนเรศวรให้จับพม่ามอญที่เข้ามาตั้งอยู่เมืองเหนือ
”
๑๑๕
พระนเรศวรยกไปตีทัพพม่ามอญที่ตั้งอยู่ณเมืองกำแพงเพ็ชร
”
๑๑๕
พระยาพิไชย พระยาสวรรคโลก เปนขบถ
”
๑๑๖
พระนเรศวรยกไปตีเมืองสวรรคโลก
”
๑๑๗
เชิญรูปพระร่วง พระฦๅ เมืองสวรรคโลก มาไว้เมืองพิศณุโลก
”
๑๑๙
พระยาลแวกขอเปนไมตรี
”
๑๑๙
ส่งครัวไทยใหญ่ลงมาพระนคร ให้ตั้งอยู่ตำบลวัดป้อม
”
๑๒๐
เลิกหัวเมืองเหนือ เทครัวอพยพมารวมอยู่พระนคร
”
๑๒๑
พระนเรศวรเสด็จลงมาอยู่พระนคร เตรียมรบศึกหงษาวดี
”
๑๒๑
ทำไมตรีกับพระยาลแวก
”
๑๒๑
ศึกหงษาวดี ครั้งที่ ๑ พระเจ้าหงษาวดีให้พระเจ้าเชียงใหม่กับพระยาพสิมยกมาตีพระนคร
”
๑๒๒
ทัพไทยตีพระยาพสิมแตกที่เมืองสุพรรณ
”
๑๒๓
พระราชมานูตีทัพน่าเชียงใหม่แตก ทัพเชียงใหม่เลิกกลับไป
”
๑๒๔
แต่งข้าหลวงไปปันแดนกับพระยาลแวก
”
๑๒๕
ศึกหงษาวดี ครั้งที่ ๒ พระเจ้าหงษาวดีให้พระเจ้าเชียงใหม่ยกลงมาตีพระนคร
”
๑๒๖
พระยาลแวกให้พระศรีสุพรรณมาธิราชคุมพลเข้ามาช่วย
”
๑๒๗
พระเจ้าหงษาวดีให้พระมหาอุปราชายกหนุนมาตั้งอยู่เมืองกำแพงเพ็ชร
น่า
๑๒๘
พระนเรศวร พระเอกาทศรฐ ตีทัพน่าเชียงใหม่ที่ปากโมกน้อย
”
๑๒๙
พระนเรศวร พระเอกาทศรฐ ตีทัพพระเจ้าเชียงใหม่แตกที่บ้านแห
”
๑๓๑
สมเด็จพระมหาธรรมราชายกทัพหลวงหนุนขึ้นไป
”
๑๓๓
พระนเรศวรยกตามไปตีได้ค่ายหลวงของพระเจ้าเชียงใหม่ที่ตำบลชะไว
”
๑๓๔
พระนเรศวรเกิดอริกับพระศรีสุพรรณมาธิราช
”
๑๓๕
ศึกหงษาวดี ครั้งที่ ๓ พระเจ้าหงษาวดียกมาตีพระนคร
”
๑๓๗
พระนเรศวร พระเอกาทศรฐ รบกองทัพพระมหาอุปราชาที่ตำบลชายเคือง
”
๑๓๙
พระนเรศวร พระเอกาทศรฐ จะปลอมเข้าค่ายพระเจ้าหงษาวดี
”
๑๔๐
พระนเรศวร พระเอกาทศรฐ ตีทัพพระเจ้าหงษาวดีที่ปากโมกใหญ่
”
๑๔๑
พระเจ้าหงษาวดีเลิกทัพกลับไป
”
๑๔๒
ศึกลแวก ครั้งที่ ๗ พระยาลแวกให้มาตีหัวเมืองตวันออก
”
๑๔๒
กองทัพกรุงไปตีทัพลแวกแตก
”
๑๔๒
ศึกหงษาวดี ครั้งที่ ๔ พระเจ้าหงษาวดียกมาตีพระนคร
”
๑๔๓
พระนเรศวรปีนค่ายพระเจ้าหงษาวดี
”
๑๔๔
พระเจ้าหงษาวดีเลิกทัพกลับไป
”
๑๔๕
สมเด็จพระมหาธรรมราชาสวรรคต
”
๑๔๕
แผ่นดินสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๒ (พระนเรศวรมหาราช)
จุลศักราช ๙๔๐–๙๕๕
เตรียมทัพหลวงจะไปตีกรุงกัมพูชา (เมืองลแวก)
น่า
๑๔๖
ศึกหงษาวดี ครั้งที่ ๑ พระเจ้าหงษาวดีให้พระมหาอุปราชายกมาตีพระนคร
”
๑๔๗
สมเด็จพระนเรศวรกับสมเด็จพระเอกาทศรฐยกทัพหลวงไปตั้งรบทัพมอญที่ปากโมก
”
๑๕๐
กองทัพหลวงรบทัพหงษาวดี
”
๑๕๖
สมเด็จพระนเรศวรทำยุทธหัตถีชนะพระมหาอุปราชา
”
๑๕๘
ทัพหงษาวดีแตก
”
๑๕๙
สมเด็จพระนเรศวรให้ก่อพระเจดีย์สรวมศพพระมหาอุปราชาที่ตะพังตรุ
”
๑๕๙
มีรับสั่งให้ปฤกษาโทษนายทัพนายกองที่ตามเสด็จไม่ทันยุทธหัตถี
”
๑๖๐
สมเด็จพระพนรัตนถวายพระพรขอโทษนายทัพนายกอง
”
๑๖๐
มีรับสั่งให้ข้าราชการที่พ้นโทษคุมกองทัพไปตีเมืองทวาย เมืองตะนาวศรี แก้ตัว
”
๑๖๒
กลับตั้งหัวเมืองเหนืออย่างเดิม
”
๑๖๓
พระเจ้าหงษาวดีให้นายทัพนายกองที่แตกทัพไปรักษาเมืองทวาย เมืองตะนาวศรี
”
๑๖๔
พระเจ้าเชียงใหม่ยอมมาสวามิภักดิ์
”
๑๖๔
ทัพล้านช้างมาตีเมืองเชียงแสน พระเจ้าเชียงใหม่ขอกองทัพกรุงขึ้นไปช่วย
น่า
๑๖๖
กองทัพกรุงขึ้นไปห้ามทัพล้านช้างเลิกกลับไป
”
๑๖๗
ให้พระยารามเดโชเปนข้าหลวงประจำอยู่เมืองเชียงแสน
”
๑๖๗
กองทัพไทยตีได้เมืองทวาย เมืองตะนาวศรี
”
๑๖๗
กองทัพไทยที่เมืองทวาย เมืองตะนาวศรี แต่งทัพเรือออกตีทัพมอญที่มาช่วยแตก
”
๑๖๘
กองทัพไทยตีทัพมอญที่ยกมาทางบกแตกที่ใกล้เมืองกลิอ่อง
”
๑๗๐
จัดการเมืองทวายแล้ว กองทัพกรุงยกกลับ
”
๑๗๐
กองทัพไทยก่อพระเจดีย์ ๓ องค์ที่ต่อแดน
”
๑๗๐
เสด็จยกทัพหลวงไปตีกรุงกัมพูชา ครั้งที่ ๑
”
๑๗๑
กองทัพหลวงขัดเสบียง ต้องยกกลับ
”
๑๗๒
ศึกหงษาวดี ครั้งที่ ๒ พระเจ้าหงษาวดีให้พระเจ้าแปรยกมา
”
๑๗๓
เสด็จยกทัพหลวงไปตีพระเจ้าแปรแตกที่ตำบลสังขล่า
”
๑๗๔
พระเจ้าหงษาวดีให้ถอดพระเจ้าแปร
”
๑๗๕
เสด็จยกทัพหลวงไปตีกรุงกัมพูชา ครั้งที่ ๒
”
๑๗๕
ได้กรุงกัมพูชา จับพระยาลแวกแลพระศรีสุพรรณมาธิราชได้
”
๑๘๙
ทำพระราชพิธีปฐมกรรมประหารชีวิตรพระยาลแวก (นักพระสัฏฐา)
”
๑๙๐
กวาดครัวเขมรมากรุง
”
๑๙๑
พระยาศรีไสยณรงค์ผู้รั้งราชการเมืองตะนาวศรีเปนขบถ
”
๑๙๒
ให้สมเด็จพระเอกาทศรฐยกกองทัพออกไปปราบพระยาศรีไสยณรงค์
น่า
๑๙๒
ได้เมืองตะนาวศรี จับตัวพระยาศรีไสยณรงค์ได้
”
๑๙๕
เจ้าเมืองเมาะลำเลิงวิวาทกับเจ้าเมืองเมาะตมะ เจ้าเมืองเมาะลำเลิงสวามิภักดิ์ ขอกองทัพยกไปช่วยป้องกันเมือง
”
๑๙๖
แต่งกองทัพไปช่วยรักษาเมืองเมาะลำเลิง
”
๑๙๖
พระสุธรรมราชาราชบุตรนักพระสัฎฐาได้เปนพระยาลแวก
”
๑๙๗
พระยาลแวกสวามิภักดิ์
”
๑๙๗
เตรียมกองทัพไปตีเมืองหงษาวดี
”
๑๙๙
กองทัพเจ้าพระยาจักรียกไปตั้งที่เมืองเมาะลำเลิง
”
๒๐๐
เมืองตองอูแลหัวเมืองมอญอิกหลายเมืองสวามิภักดิ์
”
๒๐๐
พระมหาเถรเสียมเพรียมบอกอุบายให้พระยาตองอูคิดตั้งตัวเปนใหญ่
”
๒๐๑
พระยาตองอูยุให้หัวเมืองมอญแตกกับไทย
”
๒๐๕
พวกมอญหลงอุบายพระยาตองอู จับไทยที่ออกไปเกี่ยวเข้า
”
๒๐๕
เจ้าพระยาจักรีจะเร่งเอาผู้ร้ายมอญกับเจ้าเมืองเมาะลำเลิง เจ้าเมืองเมาะลำเลิงเอาใจออกหาก อพยหนี
”
๒๐๖
มอญที่สวามิภักดิ์เกิดเปนขบถ
”
๒๐๗
เสด็จยกทัพหลวงไปเมืองเมาะตมะ
”
๒๐๘
พระยาตองอูยกไปรักษาเมืองหงษาวดี
”
๒๑๒
ทัพหลวงตีได้เมืองเมาะตมะ
น่า
๒๑๔
พระยาตองอูเผาเมืองหงษาวดีแล้วพาพระเจ้าหงษาวดีหนีไปเมืองตองอู
”
๒๑๕
ทัพหลวงเสด็จถึงเมืองหงษาวดี
”
๒๑๖
ทัพหลวงยกไปเมืองตองอู
”
๒๑๖
พระยาตองอูแต่งทูตคุมบรรณาการมาถวาย
”
๒๑๗
พระมหาเทพจับทูตของพระยาตองอู
”
๒๑๘
พระยาตองอูทำอุบายหน่วงกองทัพหลวงไม่ให้ตีเมือง
”
๒๑๘
ทัพหลวงเข้าตีเมืองตองอู
”
๒๑๙
พระเจ้าเชียงใหม่วิวาทกับพระยารามเดโชข้าหลวง
”
๒๒๑
เมืองแสนหวีสวามิภักดิ์
”
๒๒๒
กองทัพหลวงขัดเสบียง ต้องยกกลับ
”
๒๒๒
ให้สมเด็จพระเอกาทศรฐไประงับวิวาทเมืองเชียงใหม่
”
๒๒๒
ตั้งพระยาทละอยู่ครองเมืองเมาะลำเลิง เมืองเมาะตมะ ควบคุมหัวเมืองมอญที่ขึ้นไทย
”
๒๒๓
สมเด็จพระเอกาทศรฐทรงสมัคสมานเมืองเชียงใหม่กับหัวเมืองที่ใกล้เคียง
”
๒๒๓
สมเด็จพระนเรศวรกลับจากเมืองตองอูไปประทับที่เมืองสุพรรณ
”
๒๒๙
สมเด็จพระเอกาทศรฐเสด็จกลับมาเฝ้าที่เมืองสุพรรณ
”
๒๓๕
พระยาลแวกพิราไลย เขมรทูลขอพระศรีสุพรรณมาธิราชออกไปครองกรุงกัมพูชา
”
๒๓๕
พระยาอ่อนเปนขบถต่อพระยาลแวก โปรดให้พระมหาธรรมราชาราชโอรสยกกองทัพไปช่วยตีพระยาอ่อนแตก
น่า
๒๓๖
สมเด็จพระนเรศวรเสด็จจากเมืองสุพรรณบุรีไปประทับเมืองราชบุรี
”
๒๓๗
สมเด็จพระเอกาทศรฐเสด็จขึ้นไปเมืองพิศณุโลก ปิดทองพระพุทธชินราช
”
๒๓๗
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์เสด็จจากเมืองราชบุรีไปประพาศทางฝั่งทเลถึงสามร้อยยอด
”
๒๓๙
กลับจากประพาศ เสด็จมาประทับเมืองเพ็ชรบุรี
”
๒๓๙
เตรียมทัพจะยกไปตีเมืองตองอู
”
๒๓๙
พระยาอังวะยกมาตีเมืองหน่าย แล้วจะตีเมืองแสนหวี
”
๒๓๙
เสด็จยกทัพหลวงจะไปตีเมืองอังวะ
”
๒๔๐
ทัพหลวงถึงเมืองเชียงใหม่ ทรงระงับวิวาทในระหว่างพระเจ้าเชียงใหม่กับพระยารามเดโช
”
๒๔๐
ทัพหลวงสมเด็จพระนเรศวรยกไปทางเมืองห้างหลวงสมเด็จพระเอกาทศรฐยกไปทางเมืองฝาง
”
๒๔๑
สมเด็จพระนเรศวรเสด็จถึงเมืองห้างหลวง ทรงพระประชวรสวรรคต
”
๒๔๑
สมเด็จพระเอกาทศรฐได้ข่าวประชวร ตามไปเมืองห้างหลวง
”
๒๔๑
แผ่นดินสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๓ (พระเอกาทศรฐ)
จุลศักราช ๙๕๕–๙๖๓
เชิญพระบรมศพสมเด็จพระนเรศวรยกทัพกลับคืนพระนคร
น่า
๒๔๓
ตั้งพระทุลองลูกพระเจ้าเชียงใหม่เปนพระศรีสุมหาธรรมราชา
”
๒๔๔
เมืองไทรแต่งทูตแลเครื่องบรรณาการเข้ามาถวาย ขึ้นไปเฝ้าที่เมืองกำแพงเพ็ชร
”
๒๔๔
ทำพระราชพิธีสงครามาภิเศก แห่เสด็จจากปากโมก ประเวศพระนคร
”
๒๔๔
สร้างวัดวรเชษฐาราม
”
๒๔๗
หัวเมืองมอญเปนขบถต่อพระยาตองอู
”
๒๔๙
พระยาตองอูแอบอ้างรับสั่งพระเจ้าหงษาวดีลวงหัวเมืองมอญ
”
๒๔๙
นักสร้างบุตรพระยาตองอูลอบปลงพระชนม์พระเจ้าหงษาวดี
”
๒๕๐
พระยาตองอูกลัวหัวเมืองมอญจะขบถ ประกาศว่าจะมาขึ้นกรุงศรีอยุทธยา
”
๒๕๑
หัวเมืองมอญออกหากจากพระยาตองอูมาสวามิภักดิ์พระยาทละ ขึ้นกรุงศรีอยุทธยา
”
๒๕๒
พระยาตองอูแต่งทูตคุมเครื่องบรรณาการเข้ามาถวาย ขอขึ้นกรุงศรีอยุทธยา
”
๒๕๒
แต่งเรือทำพระราชพิธีอาศวยุช
”
๒๕๒
สร้างพระพุทธรูปสนองพระองค์ แลทำพระราชพิธีไล่เรือรับพระพุทธรูป
”
๒๕๔
ตั้งพระราชกำหนดกฎพระไอยการ
น่า
๒๕๖
ตั้งส่วยแลอากรขนอนตลาด
”
๒๕๖
พระราชทานที่กัลปนาเปนนิตยภัตรสงฆ์
”
๒๕๖
ตั้งเจ้าฟ้าสุทัศนราชโอรสเปนพระมหาอุปราช
”
๒๕๖
พระมหาอุปราชเสวยยาพิศม์สิ้นพระชนม์
”
๒๕๗
สมเด็จพระเอกาทศรฐสวรรคต
”
๒๕๗
แผ่นดินสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๔ (เจ้าฟ้าศรีเสาวภาคย์)
จุลศักราช ๙๖๓–๙๖๔
พระศรีศิลป์เปนขบถ จับพระเจ้าแผ่นดินปลงพระชนม์
น่า
๒๕๗
แผ่นดินสมเด็จพระบรมราชาที่ ๑ (พระเจ้าทรงธรรม)
จุลศักราช ๙๖๔–๙๘๙
ตั้งจมื่นศรีสรรักษ์เปนพระมหาอุปราช
น่า
๒๕๘
พระมหาอุปราชสิ้นพระชนม์
”
๒๕๘
ยี่ปุ่นเปนขบถ
”
๒๕๘
ตั้งพระมหาอำมาตย์ที่ปราบยี่ปุ่นขบถเปนเจ้าพระยากลาโหมสุริวงษ์
”
๒๕๙
ชักพระมงคลบพิตรจากฝ่ายตวันออกพระราชวังมาทำมณฑปไว้ฝ่ายตวันตก
”
๒๕๙
เสียเมืองตะนาวศรีแก่มอญ
”
๒๕๙
พูนดินน่าวิหารแกลบเปนที่ทำการพระเมรุ
”
๒๕๙
พบรอยพระพุทธบาท
น่า
๒๕๙
สร้างบริเวณวัดพระพุทธบาท
”
๒๖๐
ตัดทางหลวงแต่ท่าเรือไปพระพุทธบาท
”
๒๖๐
สร้างตำหนักท่าเจ้าสนุก
”
๒๖๐
แปลงปัถวีเรือไชยเปนเรือกิ่ง
”
๒๖๐
ฉลองวัดพระพุทธบาท
”
๒๖๐
พระปรางค์วัดมหาธาตุพัง
”
๒๖๑
แต่งหนังสือมหาชาติคำหลวง
”
๒๖๑
สร้างพระไตรปิฎกจบบริบูรณ์
”
๒๖๑
สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมสวรรคต
”
๒๖๑
แผ่นดินสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ (พระเชษฐาธิราช)
จุลศักราช ๙๘๙–๙๙๑
พระศรีศิลป์ราชอนุชาเปนขบถ จับได้
น่า
๒๖๑
เจ้าพระยากลาโหมสุริวงษ์ทำศพ เกิดสงไสยว่าจะเปนขบถ
”
๒๖๒
เจ้าพระยากลาโหมสุริวงษ์เปนขบถ จับพระเจ้าแผ่นดินปลงพระชนม์
”
๒๖๒
แผ่นดินสมเด็จพระอาทิตยวงษ์ ๖ เดือน
ขุนนางถวายราชสมบัติแก่เจ้าพระยากลาโหมสุริวงษ์
น่า
๒๖๕

  1. ↑ หนังสือพงษาวดาร ฉบับบรัดเลพิมพ์ ว่า ๗๙๖–๘๓๕
  2. ↑ หนังสือพงษาวดาร ฉบับบรัดเลพิมพ์ ไม่มีแผ่นดินสมเด็จพระอินทราชาที่ ๒ รวมปีไว้ในแผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ
  3. ↑ ว่า สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ มีรัชกาล ๔๐ ปี จำนวนนี้ขาดไป ๓ ปี บางทีจะนับแต่ปีราชาภิเศกไป