ข้ามไปเนื้อหา

นิทานโบรานคดี

จาก วิกิซอร์ซ
(เปลี่ยนทางจาก นิทานโบรานคดี (2487))
ตราของกรมศิลปากร
ตราของกรมศิลปากร
นิทานโบรานคดี
สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ
กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
ซงนิพนธ์
พนะท่าน จอมพล ป. พิบูลสงคราม
นายกรัถมนตรี
โปรดไห้พิมพ์เปนอนุสร
ไนงานพระราชทานเพลิงพระสพ
สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ
กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
นะ เมรุวัดเทพสิรินทราวาส
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2487

แก้คำผิด

หน้า บันทัด คำผิด คำถูก
23 สุดท้าย รู รู้
34 3 ก็
43 17 ตรด ตรัด
49 15 เหน เห็น
92 สุดท้าย สมาธ สมาธิ
126 7 ผู ผู้
128 2 Musuem Museum
162 11 สมเดด สมเด็ด
174 12 ผู ผู้
207 17 พมพ์ พิมพ์
233 8 5 น 5 คน
233 10 จน จีน
237 10 ขน ขึ้น
264 สุดท้าย หทาน ทหาน
307 6 ขน ขึ้น
315 1 หนิง หนึ่ง
319 1 ประทบ ประทับ
326 สุดท้าย นก นึก
337 7 ขน ขึ้น
361 2 เมอ เมื่อ
369 9 บุต บุตร
374 5 Clacial piriod Glacial period
377 14 Civilisation Civilization
394 4 ไห้ ได้
403 16 Lassoxing Lassoitig
416 7 ผู ผู้
460 15 Lassoo Lasso
478 20 ของ สอง

คำนำ

พนะท่าน จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัถมนตรี ปรารภงานพระราชทานเพลิงพระสพสมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งกำหนดไนวันที่ 11 มีนาคม พ.ส. นี้ ว่าสมควนจะจัดหนังสือตีพิมพ์ขึ้นเพื่อแจกชำร่วยเปนที่ระลึกอนุสรแด่สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอพระองค์นั้น ไนถานะที่พระองค์ท่านซงเปนสมาชิกกิตติมสักดิของวรรนคดีสมาคมแห่งประเทสไทย และเปนที่ปรึกสาราชการของกรมสิลปากร จึงสั่งให้กรมสิลปากรจัดหาเรื่องหนังสือที่กล่าวนี้ กรมสิลปากรเห็นว่าหนังสือสำหรับแจกควนจะเปนเรื่องที่ซงนิพนธ์ และเปนเรื่องที่ยังไม่เคยตีพิมพ์แพร่หลาย ก็จะเหมาะด้วยประการทั้งปวง มาระลึกขึ้นได้ว่าสมเด็ดกรมพระยาดำรงราชานุภาพซงหนังสือขึ้นไหม่ไว้เรื่องหนึ่ง คือเรื่อง “นิทานโบรานคดี” และเพิ่งจะซงพระนิพนธ์เส็ดเมื่อก่อนหน้าสิ้นพระชนม์ไม่กี่วัน ถ้ามีโอกาสจัดพิมพ์ขึ้นไห้แพร่หลาย ก็จะได้ประโยชน์เกี่ยวกับความรู้เรื่องเก่าไม่น้อย กรมสิลปากรจึงจัดการติดต่อขอต้นฉบับจากทายาท ก็มีแก่ไจมอบไห้ตามประสงค์ กรมสิลปากรนำเสนอเรื่องแด่พนะท่านนายกรัถมนตรี พนะท่านนายกรัถมนตรีมีความยินดีอนุโมทนา เปนอันว่าได้มีโอกาสจัดตีพิมพ์หนังสือเรื่องนิทานโบรานคดีเปนสาธารนะกุสลขึ้นเปนครั้งแรกด้วยเหตุดั่งกล่าวมานี้

หนังสือ นิทานโบรานคดี กล่าวถึงเรื่องราวเกี่ยวกับความรู้ไนทางพูมิสาตร ประวัติสาตร โบรานคดี และขนบทำเนียมประเพนีต่าง ๆ ตามความซงจำของสมเด็ดกรมพระยาดำรงราชานุภาพ แบ่งออกเปนตอน ๆ ตามลักสนะเรื่อง เปนต้นนิทานเรื่อง “ค้นเมืองโบราน” ซงเล่าเรื่องการค้นหาพระเจดีย์ซึ่งสมเด็ดพระนเรสวรมหาราชโปรดไห้ส้างขึ้นเปนที่ระลึกไนคราวชนช้างกับสัตรู และซงได้ชัยชนะหย่างเด็ดขาดงดงาม เปนสงครามกู้ชาติ ไห้ชาติไทยคงความเปนไทยมาได้จนทุกวันนี้ ไนพระราชพงสาวดารกล่าวว่าสมเด็ดพระนเรสวรมหาราชซงทำยุทธหัตถีหรือชนช้างกับราชสัตรูที่ตำบนหนองสาหร่าย แต่ไม่กล่าวว่าตำบนนี้หยู่ที่ไหน จึงเปนเหตุไห้มีการสำหรวดตรวดค้นกัน จนพบพระเจดีย์อันเปนอนุสาวรีย์เทิดเกียรติไทยซึ่งปรักหักพังซ่อนหยู่ไนป่ารก สมเด็ดกรมพระยาดำรงราชานุภาพซงเล่าเรื่องตอนนี้ กล่าวถึงต้นเหตุที่ไปตรวดค้น และซงวินิฉัยเรื่องตามที่กล่าวไว้ไนพระราชพงสาวดารด้วยหลักโบรานคดี กะทำไห้ผู้ที่อ่านแล้วได้รับความรู้และความภาคพูมิไจไนชาติของตน อีกเรื่องหนึ่งซงเล่าถึงเรื่องจังหวัดเพชรบูรน์เมื่อครั้งสเด็ดไปราชการยังจังหวัดนั้น ซงเล่าถึงพูมิประเทส ระยะทาง และประวัติของจังหวัดเพชรบูรน์ไว้ละเอียดละออ เปนความรู้ของผู้ที่ไฝ่ไจไนเรื่องซึ่งเปนส่วนหนึ่งของประเทสบ้านเกิดเมืองนอนที่รักของตน ไช่แต่เท่านั้น เมื่อเร็ว ๆ นี้สมเด็ดกรมพระยาดำรงราชานุภาพยังประทานบันทึกเรื่องจังหวัดเพชรบูรน์ไนลางประการมาไห้กรมสิลปากรเปนแนวสำหรับสำหรวดตรวดค้นต่อไป และกรมสิลปากรก็ได้ส่งบันทึกนั้นไปยังจังหวัดเพชรบูรน์เพื่อสำหรวดตรวดค้นต่อไปไนเวลาอันควน แต่งานสำหรวดตรวดค้นเรื่องโบรานคดีย่อมกินเวลานาน ทั้งผู้สำหรวดตรวดค้นต้องเปนคนมีความอดทน เพียร รัก และสนไจด้วย จึงจะทำงานชนิดนี้ลุล่วงไปได้ รวมความหนังสือ นิทานโบรานคดี มีเรื่องที่ไห้ความรู้เปนต่าง ๆ กัน เปนประโยชน์แก่นักสึกสาผู้ไคร่ไนความรู้เกี่ยวกับเรื่องของชาติหย่างเกินคุนค่า

กรมสิลปากรขออนุโมทนาไนกุสลสาธารนะประโยชน์ซึ่งพนะท่าน จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัถมนตรี โปรดไห้ตีพิมพ์หนังสือนี้เปนของชำร่วยอนุสรแด่สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ หากพระองค์ท่านซงซาบด้วยญานวิถีได ๆ คงจะซงอนุโมทนาด้วยพระหรึทัยอันประกอบด้วยปีติโสมนัสหาที่สุดมิได้ และหวังว่าผู้ที่ได้รับแจกไปคงชอบไจอ่านและยินดีอนุโมทนาโดยทั่วกัน.

ย.ส. อนุมานราชธน
กรมสิลปากร
15 กุมภาพันธ์ 2487

ติรตนานุภาเวน ทีฆายุ โหหิ โสตฺถินา
รูปฉายเมื่ออายุ 80 ปีไน พ.ส. 2485

คำนำ
นิทานโบรานคดี

เรื่องต่าง ๆ ที่จะเล่าต่อไปนี้ล้วนเปนเรื่องจิงซึ่งตัวฉันได้รู้เห็นเอง มิไช่คิดประดิถขึ้นไหม่ แต่เปนเรื่องเกร็ดนอกพงสาวดาร จึงเรียกว่า “นิทานโบรานคดี” เหตุที่จะเขียนนิทานเหล่านี้เกิดแต่ลูกที่หยู่ด้วยหยากรู้เรื่องเก่าแก่ก่อนเทอเกิด ถึงเวลานั่งกินอาหารพร้อมกัน มักชวนไห้เล่าไห้ฟังเนือง ๆ ส่วนตัวฉันเองเมื่อตกมาถึงเวลาแก่ชรา ดูก็ชอบเล่าอะไร ๆ ไห้เด็กฟังเหมือนหย่างคนแก่ที่เคยเห็นมาแต่ก่อน แม้ตัวฉันเองเมื่อยังเปนหนุ่มก็เคยชอบไต่ถามท่านผู้ไหย่หย่างเดียวกัน ยังจำได้ถึงสมัยเมื่อฉันเปนนายทหานมหาดเล็กประจำหยู่ไนพระบรมมหาราชวัง เวลาค่ำมักชอบไปเฝ้าสมเด็ดเจ้าฟ้ากรมสมเด็ดพระบำราบปรปักส์ที่วังตรงหน้าประตูวิเสสชัยสรี ทูนถามถึงเรื่องโบรานต่าง ๆ ท่านก็โปรดตรัดเล่าไห้ฟังโดยไม่ซงรังเกียด ดูเหมือนจะพอพระหรึทัยไห้ทูนถามด้วยเสียอีก การที่คนแก่ชอบเล่าอะไรไห้เด็กฟังน่าจะเปนธัมดามนุสมาแต่ดึกดำบรรพ แต่โดยมากเล่าแล้วก็แล้วไป ต่อบางทีจึงมีคนเขียนเรื่องที่เล่าลงไว้เปนลายลักสน์อักสร ตัวฉันเองเดิมก็ไม่ได้คิดว่าจะเขียน แต่ลูกหยิงพูนพิสมัยเทอว่าเรื่องต่าง ๆ ที่ฉันเล่าไห้ฟังล้วนมีแก่นสารเปนคติน่ารู้ ถ้าปล่อยไห้สูญเสีย น่าเสียดาย เทออ้อนวอนขอไห้ฉันเขียนรักสาไว้ไห้เปนประโยชน์แก่ลูกหลานและผู้อื่นต่อไป ฉันจึงได้เริ่มเขียนนิทานโบรานคดีมาตั้งแต่ พ.ส. 2483 แต่ไม่ได้กำหนดว่าจะเขียนเรื่องชนิดได สุดแต่นึกเรื่องอะไรขึ้นได้ เห็นว่าน่าจะเขียน ก็เขียนลงเปนนิทาน นึกเรื่องไดได้ก่อนก็เขียนก่อน เรื่องไดนึกขึ้นได้พายหลังก็เขียนทีหลัง นิทานที่เขียนจึงเปนเรื่องหลายหย่างต่างชนิดระคนปนกัน แต่หวังไจว่าผู้อ่านจะไม่เสียเวลาเปล่าด้วยอ่านนิทานเหล่านี้.

ลายมือชื่อของกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
ปีนัง วันที่ 9 ตุลาคม 2485

สารบาน
ไน
เรื่องนิทานโบรานคดี
คำนำของกรมสิลปากร หน้า
คำนำนิทานโบรานคดี
1. นิทานที่ 1
เรื่องพระพุทธรูปประหลาด
1 7
2. นิทานที่ 2
เรื่องพระครูวัดฉลอง
8 16
3. นิทานที่ 3
เรื่องเสือไหย่เมืองชุมพร
17 28
เรื่องเสือไหย่เมืองชุมพร 19
4. นิทานที่ 4
เรื่องห้ามไม่ไห้เจ้าไปเมืองสุพรรน
29 41
5. นิทานที่ 5
เรื่องของแปลกที่เมืองชัยบุระไนอินเดีย
42 53
ชนช้าง 47
รือสีดัดตน 49
ถูกสาบ 52
6. นิทานที่ 6
เรื่องของแปลกที่เมืองพารานสี
หน้า 54 67
ย่ำยาม 60
ทุ่มโมง 61
ขานยาว 62
ลักสนะรับแขกเมือง 63
ลอยบาป 64
7. นิทานที่ 7
เรื่องสืบพระสาสนาไนอินเดีย
68 95
มรึคทายวัน 70
พุทธคยา 74
เรื่องมหาโพธิสมาคม 82
เสาะหาพุทธเจดีย์ 85
พระบรมธาตุ 85
พระสรีมหาโพธิ 88
รอยพระพุทธบาท 90
พระพุทธรูป 91
อธิบายท่อนท้าย 93
8. นิทานที่ 8
เรื่องเจ้าพระยาอภัยราชา (โรลังยัคมินส)
96 101
9. นิทานที่ 9
เรื่องหนังสือหอหลวง
หน้า 102 130
10. นิทานที่ 10
เรื่องความไข้เมืองเพชรบูรน์
131 157
11. นิทานที่ 11
เรื่องโจรแปลกประหลาด
158 173
เรื่องโจรทิม 158
เรื่องโจรจันท์ 163
12. นิทานที่ 12
เรื่องตั้งโรงพยาบาล
174 194
13. นิทานที่ 13
เรื่องอนามัย
195 214
ตั้งหมอตำบน 197
ทำยาโอสถสาลา 198
แพทย์ประจำเมือง 202
ทำหนองปลูกฝีดาด 205
ทำสิรัมแก้พิสหมาบ้า 209
โอสถสาลา 213
14. นิทานที่ 14
เรื่องโรงเรียนมหาดเล็กหลวง
215 227
15. นิทานที่ 15
เรื่องอั้งยี่
หน้า 228 269
เหตุที่เกิดพวกอั้งยี่ไนเมืองจีน 229
อั้งยี่ไนแหลมมลายู 235
อั้งยี่แรกมีไนเมืองไทย 238
อั้งยี่ไนเมืองไทยเมื่อรัชกาลที่ 4 241
อั้งยี่ไนเมืองไทยเมื่อต้นรัชกาลที่ 5 244
อั้งยี่กำเริบที่เมืองระนองและพูเก็ต 248
เรื่องอั้งยี่งี่หินหัวควาย 254
อั้งยี่ไนกรุงเทพฯ เปลี่ยนขบวน 256
ปราบอั้งยี่เมื่อรัชกาลที่ 5 257
เปลี่ยนวิธีควบคุมอั้งยี่ 265
16. นิทานที่ 16
เรื่องลานช้าง
270 290
ทางที่ไป 270
วินิฉัยชื่อเมืองนครราชสีมา 272
ลานนกะเรียน 274
ไทยลานช้าง 276
พิธีบายสรี 278
สมาคมไทยหย่างโบราน 280
บ้านขี้ทูด หน้า 282
คนคิดผิด 283
พระยาโพธิ 285
ชาวลานช้างไหว้เจ้า 288
17. นิทานที่ 17
เรื่องแม่น้ำโขง
291 321
ลักสนะแม่น้ำโขง 291
เดินดง 303
เรื่องผีบุญ 306
คนต่างจำพวก 311
ของโบราณ 316
18. นิทานที่ 18
เรื่องค้นเมืองโบราน
322 350
เรื่องเมืองชเลียง 322
เรื่องเมืองอู่ทอง 330
เรื่องพระเจดีย์ยุธหัตถี 341
19. นิทานที่ 19
เรื่องเมืองไทยมีพระเจ้าแผ่นดิน 2 พระองค์
351 373
20. นิทานที่ 20
เรื่องจับช้าง (ภาคต้น)
374 406
ตำนานการจับช้าง หน้า 374
20. นิทานที่ 20
เรื่องจับช้าง (ภาคปลาย)
407 479
วิธีจับช้าง 407
อธิบายเบื้องต้น 407
ช้างเถื่อนไนเมืองไทย 408
ลักสนะจับช้างเถื่อน 413
วิธีวังช้าง 415
วิธีโพนช้าง 424
ตอนเตรียมการ 426
ตอนเข้าป่า 428
ตอนตามช้าง 430
ตอนคล้องช้าง 432
วิธีจับช้างหย่างราชกิลา 434
ลักสนะปกโขลง 435
พเนียด 438
วิธีคล้องช้างที่พเนียด 441
หัดช้าง 461

งานนี้ ปัจจุบันเป็นสาธารณสมบัติแล้ว เพราะลิขสิทธิ์ได้หมดอายุตามมาตรา 19 และมาตรา 20 ของพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ซึ่งระบุว่า

ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นบุคคลธรรมดา
  1. ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย
  2. ถ้ามีผู้สร้างสรรค์ร่วม ลิขสิทธิ์หมดอายุ
    1. เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายถึงแก่ความตาย หรือ
    2. เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก ในกรณีที่ไม่เคยโฆษณางานนั้นเลยก่อนที่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายจะถึงแก่ความตาย
ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล หรือถ้าไม่รู้ตัวผู้สร้างสรรค์
  1. ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น
  2. แต่ถ้าได้โฆษณางานนั้นในระหว่าง 50 ปีข้างต้น ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก

Public domainPublic domainfalsefalse